Official Update :

“บลจ.กรุงศรี”...เปิดตัวกองทุนใหม่ “KFPCD-UI” ลงทุน “Private Credit” ชี้จุดเด่นทั้งด้านโอกาสรับผลตอบแทนและการกระจายความเสี่ยง

“บลจ.กรุงศรี” เล็ง Private Credit เป็นสินทรัพย์น่าลงทุน จากอัตราการเติบโตสูง มีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้รูปแบบเดิม และไม่ผันผวนไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นและตราสารหนี้ในตลาด จึงเสนอขาย “กองทุนเปิดกรุงศรี Private Credit-ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย” (KFPCD-UI) เสนอขายครั้งแรกตั้งแต่วันนี้ถึง 9 .. 67  ลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ 100,000 บาท 


นางสุภาพร  ลีนะบรรจง  กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) เปิดเผยว่า “Private Credit เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เข้ามาตอบโจทย์โอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดี โดย Private Credit เป็นตราสารหนี้นอกตลาดที่เป็นแหล่งเงินทุนให้กู้แก่บริษัทเอกชน โดยผู้ให้กู้คือนักลงทุนที่ไม่ใช่ธนาคารหรือสถาบันการเงิน ผู้ให้กู้จะได้รับดอกเบี้ยซึ่งมักจะสูงกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารทั่วไป รวมทั้งมีการเรียกหลักประกันและกำหนดเงื่อนไขเพื่อป้องกันความเสี่ยงอีกด้วย จึงมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มากกว่า  นอกจากนี้ Private Credit ยังช่วยกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตการลงทุนโดยรวมได้ดีกว่าโดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง เนื่องจากมีโอกาสสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอจากดอกเบี้ยที่ได้รับ และผลตอบแทนไม่ได้มีแนวโน้มที่จะผันผวนไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นหรือตราสารหนี้    ทั้งนี้ ตลาด Private Credit ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นและมีการเติบโตขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับการปล่อยกู้ของธนาคารสหรัฐ  โดยขนาดของตลาด Private Credit เติบโตมากกว่า 2 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา” (ที่มา : BlackRock 30 .. 64)


(นางสุภาพร  ลีนะบรรจง)


“บลจ.กรุงศรี มองว่าเป็นจังหวะดีของการลงทุนใน Private Credit  จึงได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรี Private Credit-ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (KFPCD-UI) ซึ่งบริหารโดย BlackRock ผู้จัดการกองทุนระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญในตลาด Private Credit มีประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 23 ปี  มีเงินลงทุนมากกว่า 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ที่มา : BlackRock 31 .. 66) โดยกองทุน KFPCD-UI มีนโยบายลงทุนในกองทุนอ้างอิงชื่อ  BlackRock Private Credit Fund (Institutional Shares)  มีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่เหนือกว่าตราสารหนี้ในตลาดจดทะเบียนและมุ่งสร้างกระแสเงินสดรับที่สม่ำเสมอ   โดยใช้กลยุทธ์แบบ Direct Lending คือการปล่อยกู้ทางตรง  เน้นการปล่อยกู้ให้กับบริษัทขนาดกลาง(Core Middle Market) ซึ่งมีสัดส่วนการก่อหนี้ที่ต่ำกว่าบริษัทขนาดใหญ่  และเป็นบริษัทที่มีมูลค่ากิจการประมาณ 100 เหรียญถึง 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ  มีการกระจายการลงทุนในหลากหลายบริษัทในอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่วัฏจักร (Non-cyclical) คือบริษัทที่มีแนวโน้มจะดำเนินธุรกิจได้ดีได้รับผลกระทบในระดับต่ำจากการเปลี่ยนแปลงของวัฏจักรเศรษฐกิจ  เช่น Healthcare, Tech/Software, Business Services เป็นต้น รวมทั้งกระจายการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีรายได้และผลกำไรสม่ำเสมอ”


“สำหรับกลยุทธ์ Direct Lending นั้น ผู้ปล่อยกู้จะมีอำนาจต่อรองที่สูง สามารถกำหนดเงื่อนไขต่างๆเพื่อปกป้องผู้ลงทุนได้ดีกว่า  มีข้อกำหนดด้านการเงินที่เข้มงวดส่งผลให้มีการผิดนัดชำระหนี้ที่ต่ำกว่าและอัตราการได้รับชำระคืนเมื่อเกิดการผิดนัดชำระหนี้ที่สูงกว่า  นอกจากนี้ Direct Lending ยังช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้กับพอร์ตจากการใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวทำให้ได้รับผลกระทบที่จำกัดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย  ทั้งนี้กองทุนอ้างอิงมีการลงทุนทั้งหมดในบริษัทที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันและส่วนใหญ่จะมีสิทธิเรียกร้องชำระหนี้คืนเป็นลำดับแรกด้วย”


“บลจ.กรุงศรี เชื่อมั่นว่าการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุน KFPCD-UI เป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนรายใหญ่  กับการลงทุนในสินทรัพย์กลุ่ม Private Credit เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไป และช่วยกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตการลงทุนโดยรวมในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนได้” นางสุภาพร กล่าว

................................................................................................................................................................

ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย กองทุนรวมสำหรับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษเท่านั้น กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน |ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการลงทุน | กองทุนนี้ไม่ถูกจำกัดความเสี่ยงด้านการลงทุนเช่นเดียวกับกองทุนรวมทั่วไป จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่รับผลขาดทุนระดับสูงได้เท่านั้น


ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต


กองทุนป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้


KFPCD-UI  ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ BlackRock Private Credit Fund (Institutional Shares)   (กองทุนอ้างอิง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV ระดับความเสี่ยง 8+ : เสี่ยงสูงมากอย่างมีนัยสำคัญ


ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

Most Viewed
Fun of Funds
“LHEQDPLUS-A” ลุย “หุ้นปันผลสูง”... สะสม “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
HANA ติด Cash Balance มีผล 24 ส.ค.-11 ก.ย.69 โบรกฯ มองกำไรมีแนวโน้มโตแรง 2-3 ปี รับดีมานด์ชิป AI-Data Center แข็งแกร่ง
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“งบมีจำกัด”...จะเลือก “ประกัน” หรือ “ออม” ก่อนดี?
เมื่อ อีก 21 ชั่วโมง
Stock of the Day
เช็กลิสต์ 4 หุ้นเด่น โค้งสุดท้าย MSCI Rebalance โบรกฯ แนะอาศัยจังหวะย่อตัวเข้าสะสม ดักรับเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ ก่อนมีผล 31 ส.ค.นี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“PVD” ครึ่งแรกปี26 “ฟื้น” AUM เพิ่มขึ้น +6.23%... “บลจ.พรินซิเพิล” แชมป์โตสุด +26.85% “บลจ.เฟิร์ส พลัส” ร่วงสุด -9.82% “บลจ.ทิสโก้” แชมป์ส่วนแบ่งมากสุด 19.57% !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us