เจาะลึก 3 สินทรัพย์ ทองคำ-โลหะ-บิตคอยน์ Fed-ETF ตัวแปรชี้ทิศทาง เปิดแนวโน้มราคา-กลยุทธ์ลงทุน
สรุปภาพรวมการลงทุนใน 3 สินทรัพย์สำคัญ ท่ามกลางตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ทั้งทองคำที่รอลุ้นข้อมูลตลาดแรงงาน โลหะเงินที่เผชิญแรงกดดันจากตัวเลข GDP และบิตคอยน์ที่ได้แรงหนุนร้อนแรงจากกระแสเงินทุนในกองทุน ETF
1. ทองคำ: เกาะติดข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ ท่ามกลางราคาทองไทยทรงตัวหนุนด้วยบาทอ่อน
กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS Gold) ประเมินทิศทางราคาทองคำเคลื่อนไหวบริเวณ 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวโน้มปิดลบเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน โดยถูกกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่ระดับ 102.1 จุด และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US 10Y Yield) ราว 5.30%
แม้ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ จะออกมาต่ำกว่าคาดที่ 0.3% ซึ่งช่วยลดแรงคาดการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในเดือน ต.ค. นี้ แต่ตลาดสลับมาถูกกดดันจากตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ที่ปรับตัวขึ้นสู่ 2.2% (จากเดิม 1.5%)
-
สถานการณ์ในประเทศ: ทองคำไทยยังทรงตัวบริเวณ 66,000 บาท ได้แรงพยุงจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงมาอยู่แถว 33.67 บาทต่อดอลลาร์ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบทรงตัวสูงบริเวณ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลด้านอุปทานและสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
-
มุมมองและกลยุทธ์ (MTS Gold): ตลาดอยู่ในภาวะ Wait and See รอการประกาศตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ (Non-Farm Employment Change และ Unemployment Rate)
-
Gold Spot: แนวรับ 4,110 และ 4,060 ดอลลาร์ต่อออนซ์ / แนวต้าน 4,220 และ 4,260 ดอลลาร์ต่อออนซ์
-
ทองคำไทย: แนวรับ 65,500 บาท / แนวต้าน 66,800 บาท
2. โลหะเงิน: เผชิญแรงขายกดดันหลัง GDP สหรัฐฯ แกร่งกว่าคาด
บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานว่าราคาโลหะเงินปิดตลาดล่าสุดที่ 60.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 1.06 ดอลลาร์ (-1.72%) โดยในช่วงแรกราคาได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ก่อนจะพลิกกลับมาอยู่ในแดนลบหลังการเปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ที่ขยายตัวดีเกินคาด
-
กลยุทธ์การลงทุน (YLG): แม้จะมีแรงซื้อเข้ามาพยุงให้ราคาฟื้นตัวระยะสั้น แต่หากการปรับขึ้นยังมีกรอบจำกัด แนะนำ เปิดสถานะขาย (Short) เมื่อราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 61.55-62.53 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อทำกำไรระยะสั้น โดยมีแนวรับที่ 59.96-59.04 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และควรลดพอร์ตสถานะขายหากผ่านแนวต้าน 62.53 ดอลลาร์ขึ้นไป
3. บิตคอยน์: รับอานิสงส์เงินไหลเข้า ETF หนุนมุมมองเติบโตระยะยาว
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเคลื่อนไหวคึกคัก หลัง Bitcoin พุ่งทะยานทะลุระดับ 86,000 ดอลลาร์ ในช่วงต้นเดือน ต.ค. (เติบโตราว 44% ในรอบ 3 เดือน)
-
ปัจจัยขับเคลื่อน: ได้รับแรงหนุนสำคัญจากกระแสเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิในกองทุน Bitcoin ETF ของสหรัฐฯ สูงถึง 2,400 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.ย. (สูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2568) รวมถึงการกลับมายืนเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 สัปดาห์ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 45 สัปดาห์
-
มุมมองสถาบันการเงิน (Citi): Citigroup Inc. ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย Bitcoin ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจาก 82,000 ดอลลาร์ สู่ 113,000 ดอลลาร์ จากแนวโน้มการไหลเข้าของ ETF และบทบาทของนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มขึ้น แม้ประเมินว่าการทำจุดสูงสุดใหม่เหนือระดับเดือน ต.ค. 2568 อาจต้องรอจนถึงไตรมาส 3 ปี 2570
-
แนวโน้มและปัจจัยต้องติดตาม: กรอบราคาในเดือน ต.ค. คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 75,585-87,397 ดอลลาร์ โดยต้องจับตาแนวต้านสำคัญบริเวณ 86,500-87,000 ดอลลาร์ รวมถึงทิศทาง Bond Yield, ราคาน้ำมัน และผลการประชุม Fed ในวันที่ 27-28 ต.ค. นี้
