“Open Architecture”...รูปแบบ ‘หนึ่งแบงก์’-ขายกองทุนของ ‘หลายบลจ.’ !!!
ช่องทางการขายกองทุนในปัจจุบันถือว่ามีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง “ออนไลน์” อย่างอินเทอร์เน็ต โมบายแอพพลิเคชั่น เป็นต้น ที่ถือว่าทำธุรกรรมการซื้อขายได้ง่ายและสะดวก
แต่ในขณะเดียวกันการธุรกรรมซื้อขายกองทุนรวม ก็ยังได้มีไปถึงช่องทาง “ออฟไลน์” อย่างการผ่านเคาท์เตอร์ธนาคารในแต่ละสาขา ซึ่งได้เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีต เพียงแต่มี ‘ข้อจำกัด’ นั่นคือ ธนาคารก็จะขายแต่กองทุนรวมของ บลจ. ที่อยู่ในเครือเท่านั้น
แต่ปัจจุบันมีหลายแบงก์ได้ปรับเข้าสู่การขายกองทุนในรูปแบบที่เรียกว่า “Open Architecture” หรือ การคัดเลือกกองทุนรวมดีๆ จากหลายๆ บลจ. มาให้ซื้อได้ง่ายๆ ในที่เดียว เน้นความต้องการและประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นหลัก
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้รวบรวมข้อมูลของธนาคาร ที่ได้เปิดบริการ “Open Architecture” ทั้งหมด 5 แห่ง ว่าแต่ละที่มีความน่าสนใจและแตกต่างกันอย่างไร มาแชร์ให้แก่ผู้หรือผู้ที่สนใจได้รู้เพิ่มเติม
“5 แบงก์”...กับโมเดลใหม่ในการขายกองทุนในรูปแบบของ “Open Architecture”...
โดยธนาคารแรก “ธนาคารกรุงศรีอยุธยา” ได้จับมือกับพันธมิตรบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทั้งหมด 5 บลจ. ประกอบไปด้วยบลจ. กรุงศรี ,บลจ. พรินซิเพิล ,บลจ.เกียรตินาคินภัทร ,บลจ. แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) และ บลจ. วรรณ ซึ่งในการเปิดบัญชีเพียงครั้งเดียวสามารถลงทุนได้ทุกกองทุน ทุกบลจ. ที่เป็นพันธมิตร
สำหรับขั้นตอนการทำรายการต่างๆ สามารถทำได้ในธนาคารทุกสาขา ทุกวัน ไม่เว้นวันเสาร์-อาทิตย์ หรือผ่านช่องทาง กรุงศรี ออนไลน์ (KOL) และกรุงศรี โมบาย แอปพลิเคชั่น (KMA) ได้ตลอดเวลา
ถัดมา “ธนาคารทิสโก้” ได้มีพันธมิตรกองทุนรวมกว่า 11 บลจ. ได้แก่ บลจ.กรุงไทย, บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย), บลจ.กรุงศรี, บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย), บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย), บลจ.กสิกรไทย, บลจ.ไทยพาณิชย์, บลจ.ทหารไทย, บลจ.เอ็มเอฟซี, แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย), บลจ.วรรณ และบลจ.ทิสโก้
“ซึ่งรูปแบบการบริการจะเป็นการคัดเลือกกองทุนที่ดีๆ จากบลจ.พันธมิตร โดยอิงตามบทวิเคราะห์และกลยุทธ์การลงทุนจากมุมมองของทิสโก้เอง (House Views)ให้แก่ลูกค้าในจุดเดียวแบบ ‘Fund Stop Service’ ณ สาขาธนาคารทิสโก้ทั่วประเทศ”
ต่อมา “ธนาคารทหารไทย” ก็ถือเป็นอีกหนึ่งธนาคารที่มีพันธมิตรบลจ.กว่า 10 บลจ. ประกอบไปด้วย บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย), บลจ.พรินซิเพิล, บลจ.กสิกรไทย, บลจ.กรุงไทย, บลจ.กรุงศรี, บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) , บลจ.ทหารไทย, บลจ.ยูโอบี และบลจ.ทิสโก้
“โดยรูปแบบกองทุนที่เสนอขายจะเป็นการคัดเลือกกองทุนตัวท๊อปจาก บลจ.พันธมิตรมาแนะนำให้แก่ลูกค้า ซึ่งสามารถซื้อขาย ได้ที่สาขา TMB ทั่วประเทศ”
นอกจากนี้ยังมี “ธนาคารไทยพาณิชย์” หนึ่งในไม่กี่ธนาคารที่ได้มีเปิดให้บริการ “Open Architecture” โดยมีพันธมิตรบลจ. 8 บลจ. ประกอบไปด้วย บลจ.เอ็มเอฟซี, บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย), บลจ.วรรณ, บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย) ,บลจ.พรินซิเพิล, บลจ.กรุงไทย ,บลจ.เกียรตินาคินภัทร, บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) และบลจ.ไทยพาณิชย์
“โดยกองทุนที่อยู่ภายใต้ ‘SCB Open Architecture’ นั้นได้ ผ่านการคัดเลือกแล้วว่าเป็นกองทุนที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกัน จึงแนะนําการจัดสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของลูกค้า”
สุดท้าย “ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย” ถือเป็นอีกหนึ่งธนาคารไฮไลท์สำคัญ ที่ได้มีพันธมิตรบลจ.ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในประเทศประกอบไปด้วย บลจ. อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย), บลจ.กรุงไทย, บลจ. กรุงศรี, บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) และบลจ. ไทยพาณิชย์
ส่วนในต่างประเทศ ได้แก่ BlackRock Global Funds, UBS Fund Management (Luxembourg) S.A., JP Morgan Asset Management, Legg Mason Global Asset Management, Invesco Asset Management, PIMCO Global Advisors (Ireland) Limited, ALLIANCEBERNSTEIN (LUXEMBOURG) S.A.R.L., SCHRODER INVESTMENT MANAGEMENT LUXEMBOURG S.A.
“Open Architecture ถือเป็นช่องทางที่ตอบโจทย์สำหรับนักลงทุนที่ต้องการคำแนะนำการลงทุนกองทุนรวมหรือนักลงทุนมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์การลงทุน จึงเป็นอีกหนึ่ง ‘ทางเลือกที่ดี’ แม้ว่าการลงทุนผ่านโมบายแอพพลิเคชั่นจะมีความสะดวกสบาย แต่หากขาดประสบการณ์หรือคำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ ก็อาจทำให้การลงทุนไม่เหมาะสมกับสไตล์หรือความเสี่ยงของนักลงทุนรายบุคคลนัก”
