“หุ้นเติบโต” (Growth)…Never Die “ดอกเบี้ยขาลง” หนุนกำไรโตดี ชู “สหรัฐ-จีน-อินเดีย-หุ้นเติบโตทั่วโลก” เด่นสุด พร้อมชูธีม “หุ้น Quantum” แนวโน้มใหม่แห่งอนาคต !!!
Fun of Funds: “หุ้นเติบโต” (Growth)…Never Die !!!
ตราบเท่าที่ “กำไร” ของบริษัทยังซัพพอร์ตการเติบโตนั้น “หุ้นเติบโต” ก็ยังสามารถพุ่งทะยานต่อไปได้ตราบนั้น
โดยเฉพาะในช่วงวงจร “ดอกเบี้ยขาลง” รอบนี้ ย่อมส่งผลบวกโดยตรงต่อ “หุ้นเติบโต” อย่างปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน ในจังหวะที่ “ตลาดย่อตัว” จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาวในการเข้าลงทุนใน “หุ้นเติบโต” ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งรอบรับ
อีกธีมใหม่ที่น่าสนใจไม่แพ้กันนั่นคือ “Quantum Computing” เมกะเทรนด์เทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากแนวคิดในห้องทดลองสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก
ทำไมทั้ง 2 ธีมนี้จึงน่าสนใจ ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมๆ กันได้เลย

“หุ้นเติบโต” ผลงานโดดเด่น จังหวะ “ตลาดย่อ” แนะเป็น “โอกาสลงทุน”...ชู “สหรัฐ, จีน, อินเดีย, หุ้นเติบโตทั่วโลก” เด่นสุด
โดย “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ บอกว่า ไตรมาส 4/25 ภาพรวมยังอยู่ในระดับที่ดีและอยู่ในเกณฑ์ผ่อนคลาย ทั้งนี้ ตลาดหุ้นโลกยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนจากปัจจัยความไม่แน่นอนหลายประการ เช่น ทิศทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งภูมิศาสตร์ และเงินเฟ้อ ซึ่งมีโอกาสปรับฐานระยะสั้น เนื่องจากตลาดหุ้นหลายตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนมูลค่าตึงตัว ทำให้ความเสี่ยงถูกเทขายทำกำไร รวมทั้ง ได้สะท้อนภาพบวกการลดดอกเบี้ยไปพอสมควรแล้ว ซึ่งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ และญี่ปุ่น รวมทั้ง การประกาศงบการเงินบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3/25 จะเป็นสิ่งที่ตลาดให้ความสนใจ และจะส่งผลต่อการประเมินภาวะเศรษฐกิจและทิศทางตลาดการเงินในช่วงที่เหลือของปี

(พจน์ หะริณสุต)
“ในกรณีที่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมีการย่อตัว สามารถใช้จังหวะนี้ในการเพิ่มสัดส่วน การลงทุนสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีระยะยาว แนะนำสะสม ‘หุ้นเติบโต’ (Growth) ที่แข็งแกร่ง พื้นฐานดี ได้แก่ สหรัฐ, จีน, อินเดีย ที่มีศักยภาพในการเติบโต หรือ ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ และ ‘กองทุนผสม’ ที่กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ทั่วโลก เพื่อลดความผันผวนจากการลงทุน ทั้งนี้ในช่วงปลายปีเรามองเป็นโอกาสลงทุนในกองทุนหุ้นต่างประเทศที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนทางภาษีได้ แม้ว่าจะมีความผันผวนเกิดขึ้นเป็นระยะๆ โดยเชื่อว่า การย่อตัวของหุ้นจะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นเท่านั้นและมองเป็นโอกาสการลงทุนในระยะยาว”
“Quantum Computing” เมกะเทรนด์เทคโนโลยีแห่งอนาคต
ทางด้าน “มนชญา รัชตกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจัดการลงทุน บลจ.ดาโอ บอกว่า
“Quantum Computing” ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษนี้ เพราะสามารถประมวลผลข้อมูลได้เร็วกว่าและมีศักยภาพสูงกว่า Supercomputer หลายเท่าตัว จึงมีโอกาสพลิกโฉมอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การแพทย์ การเงิน พลังงาน และ AI โดยเรามองว่าการลงทุนในธีมควอนตัมขณะนี้อยู่ในระยะเริ่มต้นของวัฏจักรเทคโนโลยี ซึ่งเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการเติบโตไปกับคลื่นเทคโนโลยีใหม่
“ควอนตัมคอมพิวติ้ง” (Quantum Computing) กำลังถูกจับตามองในฐานะเทคโนโลยีที่จะมาพลิกโฉมโลกยุคใหม่ต่อจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยอาศัยหลักการของฟิสิกส์ควอนตัม (Quantum Physics) ที่ทำให้ระบบสามารถประมวลผลคำตอบได้หลายชุดพร้อมกัน แตกต่างจากคอมพิวเตอร์ทั่วไปซึ่งทำงานแบบทีละขั้นตอนด้วยความสามารถในการคำนวณที่เร็วกว่าและซับซ้อนกว่าอย่างมหาศาล เทคโนโลยีควอนตัมจึงถูกคาดหวังว่าจะสามารถแก้ปัญหาระดับโลกได้ในอนาคต เช่น การจำลองโมเลกุลเพื่อพัฒนายาใหม่ การค้นคว้าวัสดุพลังงาน หรือการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่เกินขีดจำกัดของเทคโนโลยีปัจจุบัน

(มนชญา รัชตกุล)
“ปัจจุบันภาครัฐและเอกชนทั่วโลกเร่งลงทุนอย่างจริงจัง โดยมูลค่าการลงทุนสาธารณะ (Public Investments) ด้านควอนตัมมากกว่า 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกันบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ อย่าง Google, Microsoft, IBM และ Amazon ต่างเร่งพัฒนาและเปิดตัวชิปควอนตัมรุ่นใหม่ รวมถึงให้บริการ Quantum Cloud สำหรับการทดลองใช้งาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในอนาคต นอกจากนี้ ตลาดเทคโนโลยีควอนตัมทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตแตะระดับ 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2040 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ราว 14-17% และถูกมองว่าเป็น ‘Next Frontier’ ที่จะยกระดับศักยภาพของ AI และเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต จึงถือเป็นอีกธีมการลงทุนที่น่าสนใจ เป็นการลงทุนเชิงเมกะเทรนด์ที่สามารถสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาวได้”
สำหรับนักลงทุนที่ “รับความเสี่ยงได้สูง” เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงกว่าในระยะยาว เชื่อว่าธีม “หุ้นเติบโต” (Growth) และ “Quantum Computing” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์และช่วยเติมเต็มพอร์ตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงวงจร “ดอกเบี้ยขาลง” เช่นนี้
