“บลจ.ยูโอบี” ผู้นำ “อันดับ 1” กองทุนรวมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)... พร้อมต่อยอดสู่ 2 “กองทุนหุ้น สกุลเงิน USD” (UGTECH-USD, UGFO-USD) รายแรกในอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทย
โดย: บลจ.ยูโอบี
รู้หรือไม่...“เงินดอลลาร์สหรัฐ” (USD: $) เป็นสกุลเงินหลักของโลกที่มีการใช้ “มากที่สุด” ทั้งในการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
ถือว่ามีเสถียรภาพ, ความปลอดภัย และสภาพคล่องสูง จน “ธนาคารกลางทั่วโลก” ยังมีการถือครองเงิน “USD” ไว้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศในไตรมาสที่ 1/25 คิดเป็น 57.74% ของเงินสำรองทั่วโลก โดยเงิน “ยูโร” อยู่ที่ 20.06% และ “หยวน” 2.12% (Source: IMF, World Official Foreign Currency Reserves Increased in the First Quarter of 2025)
และมีบททาทสำคัญใน “ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ” (FX) กว่า 90% ของธุรกรรมมี “USD” อยู่ในฝั่งของการซื้อขาย (Source: BIS, December2022, Revisiting the international role of the US dollar)
จะดีแค่ไหน? ถ้าคุณมีโอกาสการกระจายการลงทุนจาก “เงินบาท” (Baht) ไปสู่เงิน “USD” เป็นอีกทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ โดยการเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ใน “USD” โดยตรงนั่นเอง
ตัวอย่าง: ถ้าลงทุนใน “พันธบัตรสหรัฐ” ไม่เกิน 1 ปี ในสกุล “USD” ผลตอบแทนประมาณ 3.6 – 3.8% (Source: investing.com, as of 23 Nov2025) ดีกว่าผลตอบแทนของเงินฝากในประเทศไทย โดยที่ความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำกว่า แต่ผลตอบแทนกลับดีกว่า
ล่าสุด โอกาสนั้นมาถึงแล้ว เมื่อ “บลจ.ยูโอบี” ในฐานะที่เป็นผู้นำ “อันดับ 1” ของกลุ่ม “กองทุนรวมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ” (USD) ในอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทย ด้วยสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของกองทุนรวมกลุ่มนี้รวมกว่า 257 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 48% (Source: AIMC, as of 31 Oct 2025)
หลังจากประสบความสำเร็จกับกลุ่ม “กองทุนตราสารหนี้-USD” บลจ. ยูโอบี ได้เตรียมนำเสนอ 2 “กองทุนหุ้น-USD” ครั้งแรกของไทย เป็นทางเลือกเพิ่มเติม ได้แก่ “UGTECH-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดีโกลบอล เทคโนโลยี ฟันด์” ที่เน้นลงทุนหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกในหลายประเภท (Multi-thematic Approach) และ “UGFO-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี โกลบอล ฟาวน์เดอร์ แอนด์ โอว์เนอร์ ฟันด์” ที่เน้นลงทุนหุ้นของบริษัทที่มีทีมผู้บริหารเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทและผู้ถือหุ้นของบริษัท (Founders & Owners) ในสัดส่วนที่สูง
ที่เตรียมเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 24 พ.ย. – 3 ธ.ค. 2025 นี้
“UGIS-USD” โอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีช่วง “ดอกเบี้ยขาลง”...ลุย “ตราสารหนี้ทั่วโลก” ครบจบในกองเดียว
สำหรับ “บลจ.ยูโอบี” ได้เริ่มนำเสนอ “กองทุนรวมสกุลเงิน USD” ให้กับนักลงทุนไทย ตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค. 2025 เป็นต้นมา กับกลุ่ม “กองทุนตราสารหนี้-USD” ทั้ง “Term Fund-USD”, “Daily Fixed Income-USD” และ “Global Bond-USD” เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนไทย
และในช่วงแนวโน้ม “ดอกเบี้ยขาลง” เช่นนี้ “UGIS-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์” ในกลุ่ม “Global Bond” ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนได้เป็นอย่างดี เน้นลงทุนใน “ตราสารหนี้ทั่วโลก” มีการกระจายหลากหลายกลุ่มตราสารหนี้ มีการปรับอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในพอร์ตให้เหมาะสมกับภาวะดอกเบี้ยในตลาดครบจบในกองเดียว ผ่านกองทุนหลัก ‘PIMCO GIS Income Fund (Class I)’ ซึ่งบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญอย่าง PIMCO Global Advisors (Ireland) Limited
“จุดเด่นของกองทุนหลักประกอบด้วย 3 เรื่องที่สำคัญ ได้แก่ 1) เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว จากสถิติหากลงทุนในกองทุนหลักช่วงดอกเบี้ยสูงมักจะให้ผลตอบแทนที่ดีในช่วง 1 – 2 ปี ข้างหน้า 2) กระจายการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลกและบริหารกองทุนแบบยืดหยุ่นให้เหมาะกับภาวะตลาด ลดโอกาสขาดทุนในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นและเพิ่มโอกาสทำกำไรในช่วงดอกเบี้ยขาลง และ 3) เน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูงและมีการจัดลำดับการชำระหนี้เป็นลำดับแรกๆ เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงตลาดผันผวน นับเป็นทางเลือกที่เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากในไทย โดยที่ยังลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์ตราสารหนี้ซึ่งมีแนวโน้มความมั่นคงสูงกว่า”
“UGTECH-USD” คว้าโอกาสลงทุน “หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก” สไตล์ Multi-thematic Approach…ที่ได้ประโยชน์จาก “โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี” (Digital Infrastructure)
อีกหนึ่งธีมลงทุนที่ยังน่าสนใจต่อเนื่องไปในอนาคตนั่นก็คือ “เทคโนโลยี” ที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและไม่จำกัดแค่ “หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่” เท่านั้น แม้ภาพรวม “หุ้นเทคฯ” อาจจะดูมีมูลค่าที่แพงสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี แต่ต่ำกว่าตอนเกิดเหตุการณ์ “ฟองสบู่ดอทคอม” (Dot-Com Bubble) ค่อนข้างมาก (ต่ำกว่าประมาณ -40%)
“และยัง ‘ไม่ใช่ฟองสบู่’ การเติบโตของกำไรยังคงแข็งแกร่ง รวมถึงอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ดีกว่าตอนปี 2000 เกือบ 2 เท่า (Source: UOBAM & Franklin Temoketon, as of 30 Sep 2025)” แต่ภาพในระหว่างทางอาจจะมี ‘ความผันผวน’ ได้บนแนวโน้มที่ยังเป็นขาขึ้น จึงถือเป็นอีกโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ”
สำหรับกองทุนที่แนะนำ ได้แก่ “UGTECH-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี โกลบอล เทคโนโลยี ฟันด์” อยู่ในกลุ่ม “Technology Equity” ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก” ในหลายประเภท (Multi-thematic Approach) ที่มีแนวโน้มเติบโตที่ดีในระยะยาว จากการได้รับประโยชน์จาก “โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี” (Digital Infrastructure) ผ่านกองทุนหลัก ‘Franklin Technology Fund (Class I (acc) USD)’ ที่บริหารจัดการโดย Franklin Templeton International Services S.à r.l.
“โดย ‘Franklin’ มีประสบการณ์การลงทุนและชื่อเสียงในการลงทุนมายาวนานกว่า 75 ปี ในฐานะ Portfolio Manager มีการตั้งสำนักงานใน ‘Silicon Valley’ เพื่อให้มีข้อมูลเชิงลึกและมองเห็นเทรนด์ของตลาดในระยะข้างหน้าว่าบริษัทไหนจะได้ประโยชน์จาก ‘Digital Infrastructure’ ที่มีอยู่ในอนาคตข้างหน้า ไม่เพียงเท่านี้ ‘Franklin’ ยังมีบริษัทลงทุนใน ‘สินทรัพย์นอกตลาด’ (Private Market) ทำให้สามารถเข้าถึงเทรนด์ลงทุนในสินทรัพย์เติบโตสูงตั้งแต่เฟส Pre-IPO และสามารถนำองค์ความรู้มาปรับใช้ในการจัดสรรการลงทุนใน ‘สินทรัพย์ในตลาด’ (Public Market) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 95% ของพอร์ตการลงทุน โดยสัดส่วนการลงทุนใน Private Market จะเป็นสัดส่วนน้อยราว 5% ของพอร์ตเท่านั้น”
“จุดเด่นของกองทุนหลักยังมีเรื่องของการลงทุนเพื่อโอกาสการเติบโตบนฐานเทคโนโลยีเดิม AI-Beneficiary Trend บนสัดส่วนการลงทุนในบริษัทที่คาดว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า ซึ่งมีกระจายไปในหลายธีมเทคโนโลยี เช่น Semiconductor, Software, Interactive Media เป็นต้น ไม่ได้โฟกัสอยู่ในกลุ่มของ ‘Mag7’ เท่านั้น โดยคาดการณ์การเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS) ในอีก 3 – 5 ปี ข้างหน้าของหุ้นในกองทุนหลักอยู่ที่ 16.83% ต่อปี เทียบกับดัชนีเทียบที่ 14.59% ต่อปี (Source: Franklin Templeton, as of 30 Sep 2025)”
“UGFO-USD” คิดให้เหมือน “เจ้าของ” เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า...คัดเน้นๆ “หุ้นทั่วโลก” ของบริษัทที่มี “Founders & Owners” ในสัดส่วนที่สูง
มาต่อกันที่แนวคิดจากหนังสือ “SKIN IN THE GAME” ของ “NASSIM NICHOLAS TALEB” เป็นทฤษฎีที่สะท้อนถึงผลกระทบจากการตัดสินใจใดๆ ของ “ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท” (Founders & Owners) ซึ่งจะทำให้บริษัทประสบความสำเร็จด้วย Strong Commitment ที่ต่างไปจากลูกจ้างที่มาบริหารบริษัท เพราะเป็นการตัดสินใจบนเงินของตัวเองหรือเงินของผู้ถือหุ้นที่มีสัดส่วนการถือหุ้นเยอะๆ ย่อมต่างจากการตัดสินใจของคนอื่น
“บริษัทกลุ่มนี้จะทำงานแบบ ‘เถ้าแก่’ ไม่ใช่ทำงานแบบ ‘ลูกจ้าง’ นั่นทำให้บริษัทกลุ่มนี้มักจะเติบโตได้ดี กำไรของบริษัทมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาวจากการที่ ‘Founders & Owners’ มักจะตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น และเลือกการลงทุนที่คุ้มค่าจริงๆ กับกิจการ รวมถึงเลือกทำทุกอย่างเพื่อกิจการด้วยความคิดสร้างสรรค์และการคิดนอกกรอบบนความเสี่ยงที่ยอมรับได้เสมือนเป็นเงินของตัวเองนั่นเอง จึงเป็นอีกแนวคิดการลงทุนที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน”
กองทุนที่แนะนำ ได้แก่ “UGFO-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี โกลบอล ฟาวน์เดอร์ แอนด์ โอว์เนอร์ ฟันด์” อยู่ในกลุ่ม “Global Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก” ของบริษัทที่มี “ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท” มีส่วนได้ส่วนเสียในผลประกอบการของบริษัท (Founders & Owners) ถือหุ้นทางตรง/ทางอ้อมอย่างน้อย 5% คิดเป็นมูลค่าขั้นต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านกองทุนหลัก ‘Invesco Global Founders & Owners Fund Class C-Acc (USD)’ ที่บริหารจัดการโดย Invesco Management S.A.
แนวคิดนี้ สะท้อนผ่านความสำเร็จของกองทุนหลักที่ได้ “Morningstar Overall Rating” 5 ดาว โดยสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า Morningstar Category ได้ในระยะยาว (Source : Morningstar, as of 18 Nov 2025 )ทั้งนี้ กองทุนหลักยังมี 2 Years Daily Correlation ที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับดัชนีหุ้น “S&P 500” และมี 5 Years Weekly Correlation ราว 0.7 เมื่อเทียบกับดัชนี “S&P 500” สะท้อนประโยชน์ของการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในพอร์ตการลงทุนที่มีสัดส่วนหุ้น “Global Growth” และ “US Growth” สูงๆ ได้เป็นอย่างดี (Source : Bloomberg, as of 18 Nov 2025)
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 ก.ย. 2025) มีการกระจายลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่สำคัญ ประกอบด้วย
-
Industrials 23.2%
-
Information Technology 22.6%
-
Financials 15.8%
และลงทุนใน 3 ภูมิภาคสำคัญ ได้แก่
-
North America 55.9%
-
Western Europe 27.8%
-
Asia Pacific 12.2%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) 3i 9.7%, 2) Viking 6.8%, 3) Microsoft 6.4%, 4) Contemporary Amperex Technology 5.8% และ 5) Lifco 5.1% ตามลำดับ”
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสกระจายการลงทุนจาก “เงินบาท” ไปใน “USD” หรือเป็นผู้มี “รายรับ-รายจ่าย” เป็นสกุลเงิน “USD” อยู่แล้ว สามารถรับความเสี่ยงเรื่อง “อัตราแลกเปลี่ยน” ได้ และไม่อยากมีปัญหาเรื่องภาษีเมื่อต้องนำเงินลงทุนกลับเข้ามาในประเทศไทย เชื่อว่ากลุ่ม “กองทุนรวมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)” ของ “บลจ.ยูโอบี” จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ทั้ง “กองทุนตราสารหนี้-USD” และ “กองทุนหุ้น-USD”
ข้อมูลเพิ่มเติม
-
กองทุน UGIS-USD https://www.uobam.co.th/th/mutual-fund/00893/UGIS-USD
-
กองทุน UGFO-USD https://www.uobam.co.th/th/mutual-fund/01000/UGFO-USD
-
กองทุน UGTECH-USD https://www.uobam.co.th/th/mutual-fund/01001/UGTECH-USD
รายละเอียดเพิ่มเติม กองทุนรวมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) https://www.uobam.co.th/th/MutualFund/UsdFundLeader
สอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ ธนาคารยูโอบี ทุกสาขา
หรือ บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-786-2222 www.uobam.co.th
คำเตือน
-
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และการลงทุนในกองทุนรวมมิใช่การฝากเงินและไม่สามารถรับรองผลตอบแทน
-
ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
-
การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก
-
กองทุน UGIS-USD, UGFO-USD และ UGTECH-USD มีนโยบายป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และกรณีกองทุนรวมดังกล่าวลงทุนในตราสารที่เป็นสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนหรือเกือบทั้งหมด (Fully Hedged)
-
กองทุน UGIS-USD, UGFO-USD และ UGTECH-USD ลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนด
-
กองทุน UGIS-USD ลงทุนกระจุกตัวในตราสารหนี้ต่างประเทศ กับกองทุน UGFO-USD และ UGTECH-USD ลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณากระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย
-
กองทุน UGTECH-USD ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและผู้ออก จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
