Official Update :

สถิติฟ้อง “Healthcare” ผลตอบแทนดีช่วง ‘เงินเฟ้อสูง’… ส่วน “หุ้นจีน” ถูก- “หุ้นไทย” พื้นฐานแกร่ง !!!

Fund Manager View: ตลาดทั่วโลกยังหวั่นใจกับการดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดของ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (FED) อยู่ไม่เสื่อมคลายแม้ว่าจะส่งสัญญาณออกมาชัดเจนแล้วก็ตาม


“เงินเฟ้อสูง” ก็ดูเป็นสิ่งที่โลกยากจะหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะสงครามยูเครน-รัสเซียยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติและยังอาจจะขยายวงกว้างออกไปได้อีกด้วย ยังเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดให้ตลาดการลงทุนทั่วโลกยังคง “ผันผวนต่อเนื่อง” ต่อไป


แต่ก็มาพร้อมโอกาสการลงทุนเช่นเดียวกัน แต่คงต้องมองภาพกันยาวๆ สักนิดนึง


วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มี “3 ธีมหุ้น” ที่เป็นโอกาสลงทุนท้าทายเงินเฟ้อมาฝากกัน



“
Overweight” กลุ่ม ‘Biotech’ และ ‘Healthcare Services’

การลงทุนใน “หุ้น” ถือเป็นสินทรัพย์ที่ต่อสู้เงินเฟ้อได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นในกลุ่ม “Healthcare” ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร เงินเฟ้อจะสูงแค่ไหน ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มนี้ไม่มีร่วงแต่ประการใด


โดย “โทมัส แบรดลี่ย์-ฟลานนาแกน” ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน จาก JP Morgan Asset Management International Equity Group มองว่า ปี2022 จะเป็นปีแห่งความผันผวน จากทั้งเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงความกังวลในเรื่องคอขวดห่วงโซ่อุปทานต่างๆ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดหุ้นในหลายภูมิภาคและหลายๆ อุตสาหกรรม “กลุ่มเฮลท์แคร์” (Healthcare) เองก็หนีไม่พ้น ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน



(โทมัส แบรดลี่ย์-ฟลานนาแกน)



“อย่างไรก็ตาม หากมองย้อนกลับไปในอดีต ในช่วงที่เงินเฟ้อมีการปรับตัวขึ้นแรงๆ จะพบว่า ‘กลุ่มพลังงาน’ เป็นกลุ่มที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุด ในขณะที่ ‘กลุ่มเฮลท์แคร์’ มีผลการดำเนินการดีตามมาเป็นอันดับ 2 เราจึงมองว่ากลุ่มเฮลท์แคร์ยังเป็นกลุ่มที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนได้ แม้ในช่วงที่เงินเฟ้อสูง”


อย่างไรก็ดี เรามองว่าไม่ใช่ว่าทุกหมวดในกลุ่มเฮลท์แคร์จะมีผลการดำเนินงานที่ดี โดยเราได้ปรับกลยุทธ์ลงทุน และเลือกกลุ่มที่จะเข้าลงทุนให้เหมาะสม โดยมีสัดส่วนเมื่อเทียบกับดัชนี MSCI World Healthcare ดังนี้

  • Overweight ให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้น ดังนี้


-กลุ่ม
Biotech ที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง ทำให้มูลค่าหุ้นมีความน่าสนใจ ให้เน้นบริษัทที่มีนวัตกรรมโดดเด่น มีคุณภาพ และโอกาสเติบโตในระยะยาว


-กลุ่ม Healthcare Services เน้นลงทุนในกลุ่มประกันสุขภาพมากกว่าโรงพยาบาล

  • Underweight รักษาระดับหรือลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นดังนี้


-กลุ่ม
Pharma ไม่ได้มีการปรับลด โดยยังคงสัดส่วนที่มากที่สุดในพอร์ต เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มั่นคงไม่ผันผวนไปตามสภาพเศรษฐกิจ


-กลุ่ม Medical tech มีการปรับลด หุ้นขนาดใหญ่ในบางบริษัท ที่มูลค่าหุ้นสูง



ชู “หุ้นจีน-ไทย” น่าสนใจ...เหตุปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง-มีความเสี่ยงด้านการเมืองระหว่างประเทศน้อย

แต่ใช่ว่าจะมีแต่หุ้นกลุ่ม “Healthcare” เท่านั้นที่น่าสนใจในช่วงนี้ “หุ้นจีน” และ “หุ้นไทย” เองก็ถือเป็นอีก 2 ตลาดที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน


ด้าน “ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร รองกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานบริหารการลงทุน บลจ.บางกอกแคปปิตอล (BCAP)  มองว่า แม้ตลาด “หุ้นสหรัฐ” จะปรับขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่มองว่าเป็นเพียงการรีบาวน์หรือปรับขึ้นช่วงสั้นๆ เท่านั้น เนื่องจากประเมินว่าในปี 2022 “ธนาคารกลางสหรัฐ” (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายรวม 2.50-2.75%  หากเป็นการขับรถถือว่าคนขับกำลังกดแป้นเบรคอย่างหนัก ซึ่งจะเป็นผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนปรับลดลงในระยะต่อไป



(ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร)



“ในช่วงครึ่งหลังแนะนำให้เน้นการลงทุนหุ้นในกลุ่มประเทศที่มีมูลค่าพื้นฐานถูก ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีอัตราการเติบโตดี และ/หรือ มีความเสี่ยงต่อการเมืองระหว่างประเทศจำกัด คือประเทศจีนและไทย”


หลังมีแรงเทขายกดดันราคา “หุ้นจีน” อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากมาตรการ Lock Down ในเมืองสำคัญ ๆ เช่น ปักปิ่งและเซี่ยงไฮ้ ทำให้หุ้นจีนมีราคาพื้นฐาน (Valuation) ที่ถูกเทียบกับทั้งอดีตและประเทศอื่น แต่ล่าสุดมีสัญญาณการเปิดเมืองพร้อมการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล ทำให้เราประเมินว่าเศรษฐกิจจีนกำลังจะผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสที่2 นี้


“ขณะที่ ‘หุ้นไทย’ อาจจะมี Valuation ที่ค่อนไปทางแพงเล็กน้อยเนื่องจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่ในแง่นโยบายการเงิน ประเทศไทยยังมีแนวโน้มผ่อนคลายเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอย่าง สหรัฐและยุโรป อีกทั้งมีแรงส่งจากปัจจัยนอกประเทศ เช่น การส่งออกและนักท่องเที่ยวที่จะกลับมาจากการเปิดประเทศจะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี อีกทั้งผลกระทบโดยตรงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน มีค่อนข้างต่ำ จากนโยบายเป็นกลางของไทย นักลงทุนต่างชาติจึงมองเราเป็นหลุมหลบภัยและจะมี Fund flow ต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี ดังนั้นการลงทุนในประเทศจีนและไทยน่าจะสร้างผลตอบแทนที่ดีในช่วงครึ่งหลังของปีนี้”


ครึ่งปีหลัง...“ความผันผวน” ยังเป็นสิ่งที่จะอยู่กับตลาดการลงทุนต่อไป แต่มองภาพการลงทุนระยะยาวแล้วในภาวะ “เงินเฟ้อสูง” ท่ามกลางปัจจัยลบเช่นนี้ “3 ธีมหุ้น” ก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี “Healthcare” ยังสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีในช่วงเงินเฟ้อสูง ในขณะที่ “หุ้นจีน” ก็ถูกมากแล้ว ด้าน “หุ้นไทย” เองพื้นฐานยังแข็งแกร่งยังเป็นตัวเลือกที่ดีในช่วงครึ่งปีหลังนี้เช่นกัน

โต๊ะกองทุน Wealthythai

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ซบตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -4.75% “TVIETNAM” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.45% ส่วน “UVO” ร่วงสุด -12.36% แนะโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” !!!
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GC และ SCGC แจ้งความก้าวหน้าการศึกษาจัดตั้งโครงการร่วมทุน เร่งหารือและกำหนดเงื่อนไขสำคัญของธุรกรรมร่วมกัน
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us