“ตลาดโลกผันผวน” กดราคาสินทรัพย์ดิ่ง-ใช่ว่าจะแย่ไปหมด... มองมุมกลับ นี่คือ “โอกาสลงทุน” !!!
Fund Manager View: กล่าวกันว่า...โอกาสในจักรวาลการลงทุนนั้นมีอยู่เสมอ !!!
เพราะสินทรัพย์แต่ละประเภทจะมีวงจรชีวิตและวัฏจักรการขึ้นลงที่แตกต่างกันออกไป ถ้ามองอย่างเปิดใจก็จะพบว่า...น้อยครั้งที่ราคาสินทรัพย์ทุกประเภทจะพร้อมใจกันดำดิ่งในทิศทางเดียวกัน (น้อยมาก...แต่ก็มีได้ในบางวิกฤตินะ)
สำคัญ คือ “ปัจจัยพื้นฐาน” ที่จะเป็นตัวซัพพอร์ตมูลค่าของสินทรัพย์นั้นๆ ให้เป็นไป ในจังหวะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนหนักเช่นปัจจุบัน
“ราคา” ในหลายตลาดก็ปรับตัวลงมามากจนน่าสนใจ ทั้งที่ปัจจัยพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนไปแต่ประการใด
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีสินทรัพย์ที่น่าสนใจ 2 ประเภท จากผู้เชี่ยวชาญมาอัพเดทให้ฟังกัน
“หุ้นเวียดนาม” ย่อเพื่อไปต่อ...แนะใครมีแล้ว ‘ถือต่อ’ ถ้ายังไม่มีติดพอร์ต-ทยอยสะสมได้
โดย “ธิดาศิริ ศรีสมิต” Chief Investment Officer บลจ.กสิกรไทย ยังคงมุมมองเชิงบวกในระยะกลาง-ยาว ต่อการลงทุนใน “เวียดนาม” เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตได้ดีกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน จากการฟื้นตัวของภาคการผลิตเพื่อการส่งออก หลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และการขยายตัวของประชากรวัยทำงานที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าภาคการท่องเที่ยวและการบริการจะฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป

(ธิดาศิริ ศรีสมิต)
“ส่วนความกังวลระยะสั้นต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และธนาคารพาณิชย์จะส่งผลไม่รุนแรง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มี Valuation ไม่แพง มีพื้นฐานแข็งแกร่ง คาดว่าทั้งสองอุตสาหกรรมจะกลับมาเติบโตได้ดีภายหลังการตรวจสอบจากรัฐบาลผ่านไปจากความต้องการที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่แรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาพลังงานจะถูกชดเชยจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศภายหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ผ่านพ้นไป”
ที่สำคัญอัตราการเติบโตของตลาดหุ้นเวียดนามโดดเด่นในภูมิภาค โดยคาดว่าจะเติบโต +19.3% ในปีนี้ และ +24.3% ในปีหน้า แถมระดับราคาหุ้นก็ยังไม่แพงที่ PE Multiple 13 เท่า และ 10.3 เท่า ตามลำดับ ตลอดจนหากถูกปรับสถานะจาก “ตลาดชายขอบ (Frontier)” เป็น “ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets)” และก้าวสู่การเป็น “The Rising Star of Asia” ก็จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติได้อีกมาก
สำหรับนักลงทุนที่มีหุ้นเวียดนามอยู่เยอะแล้ว “แนะนำถือต่อไปได้” แต่สำหรับใครที่ยังมีในสัดส่วนน้อยหรือยังไม่มี “ใช้จังหวะที่ตลาดปรับฐาน ทยอยเข้าสะสมได้” แต่ต้องประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
แนะเติม “อสังหาฯ โลก” ใส่พอร์ต...รับมือตลาดผันผวน
ด้าน “รัชดา ตั้งหะรัฐ” กรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) มองว่า การลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” ถือว่าเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางเลือกที่มีความสัมพันธ์คนละทิศทางกับสินทรัพย์การลงทุนอื่นๆ และเป็นสินทรัพย์ที่สามารถเติบโตได้ในภาวะที่ดอกเบี้ยและเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมไปถึงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจากการแพร่ระบาด Covid-19 ดังนั้นจึงแนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก” เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนในภาวะตลาดปัจจุบัน

(รัชดา ตั้งหะรัฐ)
“ในปี 2022 ‘กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)’ คาดการณ์ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจโลก GDP อยู่ที่ระดับ 4.4% ในขณะที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 431,000 ตำแหน่งในเดือน มี.ค.แสดงให้เห็นถึงภาคการจ้างงานที่แข็งแกร่ง รวมถึงตัวเลข CPI ที่เป็น ดัชนีชี้วัดเงินเฟ้อในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ระดับ 7.9% ชี้ให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาได้ฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 แล้ว ซึ่งส่งผลดีต่อการขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านโลจิสติกส์และคลังสินค้า”
ตลอดจนการถึงแนวโน้มการปล่อยเช่าที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ (Multi Family) ในหลายภูมิภาคกำลังเติบโตได้ดี รวมไปถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่กำลังเป็นเมกะเทรนด์ในทั่วโลก ส่งผลให้เกิดความต้องการเช่าที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ (Senior House) เพิ่มขึ้น ปัจจัยดังกล่าวส่งผลบวกต่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกที่มีคุณภาพ เนื่องจากในปัจจุบันการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ยังคงให้อัตราผลตอบแทนที่ดี มี Yield Spread (ส่วนต่างอัตราผลตอบแทน) สูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ และมีค่าความสัมพันธ์กับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ที่ค่อนข้างต่ำ รวมถึงเป็นสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดจากการรับรู้รายได้จากค่าเช่าอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องในระยะยาว
จึงแนะนำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนมายังกลุ่ม “อสังหาริมทรัพย์โลก” เพื่อรับมือกับตลาดที่ผันผวนในปัจจุบัน
ในภาวะตลาดหุ้นโลกผันผวนเช่นปัจจุบัน ราคาสินทรัพย์ที่ปรับตัวลงมาลึกในอีกมุมก็เป็น “โอกาสการลงทุน” เช่นเดียวกัน ใครที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในต่างประเทศ เชื่อว่าทั้ง “หุ้นเวียดนาม” และ “อสังหาริมทรัพย์โลก” น่าจะเป็นทางเลือกที่เติมเต็มพอร์ตได้ไม่มากก็น้อย
