“บลจ.ไทยพาณิชย์”...เตรียม “จ่ายปันผล – คืนทุน” Q2/68 “DIF – POPF – CNPCG”

“บลจ.ไทยพาณิชย์” เตรียม “จ่ายปันผล – คืนทุน” Q2/68 กลุ่มกองทุนอสังหาฯ – อินฟราฯ เสถียรภาพสูง DIF – POPF – CNPCG” แนะลงทุนสะสมเพื่อผลตอบแทนมั่นคงระยะยาว


นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ที่ผ่านมา ตลาดทุนไทยยังเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนทางการเมือง การชะลอตัวการส่งออกจากนโยบายภาษีนำเข้าระหว่างประเทศ รวมไปถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง แม้จะเผชิญกับสภาพแวดล้อมดังกล่าว กลุ่มกองทุนรวมประเภทอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานที่บริหารจัดการกองทุนโดย SCBAM ยังสามารถทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง จากการบริหารสินทรัพย์กองทุนที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง รายได้ที่สม่ำเสมอจากค่าเช่าและบริการที่มั่นคง ทำให้กองทุนสามารถจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยได้อย่างต่อเนื่อง


(นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)


โดยไตรมาสที่ 2/2568 คณะกรรมการพิจารณาการลงทุนได้อนุมัติจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสำหรับรอบการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2568 - 30 มิถุนายน 2568 จำนวน 3 กองทุน โดยมี กองทุน DIF (กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล) จ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2222 บาท/หน่วย(*) กองทุน POPF (กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ไพร์มออฟฟิศ) จ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2150 บาท/หน่วย(*) และกองทุน CPNCG (กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท) จ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.1909 บาท/หน่วย(*) พร้อมเงินคืนทุน 0.0752 บาท/หน่วย(*) โดยทั้ง 3 กองทุนมีกำหนดจ่ายเงินปันผลให้นักลงทุนในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้


สำหรับ “กองทุน DIF” กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่มีรายได้จากการให้เช่าทรัพย์สินโทรคมนาคม มีรายได้หลักจากการให้เช่าโครงข่ายโทรคมนาคม เช่น เสาสัญญาณและสายใยแก้วนำแสงแก่กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน (TRUE) โดยกองทุนมีจุดแข็งด้านรายได้ที่มั่นคงและมีความผันผวนต่ำจากสัญญาเช่าระยะยาวจากโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อมรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยี 5G ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเสริมรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2/2568 กองทุน DIF มีกำหนดจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2222 บาท/หน่วย นับเป็นครั้งที่ 2 ของปี และครั้งที่ 46 นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 9 กันยายน 2568


ในขณะเดียวกัน ยังมีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์อีก 2 กองทุนที่มีกำหนดจ่ายผลตอบแทนในไตรมาสที่ 2/2568 ได้แก่ “กองทุน POPF” ที่ลงทุนในสิทธิการเช่าอาคารสำนักงาน 2 แห่ง ได้แก่ อาคารสมัชชาวานิช 2 และอาคารบางนา ทาวเวอร์ ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในทำเลธุรกิจสำคัญที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยกองทุน POPF มีกำหนดจ่ายปันผลในอัตรา 0.2150 บาท/หน่วย เท่ากับการจ่ายประโยชน์ตอบแทนในไตรมาสก่อน นับเป็นครั้งที่ 2 ของปี และนับเป็นครั้งที่ 57 ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 4 กันยายน 2568 


และอีกกองทุน คือ “กองทุน CPNCG” มีรายได้จากการลงทุนในสิทธิการเช่าของอาคารสำนักงานเกรดเอ บริเวณศูนย์การค้าในเครือของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ย่านปทุมวัน นับเป็นทำเลทองที่รายล้อมด้วยศูนย์การค้าและมหาวิทยาลัยชั้นนำ จึงทำให้ทรัพย์สินกองทุนมีอัตราการเช่าพื้นที่สูงถึงร้อยละ 96 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568) โดยกองทุน CNPCG มีกำหนดจ่ายผลตอบแทนรวม 0.2661 บาท/หน่วย แบ่งเป็นเงินปันผลในอัตรา 0.1909 บาท/หน่วย และกำหนดจ่ายเงินคืนทุน 0.0752 บาท/หน่วย หรือเป็นเงินจำนวน 32,083,253 บาท ซึ่งการลดทุนเป็นการจ่ายสภาพคล่องส่วนเกินตามวิธีการทางบัญชี  นับเป็นการจ่ายปันผลและลดทุนครั้งที่ 2 ของปี และเป็นครั้งที่ 50 ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน ซึ่งกำหนดจ่ายปันผล-คืนทุนในวันที่ 4 กันยายน 2568


นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “แม้ตลาดทุนไทยในปัจจุบันยังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย แต่ระดับ Valuation ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตได้สะท้อนถึงโอกาสในการฟื้นตัวของตลาดในระยะข้างหน้า ในช่วงเวลานี้การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพจากปัจจัยพื้นฐานและการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในการสร้างรายได้อย่างมั่นคงและและจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอจึงเป็นทางเลือกการลงทุนที่จะสามารถหาโอกาสสร้างผลตอบแทนระหว่างรอจังหวะที่เศรษฐกิจไทยกลับเข้าสู่เส้นทางการเติบโตอย่างเต็มรูปแบบได้”


(*) ดูข้อมูลการจ่ายเงินปันผลกองทุน DIF, POPF และ CPNCG เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

  • การลงทุนในกองทุนรวมมิใช่การฝากเงิน และผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต • กองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ • ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน • ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลได้ที่https://www.scbam.com หรือสอบถามข้อมูลและรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการที่ บลจ.ไทยพาณิชย์ หรือ SCBAM Client Relations โทร. 02 777 7777


ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
CNN เผยรายชื่อวิทยากรที่ตบเท้าเข้าร่วมงานเสวนาระดับโลก Global Perspectives: In Bangkok ที่จัดขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพฯ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
SET ปิดเช้าพุ่ง 21 จุด ทะลุ 1,600 จุด สำเร็จ! รับแรงหนุนกลุ่มโรงไฟฟ้า-สื่อสาร โบรกฯ มองหุ้นไทยมีดี แต่เริ่มแพง
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us