Official Update :

“บลจ.ไทยพาณิชย์” ตั้งเป้า AUM ทะลุ 2 ล้านลบ. ในปี27.. มองบวก “สินทรัพย์เสี่ยง” พร้อมให้น้ำหนัก Neutral “ตราสารหนี้” แนะมี “ทอง” ติดพอร์ต 10 – 15% ส่วน “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้กรณีฐาน 1,470 จ

Fun of Funds: รู้หรือไม่?...“บลจ.ไทยพาณิชย์” (SCBAM) เพิ่งได้รับรางวัล “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี2025” จาก “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” และ “วารสารการเงินธนาคาร”


เป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการดำเนินงานที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอ


เป็นบลจ. ที่มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) เป็น “อันดับ1” ในอุตสาหกรรม


วันนี้ SCBAM” พร้อมสำหรับการเติบโตก้าวใหม่ ที่จะก้าวข้าม AUM ระดับ 2 ล้านล้านบาท พร้อม Step up การเติบโตอย่างต่อเนื่องหลังจากนี้


แต่สำคัญกว่าเรื่องของ AUM ทาง SCBAM” อยากเป็น “อันดับ 1” ภายใต้แนวคิด “Wealth for Everyone” มากยิ่งกว่า


ทิศทางธุรกิจและมุมมองการลงทุนใน “ปีม้าไฟ” นี้จะเป็นเช่นไรนั้น ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัปเดตกับ “ทีมผู้บริหารสูงสุด” ของ SCBAM” พร้อมๆ กันได้เลย



ขอเป็นบลจ. “อันดับ
 1” ภายใต้แนวคิด “Wealth for Everyone”…ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าแตะ 1 ล้านราย AUM ทะยานแตะ 2 ล้านลบ. ในปี27 

โดย “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ บอกว่า บริษัทยังคงมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตเชิงคุณภาพผ่านกรอบยุทธศาสตร์ที่ผสาน Customer Insight, Technology & Digital Infrastructure และ Product Excellence โดยให้ความสำคัญกับการขยายฐานผู้ลงทุนอย่างมีคุณภาพควบคู่การยกระดับความเข้าใจเชิงลึก เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวและความไว้วางใจในฐานะพันธมิตรด้านการลงทุน พร้อมตั้งเป้าขยายจำนวนผู้ลงทุนมากกว่า 1 ล้านรายภายในปี27 และผลักดันมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) สู่ระดับเกิน 2 ล้านล้านบาท อย่างยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมวินัยการออมระยะยาวและการสร้างรากฐานทางการเงินให้กับนักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่ม XS Investors ภายใต้แนวคิด Wealth for Everyone” 


(ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)


แม้ AUM ของบริษัทอาจจะค่อนข้างทรงตัวนิ่งๆ แต่ในแง่ของรายได้ในปีที่ผ่านมา โตประมาณ 10% สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการทำธุรกิจของบริษัทได้เป็นอย่างดี ส่วนเป้าหมายที่อยากเห็นก่อนเลย คือ ฐานลูกค้าแตะ 1 ล้านราย ซึ่งนั่นจะทำให้เราพร้อมที่จะก้าวข้ามจากระดับ AUM 2 ล้านล้านบาทได้อย่างยั่งยืน ปัจจุบันเสียงสะท้อนจากลูกค้าที่มีต่อ SCBAM ค่อนข้างดี AI ช่วยให้เรารู้จักลูกค้าดีขึ้น ทั้งลูกค้ายุคเก่าและลูกค้ายุคใหม่ ซึ่งเทคโนโลยีที่นำมาใช้ก็จะช่วยดึงกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่เข้ามาเพิ่มมากขึ้น แม้สัดส่วนเงินลงทุนอาจจะไม่มากแต่ก็เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและเน้นลงทุนในกองทุนที่มีสินทรัพย์เสี่ยงสูง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต”


ทั้งนี้ บริษัทมุ่งพัฒนาโซลูชันการลงทุนที่สอดคล้องกับทิศทางตลาดและความต้องการของผู้ลงทุนทุกระดับ ด้วยการใช้ข้อมูลที่แม่นยำและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อส่งมอบประสบการณ์การลงทุนที่ยั่งยืน ควบคู่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยืดหยุ่นและปลอดภัย เสริมความแข็งแกร่งด้าน Cyber Security และพัฒนาศูนย์บริการผู้ลงทุนและช่องทางดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการ ขณะเดียวกันยังคงเดินหน้าสร้างนวัตกรรมการลงทุนทั้งสินทรัพย์ดั้งเดิมและทางเลือกอย่างต่อเนื่อง ผสานเทคโนโลยี AI และ Machine Learning เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดพอร์ตและสนับสนุนผลตอบแทนระยะยาว ภายใต้การกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มแข็ง เพื่อรองรับการเติบโตในทุกมิติ สะท้อนความเป็น The Best Fund House” อย่างมั่นคงและยั่งยืน


“ปัจจุบันมีแพลทฟอร์มอื่นๆ ที่สามารถให้นักลงทุนออกไปลงทุนในกองทุนต่างๆ ได้โดยตรง เลือกเอง ลงทุนเอง เรามองว่าแบรนด์ SCBAM ที่มีประสบการณ์ในกเรื่องการลงทุนมานาน ที่จะช่วยคัดสรร แนะนำ และให้ข้อมูล พร้อมเปิดโอกาสการลงทุนได้ไม่แตกต่างกันจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ที่คอยดูแลนักลงทุนของเราตลอดเส้นทางและความเชื่อมั่นนี้จะทำให้มีนักลงทุนที่เข้ามาใช้บริการมากขึ้นตามลำดับ”


เปิด 3 ธีมการลงทุนเด็ด รับ “ระเบียบโลกใหม่”

“นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ บอกว่า ทิศทางการลงทุนในระยะข้างหน้าต้องตั้งอยู่บนความเข้าใจต่อ “ระเบียบโลกใหม่” (New World Order) ซึ่งอำนาจและอิทธิพลของประเทศต่างๆ กำลังถูกกำหนดใหม่ผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจ, การเงิน, กำลังทหาร และภูมิรัฐศาสตร์ อีกทั้งการแข่งขันด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ความขัดแย้งทางการค้าและเทคโนโลยีกำลังปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะเดียวกัน บทบาทของสกุลเงินทางเลือก และการเพิ่มทุนสำรองทองคำ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของระบบการเงินโลก ท่ามกลางการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ โดยภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังเติบโตได้ดี เงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง และนโยบายเศรษฐกิจยังสนับสนุนการเติบโต


อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการลงทุนยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ภาระหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง และระดับมูลค่าตลาดทุนที่ตึงตัว ซึ่งอาจสร้างความผันผวนต่อทิศทางตลาดในระยะต่อไป


(นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)


ภายใต้บริบทนี้ บริษัทมอง 3 ธีมการลงทุนสำคัญต่อจากนี้ ได้แก่ 

1) AI Dominance เทคโนโลยี AI ที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยห่วงโซ่มูลค่าขยายจากเซมิคอนดักเตอร์สู่คลาวด์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และซอฟต์แวร์ ขณะที่อุปทานชิปยังตึงตัวและการลงทุนของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ช่วยหนุนการเติบโตของระบบนิเวศ AI


2) Asia & Japan Catch-up ตลาดเอเชียและญี่ปุ่นมีศักยภาพโดดเด่นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ นโยบายกระตุ้นอุปสงค์ กำไรบริษัทที่เติบโต และระดับมูลค่าหุ้นที่ยังน่าสนใจ รวมถึงแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าในช่วงดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่า และ 


3) De-Dollarization แนวโน้มลดการพึ่งพาเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยหนุนบทบาทของทองคำและสินทรัพย์ดิจิทัล โดยธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการถือครองทองคำต่อเนื่อง ขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความสนใจมากขึ้น สะท้อนความจำเป็นของการจัดพอร์ตลงทุนที่ยืดหยุ่น เพื่อรับมือความไม่แน่นอนของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกยุคใหม่



“ปีม้าไฟ” ยังมองบวก “สินทรัพย์เสี่ยง” พร้อมให้น้ำหนัก
Neutral “ตราสารหนี้”...แนะมี “ทอง” ติดพอร์ต 10 – 15% ส่วน “หุ้นไทย” เป้าปีนี้กรณีฐาน 1,470 จุด รอดูพัฒนาอีกครั้ง

“ปีนี้บริษัทยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนใน สินทรัพย์เสี่ยง (Risky Asset) ในขณะที่ให้น้ำหนัก Neutral ต่อ ตราสารหนี้ เพราะประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงค่อนข้างจำกัดแล้วในปัจจุบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทองคำ มีความผันผวนมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกแนะให้มีเพื่อกระจายความเสี่ยงได้ 10 – 15% (จากเดิม 5 – 10%) รวมถึงโอกาสการกระจายลงทุนไปในสินทรัพย์ใหม่ๆ เช่น Digital Asset เช่น Bitcoin เป็นต้น ในอนาคตถ้าเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รองรับ บริษัทก็สนใจที่จะออกกองทุน ETF ที่ลงทุนใน Bitcoin เป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน”


ส่วน “หุ้นไทย” นั้น ในกรณีฐาน (Base Case) เป้าหมายอยู่ที่ 1,470 จุด ที่ EPS 97 บาท และ P/E 15.1 เท่า แต่ในกรณีดีสุด (Best Case) ขยับไปที่ P/E 16 เท่า ดัชนีหุ้นไทยจะไปได้ถึงระดับ 1,570 จุด อย่างไรก็ตามปัจจุบันภาพรวมของหุ้นไทยดีขึ้น แต่คงต้องรอดูพัฒนาการอีกครั้งว่าหลังได้รัฐบาลใหม่จะสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตได้ดีกว่าที่คาดมากน้อยแค่ไหนอีกครั้ง เพราะตอนนี้ตลาดเทรดบนความคาดหวังเป็นหลัก


“ต่างชาติปีนี้กลับมาซื้อสุทธิประมาณ 5 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.4% ของ Market Cap เท่านั้น ถ้าเข้ามาถึง 1% ก็ประมาณ 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทยเช่นกัน ส่วน Downside ในกรณีแย่สุดลงไป -1 S.D. ก็จะอยู่ที่ประมาณ 1,270 – 1,280 จุด อย่างไรก็ตามด้วยโมเมนตัมของตลาดหุ้นไทยปัจจุบันนี้โอกาสจะลงไปตรงนั้นค่อนข้างยาก ยกเว้นมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเท่านั้นเอง”


ขับเคลื่อนการเติบโตภายใต้แนวคิด “
Customer Centric” ช่วยนำเสนอโพรดักท์-บริการได้ตรงใจ...พรุ้มรุกธุรกิจ “PVD” ต่อเนื่องขยายฐานสู่ “บริษัทขนาดกลาง-เล็ก”

“พิณแก้ว ทรายแก้ว” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บลจ.ไทยพาณิชย์ บอกว่า บริษัทขับเคลื่อนการเติบโตภายใต้แนวคิด Customer Centric” โดยใช้ความเข้าใจเชิงลึกต่อพฤติกรรมและความต้องการของผู้ลงทุนเป็นแกนหลักในการออกแบบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์การลงทุนที่ตอบโจทย์แต่ละกลุ่มอย่างแม่นยำ เช่น การมุ่งยกระดับความรู้ทางการเงินสำหรับผู้ลงทุนมือใหม่ การเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่สอดคล้องกับสภาวะตลาดและทันเทรนด์ เช่น กองทุนคุ้มครองเงินต้น กองทุนสกุลเงินต่างประเทศ Private Assets และ Digital Assets เป็นต้น


ทั้งนี้ SCBAM มี Roadmap การเติบโตผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ “พันธมิตรตัวแทนขาย” ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับพฤติกรรมผู้ลงทุนของแต่ละพันธมิตร ส่งผลให้เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงตลาดได้ในวงกว้าง


(พิณแก้ว ทรายแก้ว)


“นอกจากนี้ บริษัทยังคงพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเข้าถึงผู้ลงทุนยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม ‘XS Investors’ ผ่านแอปพลิเคชัน ‘SCBAM Fund Click’ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 100,000 ราย สะท้อนศักยภาพของช่องทางดิจิทัลในการเข้าถึงผู้ลงทุนยุคใหม่และการผลักดันแนวคิด ‘Wealth for Everyone’ ให้เกิดขึ้นจริงในวงกว้าง”


ขณะที่กลุ่ม “ผู้ลงทุนสถาบัน” บริษัทเน้นเสริมบทบาทพันธมิตรการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่ม “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” (PVD) ที่ยกระดับประสบการณ์สมาชิก สนับสนุนองค์ความรู้ทางการเงิน และพัฒนาแพลตฟอร์มธุรกรรมแบบบริการตนเอง พร้อมบูรณาการแนวคิด ESG เพื่อเสริมความเชื่อมั่นและความยั่งยืนในระยะยาว โดยมุ่งเน้นขยายฐานผู้ลงทุนอย่างมีคุณภาพ และนำไปสู่การเพิ่มมูลค่า AUM อย่างยั่งยืน


“ปี25 บริษัทนายจ้างที่ใช้บริการ PVD โต 5% สมาชิกโต 10% แม้จำนวน AUM อาจจะไม่โตมากก็ตาม แต่บริษัทเน้นไปยังกลุ่มบริษัทขนาดกลาง-เล็กมากขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเงินออมเพื่อเกษียณให้คนทำงานในไทย ซึ่งยังคงทำต่อเนื่องในปีนี้เช่นกัน”


“เทคโนโลยี” ที่อัปเดตไม่เคยหยุดนิ่ง เพื่อตอบโจทย์ “Wealth for Everyone”…พร้อมสร้าง “ความเชื่อมั่น” ให้นักลงทุนด้วย “Cyber Security” ที่ทำร่วมกับแบงก์แม่

“ปิ่นสุดา ภู่วิภาดาวรรธน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บลจ.ไทยพาณชิย์ บอกว่า บริษัทให้คามสำคัญในเรื่องของเทคโนโลยีมาตลอดเป็นบลจ.ตั้งแต่ยุคแรกของอุตสาหกรรมกองทุนไทย ถ้าไม่ปรับปรุงเทคโนโลยีให้อัปเดตคงรองรับการเติบโตตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ได้ และเรายังไม่คงหยุดยั้งในเรื่องนี้ ภายใต้บริบทการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงประกอบกับพฤติกรรมผู้ลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีความทันสมัย แนวคิด Wealth for Everyone” จึงถูกนำมาใช้เป็นกรอบเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและระบบปฏิบัติการให้มีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น สามารถรองรับการเติบโตของช่องทางการลงทุนและการขยายฐานผู้ลงทุนที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง


(ปิ่นสุดา ภู่วิภาดาวรรธน์)


“เทคโนโลยต้องสร้างคงามเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนด้วย ระบบ Cyber Security บลจ.ไทยพาณิชย์ได้ร่วมมือกับทาง ธ.ไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นแบงก์แม่ ซึ่งเชื่อมั่นว่าระบบนี้มีความปลอดภัยและอัปเดตอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้จะทำให้ระบบของแอปและเวบไซด์เป็นมิตรกับนักลงทุนมากยิ่งขึ้น ในส่วนของแอปเร็วๆ นี้ นักลงทุนจะสามารถเปิดบัญชีออนไลน์ได้เลยทันที ซึ่งจะช่วยขยายฐานลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ในส่วนของ e-Service เดิมผู้ใช้จะเป็นกลุ่มลูกค้ากองทุนเป็นหลัก เรากำลังขยายไปสู่ลูกค้ากองทุนส่วนบุคคลและสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เข้ามาใช้ระบบนี้เพื่อดูสถานการณ์ลงทุนต่างๆ ได้ด้วย ที่สำคัญเตรียมปรับรูปแบบของเวบไซด์ใหม่ในปีนี้ด้วย”


บริษัทพร้อมเดินหน้าพัฒนาช่องทางการให้บริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ โดยนำโมเดลการให้บริการตนเองและเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับความสามารถในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ลงทุนได้อย่างแม่นยำมากขึ้น รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านระบบและกระบวนการปฏิบัติงาน เพื่อให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงเทคโนโลยีและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อรับมือกับภัยทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และรักษาความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในการใช้บริการดิจิทัลในระยะยาว รวมทั้งส่งมอบประสบการณ์การลงทุนที่มีคุณภาพและยั่งยืนตลอดเส้นทางการลงทุน


ทั้งหมดนี้ คือ ก้าวย่างใหม่ของ “บลจ.ไทยพาณิชย์” (SCBAM) ที่พร้อมจะ Step Up ให้ทะลุ AUM 2 ล้านล้านบาท สู่การเติบโตรอบใหม่ โดยในเรื่องของ “การลงทุน” นั้น ยังคงมุ่งเน้นการบริหารการลงทุนด้วยข้อมูลที่รอบด้านและทันต่อสถานการณ์ และสื่อสารถึงนักลงทุนอย่างถูกต้องและทันท่วงที ทั้งก่อนซื้อและหลังซื้อไปตลอดเส้นทางการลงทุนเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้เป็นสำคัญ

โต๊ะกองทุน Wealthy Thai