“5 แบงก์แม่” ยิ้มรับปันผล ‘บลจ.ลูก’ ปี21 กว่า 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 75.59%... ส่วน ‘การขายบลจ.ลูก’ ยังเป็นแค่ “ข่าวลือ” !!!
สาระ Fund วันละนิด: สำหรับใครที่ชื่นชอบสไตล์ “หุ้นปันผล” น่าจะชอบหุ้นเหล่าบลจ.อย่างแน่นอน (เสียดายมีเพียง บลจ.เอ็มเอฟซี เท่านั้น...ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย)
เพราะกำรี้กำไรที่ทำได้นั้น เรียกว่า “ปันผลคืนแม่” ไปเกือบหมดทุกบลจ.เลยทีเดียว คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ของกำไร ให้แม่หมดทั้งใจ...
ในปี21 ที่ผ่านมานั้น “ปันผล” ของหเล่าบลจ.ก็ฟื้นตามผลประกอบการที่ฟื้นตัวขึ้นมาเช่นกัน มี 17 บลจ.จ่ายปันผลรวมกันกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน +38.75%
มี “บลจ.กรุงศรี” ปันผลมากสุดกว่า 3 พันล้านบาท “BAY” ที่ถือหุ้นอยู่ 76.59% ก็รับทรัพย์ไปเต็มๆ ในปีที่ผ่านมา
ภาพรวมปันผลของเหล่าบลจ.ในปีที่ผ่านมาเป็นยังไงกันบ้าง ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจมาอัพเดทให้ฟังกัน
“บลจ.กรุงศรี” แชมป์ปันผลมากสุด 3 พันล้านบาท...ด้าน “บลจ.วรรณ” แชมป์ปันผลเพิ่มขึ้นสูงสุด +132.87%
ในปี21 ที่ผ่านมานั้น มี 17 บลจ. ที่จ่ายปันผลได้ เพิ่มขึ้นจากปี20 ที่มี 13 บลจ. โดยมีถึง 12 บลจ.คิดเป็น 70.59% จากทั้งหมด ที่จ่ายปันผลได้เพิ่มขึ้น ในขณะที่อีก 5 บลจ. คิดเป็น 29.41% มีการจ่ายปันผลลดลง
ทั้งนี้มี 4 บลจ.ที่กลับมาจ่ายปันผลได้อีกครั้งหลังจากที่หยุดจ่ายไปในช่วงวิกฤติ COVID-19 นั่นก็คือ บลจ.กรุงศรี, บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย), บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) และบลจ.เอเชีย เวลท์ ที่สำคัญ “บลจ.กรุงศรี” ยังเป็นแชมป์ปันผลสูงสุดในปี21 อีกด้วย ปันผลไป 3,041.50 ล้านบาท มากสุดในอุตสาหกรรม

“สำหรับ 5 บลจ. ที่ปันผลสูงสุดในอุตสาหกรรมนั้น เป็น ‘บลจ.ลูกแบงก์’ ทั้งหมดและจ่ายปันผลระดับ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปทุกบลจ. รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 9,919.59 ล้านบาท คิดเป็น 75.59% ของเงินปันผลทั้งหมด เหล่า ‘แบงก์แม่’ ก็กระเป๋าตุงไปตามๆ กัน”
ทั้ง 5 บลจ. ที่ปันผลสูงสุด ได้แก่
-บลจ.กรุงศรี ปันผล 3,041.50 ล้านบาท
-บลจ.กสิกรไทย ปันผล 2,802.59 ล้านบาท
-บลจ.ไทยพาณิชย์ ปันผล 1,570.50 ล้านบาท
-บลจ.บัวหลวง ปันผล 1,505.00 ล้านบาท
-บลจ.ทิสโก้ ปันผล 1,000.00 ล้านบาท
“โดย ‘บลจ.วรรณ’ เป็นบลจ.ที่มีการจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นสูงสุดในปีที่ผ่านมา ปันผลไป 139.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน +132.87%”
เปิด “8 บลจ.” ยังปันผลไม่ได้-เหตุมี ‘ขาดทุนสะสม’…ด้าน “บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” ปันผลลดลงมากสุด -87.84%
สำหรับ 5 บลจ.ที่มีการจ่ายปันผลลดลงในปี21 ที่ผ่านมานั้น ได้แก่ บลจ.กสิกรไทย ลดลง -1.40%, บลจ.เกียรตินาคินภัทร -27.27%, บลจ.ธนชาต -47.58%, บลจ.ทหารไทย -59.39% และบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ -87.84%
“ล่าสุดแผนการควบรวม 2 บลจ.ระหว่าง ‘บลจ.ธนชาต’ และ ‘บลจ.ทหารไทย’ เป็น ‘บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย)’ ก็เจอโรคเลื่อนเพราะต้องรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาอนุมัติ จึงต้องขยับแผนออกไปเป็น 11 ก.ค. 22 แทน (จากเดิม 13 มิ.ย. 22)”

นอกจากนี้ ยังมีบลจ.อีก 8 แห่ง ที่ยัง “ไม่สามารถจะจ่ายปันผลได้” เพราะยังมี ‘ขาดทุนสะสม’ อยู่ ได้แก่ บลจ.ฟิลลิป, บลจ.ทาลิส, บลจ.บางกอกแคปปิตอล, บลจ.เรนเนสซานซ์, บลจ.คิง ไว (เอเชีย), บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ และบลจ.เอ็กซ์สปริง ส่วน บลจ.วี มีกำไรสะสมแต่ยังไม่ปันผลในปี21 ที่ผ่านมา
“ในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นการเข้ามาซื้อบลจ.ไทยของนักลงทุนต่างชาติปรากฏเป็นระยะๆ ล่าสุด...ก็มีกระแสข่าวออกมาว่าจะมีการขายบลจ.กสิกรไทยเช่นกัน หรือข่าวที่แบงก์ไทยพาณิชย์พร้อมพิจารณาทุกความเป็นไปได้ต่อข่าวการขายบลจ.ไทยพาณิชย์ก่อนหน้านั้น ก็เป็นสิ่งที่ปัจจุบันยังเป็นแค่ ‘ข่าวลือ’ เท่านั้น”
แต่เมื่อเห็น “การจ่ายปันผล” ของเหล่าบลจ.ลูกแบงก์ต่างๆ แล้ว คนขายก็คงต้องสู้ราคากันพอสมควร คนซื้อเองถ้าทุ่มซื้อก็เหมือนได้ ‘หุ้นปันผล’ ดีๆ มาไว้ในมือในระยะยาวก็คงไม่เสียหายอะไร ถ้าเชิงธุรกิจคุ้มค่า...ก็คงทุ่มได้เช่นกัน ตัวอย่างก็มีให้เห็นกันมาแล้ว (ไม่ใช่ไม่มี)...
“บลจ.” ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจทำเงินของ “บรรดาแม่ๆ” ทั้งหลาย...ถ้ายังปั้นผลกำไร “จ่ายปันผล” ได้เป็นกอบเป็นกำ หาได้เท่าไรก็ปันผลคืนให้แม่แบบนี้ ใครที่ “จะตัดใจขาย”...ก็คงต้องคิดหนักพอสมควรเลยทีเดียว
