“Sustainability” ธีมลงทุน “ทางรอด” ในโลกการลงทุน... เผย Q2/26 “กองทุนยั่งยืน-ทั่วโลก” มีเงินไหลเข้าสุทธิ 3.7 พันล้านดอลล์ - AUM เพิ่มขึ้น +7% !!!
สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...“กองทุนยั่งยืน-ทั่วโลก” Q2/26 มีเงินไหลเข้าสุทธิ 3.7 พันล้านดอลลาร์ ต่อเนื่องจากไตรมาสที่1/26 ที่ไหลเข้าสุทธิ 800 ล้านดอลลาร์
โดย “กองทุนยั่งยืน-ทั่วโลก” มีสินทรัพย์สุทธิ (AUM) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.73 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 3.50 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นไตรมาสที่1/26 เพิ่มขึ้น 2.3 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 7% จากไตรมาสก่อนหน้า
การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์กว่า 2.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ สูงกว่ายอดเงินไหลเข้าประจำไตรมาสที่อยู่ที่ 3.7 พันล้านดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ
“ชี้ให้เห็นว่าการเพิ่มขึ้นของมูลค่าตามราคาตลาด (Market appreciation) เป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่พลักดันการเติบโตในไตรมาสที่2/26 นี้”
ในช่วง Q2/26 “กองทุนยั่งยืน-ทั่วโลก” มีความเคลื่อนไหวอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก “Morningstar” มาฝากกัน
“กองทุนยั่งยืน-ทั่วโลก” Q2/26 มีเงินไหลเข้าสุทธิ 3.7 พันล้านดอลลาร์ ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน...“ยุโรป” ยังครองแชมป์ส่วนแบ่งตลาดมากสุด 84%
“Morningstar” เปิดเผยผ่านรายงานเรื่อง “Global Sustainable Fund Flows: Q2 2026 ว่า สิ้น Q2/26 “กองทุนยั่งยืนทั่วโลก” มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตัวเลขเงินไหลเข้าในไตรมาสที่1/26 ปรับปรุงใหม่เป็น 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากมีการรวมข้อมูลไตรมาสที่1/26 ของจีน ซึ่งมีการรายงานล่าช้ากว่าปกติหนึ่งไตรมาส สำหรับการประเมินในไตรมาสที่2/26 นี้ยังไม่รวมกระแสเงินทุนของจีน เนื่องจากยังไม่มีข้อมูล ณ ขณะที่ตีพิมพ์รายงาน
“การฟื้นตัวในครั้งนี้มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากภูมิภาค ‘ยุโรป’ ซึ่งกระแสเงินทุนของ ‘กองทุนยั่งยืน’ ได้พลิกกลับมาอย่างก้าวกระโดด โดยมีเงินทุนไหลเข้าสูงถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นั่นเอง แม้ว่าเงินไหลเข้าจะชะลอตัวลงจากตัวเลขปรับปรุงใหม่ในไตรมาสที่1/26 ที่ 8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐก็ตาม ทั้งนี้ กองทุนแบบ ‘Passive Fund’ ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตนี้ โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิถึง 1.14 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่กองทุนแบบ ‘Active Fund’ มีเงินไหลออกสุทธิ 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ”

ด้าน “สหรัฐ” พลิกกลับมาอยู่ในแดนบวกได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี2022 โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิ 3.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีกองทุนกลุ่ม “Index-tracking Fund” เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการฟื้นตัวครั้งนี้
สำหรับภูมิภาคอื่น ๆ กระแสเงินทุนยังคงเผชิญกับแรงกดดัน โดย “แคนาดา” มีเงินไหลออกสุทธิ 481 ล้านดอลลาร์สหรัฐ “ญี่ปุ่น” มีเงินไหลออกสุทธิ 235 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ “ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์” มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐจนถึงเดือนพ.ค.
ทั้งนี้ “ยุโรป” ยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่ครองตลาดครองส่วนแบ่งประมาณ 84% ของมูลค่าสินทรัพย์ “กองทุนยั่งยืน-ทั่วโลก” ตามด้วย “สหรัฐ” 11% ในขณะที่ส่วนที่เหลือของโลกครองส่วนแบ่งในสัดส่วนที่เหลือ
“ในส่วนของ ‘กองทุนใหม่’ ยังคงซบเซา โดยมีการเปิดตัว ‘กองทุนยั่งยืนใหม่’ เพียง 32 กอง ทั่วโลก แบ่งเป็นภูมิภาค ‘เอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)’ 16 กอง, ‘ยุโรป’ 13 กอง และ ‘สหรัฐ’ 3 กอง ส่วนญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ไม่มีการเปิดตัวกองทุนใหม่เลยในช่วงดังกล่าวแต่ประการใด”
“กองทุนยั่งยืน-เอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น-จีน)” Q2/26 มีเงินไหลออกสุทธิ -1.9 พันล้านดอลลาร์…นำโดย “ไต้หวัน-เกาหลีใต้”
ขณะที่ภูมิภาค “เอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น-จีน)” ในไตรมาสที่2/26 ยังมีเงินไหลออกสุทธิต่อเนื่อง 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย “ไต้หวัน” ที่มีเงินไหลออกสุทธิ 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 78% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ “เกาหลีใต้” ก็ไม่น้อยหน้ามีเงินไหลออกสุทธิ 456 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“เงินไหลออกสุทธิของ ‘ไต้หวัน’ ได้รับแรงขับเคลื่อนหลักมาจากกองทุน ‘Cathay Sustainability High Dividend ETF’ ของไต้หวัน ซึ่งเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค โดยบันทึกเงินไหลออกสุทธิ 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในระหว่างไตรมาส ปัจจุบันกองทุนนี้เผชิญกับภาวะเงินไหลออกติดต่อกันสี่ไตรมาสแล้ว และขนาดของการไถ่ถอนคืนหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละไตรมาสด้วยเช่นกัน”
“กองทุนยั่งยืน-เอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)” Q2/26 ออกใหม่16 กอง...“จีน” เหมาหมดเป็นไตรมาสที่2 ต่อเนื่อง
ในไตรมาสที่2/26 มี “กองทุนยั่งยืน” จัดตั้งขึ้นใหม่ 16 กอง ในภูมิภาค “เอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)” เพิ่มขึ้นจากการเปิดตัว 9 กอง ในไตรมาสที่1/26 โดยเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกันแล้วที่ “จีน” เป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคที่มีการเปิดตัวกองทุนใหม่ต่อเนื่อง

โดย “กองทุนยั่งยืน” ที่ออกมานั้นเป็นกลยุทธ์การลงทุน “เชิงรุก” (Active strategies) 6 กอง และอีก 10 กองเป็นกลยุทธ์ “เชิงรับ” (Passive products) ทั้งนี้พบว่ามี 11 กองจากกองทุนใหม่ทั้งหมดเป็นการลงทุนใน “หุ้น” ขณะที่อีก 5 กองเป็น “กองทุนผสม”
“ทั้งนี้ยังพบว่า ธีมการลงทุนใน ‘อุตสาหกรรมแบตเตอรี่’ เป็นธีมที่มีการออกมากสุด โดย 5 จาก 16 กองทุนใหม่มีการอิงตามดัชนี ‘CNI’s New Energy Battery’ หรือ ‘NEV (New Energy Vehicle) Battery’ อย่างชัดเจน ซึ่งเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับภาคส่วนการกักเก็บพลังงานของจีนได้เป็นอย่างดี”
สำหรับธีม “การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainability) นั้นถือเป็นหนึ่งใน Megatrend การลงทุนของโลก ที่เป็น “ทางรอด” ในการลงทุนในระยะยาว เพราะ “ปัญหาโลกเดือด” เป็นความรับผิดชอบของทั้งโลก ไม่ได้เกิดขึ้นแล้วหายไปแต่ประการใด
