“หุ้นเทคฯ สหรัฐ” เจอเทกระจาด ฉุด “หุ้นเทคฯ เอเชีย” ร่วงตาม...ด้าน “KAsset” & “TISCO Wealth Advisory” มั่นใจ “ไม่ใช่ฟองสบู่-แค่ปรับฐาน” งบยังสวย แนะ “ทยอยสะสม” ลงทุนระยะยาว
“หุ้นเทคฯ สหรัฐ” ร่วงแรง ฉุด “หุ้นเทคฯ เอเชีย” ดิ่งลงตาม
ดัชนี “Nasdaq”* -2.04%
ดัชนี “Nikkei 225” -2.33% และดัชนี “Kospi” -2.85% เนื่องจากมีบริษัทที่อยู่ใน AI supply chain
(ที่มา: investing.com, วันที่ 5 พ.ย. 25, * วันที่ 4 พ.ย. 25)
“ตลาดหุ้นทั่วโลก” ปรับตัวลงแรงที่สุดในรอบเกือบ 1 เดือน หลังจากมี CEO บริษัทในสหรัฐออกมาเตือนเรื่องระดับของมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีที่สูงเกินไป ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลในเรื่อง “ฟองสบู่หุ้นเทคโนโลยี” อีกครั้ง
“ตลาดหุ้นเกาหลีใต้” และ “หุ้นญี่ปุ่น” ร่วงตาม หลังนักลงทุนกังวลว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ปรับตัวขึ้นแรงเกินพื้นฐาน จนเกิดแรงขายทำกำไรจากความเสี่ยงด้านมูลค่าสูงเกินจริง (Valuation risk)
มั่นใจ “ไม่ใช่ฟองสบู่-แค่ปรับฐาน” งบยังสวย...แนะ “ทยอยสะสม” ลงทุนระยะยาว
“KAsset” มีมุมมองบวกต่อหุ้นกลุ่มเทคฯ การปรับขึ้นของหุ้นเทคฯ ในปัจจุบันยัง “ไม่ใช่ AI Bubble” และยังมองว่าหุ้นเทคฯ ยังสามารถปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง สามารถ “ทยอยสะสม” ได้
ผลประกอบการบริษัทสหรัฐ โดยรวมดีกว่าที่ตลาดคาด บริษัทใน “S&P500” ที่รายงานผลประกอบการออกมาแล้ว 67% (ณ 3 พ.ย. 25) พบว่า กว่า 78% ของบริษัทที่ประกาศออกมาแล้ว มีกำไรสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ในไตรมาส 3 คาดว่ารายได้ และ กำไรต่อหุ้น จะเติบโต +7.5% YoY และ +12.3% YoY ตามลำดับ
เช่นเดียวกับ “TISCO Wealth Advisory” มีมุมมอง “Slightly Overweight” ต่อตลาดหุ้นเอเชีย จากการได้อานิสงส์ของกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของตลาดในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ที่ราคาขยับขึ้นแรงเกินพื้นฐาน ทำให้เรามองว่าตลาดเริ่มมีความเสี่ยงที่จะ ปรับฐาน (Sell on fact) ในระยะสั้น จึงแนะนำ ใช้โอกาสจากการปรับฐานของตลาดเพื่อ "ทยอยสะสม" ลงทุนระยะยาว ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและได้รับประโยชน์จริงจากเมกะเทรนด์ AI
อย่างไรก็ดี แม้ภาพรวมผลประกอบการไตรมาสที่3 จะแข็งแกร่ง ทว่าด้วย Valuation ของหุ้นที่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงแล้ว ทำให้แรงเข้าซื้อในหุ้นของบริษัทที่รายงานผลประกอบการดีกว่าคาดไม่ได้สูงมาก ขณะที่บริษัทที่รายงานผลประกอบการต่ำกว่าคาด ก็เผชิญแรงขายรุนแรงกว่าปกติเช่นเดียวกัน เราจึงมองว่าตลาดอาจเกิดการปรับฐาน (Correction) ในระยะสั้น โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นในธีม AI ทว่าแนวโน้มจนถึงสิ้นปีจะยังเป็นภาพของการปรับขึ้นอย่างอ่อน ๆ (Sideway up) และอาจเห็นการหมุนเวียนของเงินทุนกระจายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ยังมี Valuation ไม่สูงมาก และมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวมากขึ้น อาทิ หุ้นกลุ่ม Financials, Healthcare และ Energy
