“บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสเม้นท์”...ยังคงมั่นใจผลกำไรใน ‘เอเชีย’ มีแนวโน้มเติบโตขึ้น
มร.โรเบิร์ต เพนนาโลซา หัวหน้าประจำประเทศไทยของ อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสเม้นท์ เปิดเผยว่า ในขณะที่โลกกำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดของ COVID-19 และผลกระทบทางเศรษฐกิจอยู่นั้น นักลงทุนต่างมองหาการสร้างพอร์ตการลงทุนที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนมากขึ้น บริษัทนำเสนอกลยุทธ์บนพื้นฐานของ ESG ที่หลากหลายให้แก่นักลงทุนชาวไทย เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุนและบรรลุเป้าหมายในระยะยาวได้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้นจีนและกองทุนบริษัทขนาดเล็กระดับโลกที่ลงทุนในธุรกิจที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไปจนถึงกลยุทธ์การจ่ายเงินปันผลแบบไดนามิกทั่วโลกที่มุ่งเป้าไปยังการจ่ายเงินปันผลรายเดือนโดยไม่คำนึงถึงความผันผวนของตลาดในวงกว้าง เราเชื่อว่าหุ้นยังคงเป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนไทยในอนาคต

(มร.โรเบิร์ต เพนนาโลซา)
“บริษัทในเอเชียส่วนใหญ่คาดการณ์การเติบโตที่ดีของผลกำไรในปี 2021 ในรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด และอเบอร์ดีนก็คาดว่าเงินปันผลจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเศรษฐกิจกลับมาเป็นปรกติมากขึ้น”
น.ส.พฤกษา เอี่ยมธงทอง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียของ อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสเม้นท์ กล่าวว่า บริษัทคาดว่าธนาคารกลางในภูมิภาคเอเชียจะใช้นโยบายการเงินที่ยืดหยุ่นในช่วงนี้ เพื่อสร้างรากฐานให้แก่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเชื่อว่าแนวโน้มเชิงโครงสร้างที่สำคัญต่อไปนี้จะขับเคลื่อนตลาดหุ้นเอเชียในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้

(น.ส.พฤกษา เอี่ยมธงทอง)
การไขว่คว้าโอกาส: ในขณะที่ชนชั้นกลางของไทยและเอเชียยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นที่คาดการณ์ไว้ว่าการบริโภคสินค้าที่มีคุณภาพสูงในด้านต่าง ๆ จะเติบโตขึ้น เช่น อาหารและเครื่องดื่ม การศึกษา และบริการทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยบางรายที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ขนาดเล็กก็นำเสนอโอกาสในการลงทุนที่ดี
การก่อร่างสร้างตัวของเอเชีย: การเติบโตของประชากรในเมืองนำมาซึ่งความต้องการโครงสร้างพื้นฐานของเอเชีย รวมทั้งช่วยเพิ่มโอกาสให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างในประเทศไทย เช่น ปูนซีเมนต์ และเหล็ก
สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี: ในเอเชียมีบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีอุปกรณ์การแพทย์ อเบอร์ดีนมองเห็นศักยภาพของบริษัทต่าง ๆ รวมถึงบริษัทด้านการวิจัย การดูแลระบบทางเดินหายใจและการนอนหลับ การพัฒนาวัคซีน รวมถึงผลิตภัณฑ์ด้านเภสัชกรรมและการวินิจฉัยโรค
อนาคตแบบดิจิทัล: เทคโนโลยีที่ผสานกันมากขึ้นทั่วโลกจะขับเคลื่อนบริษัทในเอเชียที่ดำเนินงานด้านเกม อินเทอร์เน็ต ฟินเทค และบริการทางเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบนระบบคลาวด์ และการประมวลผล
ตัวขับเคลื่อนเทคโนโลยี: ภูมิภาคเอเชียมีห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการได้รับอานิสงค์จากแนวโน้มการเติบโตเชิงโครงสร้างในระบบ 5G บิ๊กดาต้า และการเชื่อมต่อทางดิจิทัล
ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: จากการที่ผู้วางนโยบายระดับโลกมีพันธะสัญญาที่จะสร้างอนาคตที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำ บริษัทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน ยานยนต์ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อมจึงมีแนวโน้มที่จะมีอนาคตที่สดใส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกริดพาริตี้ (การทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเท่ากับต้นทุนของไฟฟ้าในระบบปรกติ) จะเข้ามาพลิกโฉมวงการได้
