Official Update :

สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย ปี 2568

เศรษฐกิจไทยปี 2568 ขยายตัวต่ำกว่าคาดจากปัจจัยภายนอกเรื่องความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้า รวมถึงปัจจัยภายในเรื่องระดับหนี้ครัวเรือนและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังไม่แข็งแกร่ง ส่งผลให้การออกหุ้นกู้ภาคเอกชนในปี 2568 ลดลง 3.51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่ตลาดตราสารหนี้ไทยโดยรวมขยายตัว 4.67% จากการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ภาครัฐเป็นหลัก ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวสรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้

  • มูลค่าตลาดตราสารหนี้ไทยขยายตัว 4.67% จากสิ้นปี 2567: โดย ณ สิ้นปี 2568 มูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 91 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 96% ของ GDP) เพิ่มขึ้น 4.67% จากปีก่อนหน้า เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ภาครัฐเป็นหลัก ในขณะที่มูลค่าคงค้างตราสารหนี้ภาคเอกชนลดลงเล็กน้อยเป็นปีที่สองนับจากปี 2566

  • การออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาวลดลง 3.51% จากปีที่แล้ว: ในปี 2568 มูลค่าการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว (หุ้นกู้ระยะยาว) เท่ากับ 881,083 ล้านบาท ลดลง 3.51%  เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากการออกลดลงของผู้ออกทั้งในกลุ่ม Investment grade (IG) และ High yield (HY) แต่ทั้งนี้ กลุ่ม IG สามารถออกหุ้นกู้ได้มากกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกที่ยาวขึ้นและมูลค่าเฉลี่ยการออกสูงขึ้น ในขณะที่กลุ่ม HY ออกหุ้นกู้ได้น้อยกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกที่สั้นลงและมูลค่าเฉลี่ยการออกต่ำลง กลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ENERGY, FINANCE, และ PROPERTY ตามลำดับหุ้นกู้ระยะยาวที่ออกทั้งหมดในปี 2568 เสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (PO) ในจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า

  • การออกตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน (ESG bond) เพิ่มขึ้น 18.18% จากปี 2567: การออก ESG bond ในปี 2568 เท่ากับ 208,404 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากการออกเพิ่มขึ้นของรัฐบาลที่ยังคงเป็นผู้นำการออก ESG bond โดยในปี 2568 ได้หันมาออก Sustainability-linked Bond (SLB) เป็นหลักแทนการออก Sustainability bond ส่วนภาคเอกชนมีมูลค่าการออก SLB เพิ่มขึ้นเช่นกัน  โดย ณ สิ้นปี 2568 ESG bond มีมูลค่าคงค้างรวมเท่ากับ 978,425 ล้านบาท คิดเป็น 46% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย

  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 72,396 ล้านบาท ในปี 2568: โดยเป็นการซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยในไตรมาส 1 ไตรมาส 2 และไตรมาส 4 รวม 75,666 ล้านบาท รวมกับการขายสุทธิ 3,270 ล้านบาทในไตรมาส 3 ทำให้ ณ สิ้นปี 2568 นักลงทุนต่างชาติมีการถือครองตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 9.18 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.12% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย โดยตราสารหนี้ไทยที่ต่างชาติถือครองมีอายุคงเหลือเฉลี่ย 8.09 ปี ลดลงจาก 66 ปีเมื่อสิ้นปี 2567

  • เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวลดลง: ในปี 2568 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Bond yield) ปรับตัวลดลงทั้งเส้น โดย Bond yield ระยะสั้นลดลงเร็วกว่าระยะยาวในลักษณะ Bull steepening ที่ Bond yield ระยะสั้นปรับลดตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ส่วน Bond yield ระยะยาวปรับลดลงน้อยกว่าซึ่งน่าจะสะท้อนความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะหรือ Bond supply ในระดับสูง ส่งผลให้ Bond yield ไทยรุ่นอายุ 2 ปี 5 ปี และ10 ปี ปรับตัวลดลง 89, 81 และ 65 จากสิ้นปี 2567 มาอยู่ที่ระดับ 1.13%, 1.28% และ 1.66% ตามลำดับ ณ สิ้นปี 2568

  • เส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชนปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล: ในปี 2568 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ AAA รุ่นอายุ 5 ปี ปรับตัวลดลง 100 มากกว่าพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้กลุ่ม AA A และ BBB+  ที่ปรับตัวลดลง 75-89 bps. ทำให้ ณ สิ้นปี 2568 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้อายุ 5 ปี กลุ่ม AAA AA  A และ BBB+  ลงมาอยู่ที่ระดับ 1.81%  2.10%  2.53% และ  3.78% ตามลำดับ

  • อัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2569 มีแนวโน้มปรับลดลงประมาณ 1 ครั้ง: ผลสำรวจจากผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาดว่า กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายราว 1 ครั้ง 0.25% ในช่วงไตรมาสที่ 2 ลงมาอยู่ที่ 1.00% จากปัจจุบันที่ 1.25% สำหรับการคาดการณ์ Bond yield ไทย ผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่า ปี 2569 Bond yield ไทยรุ่นอายุ 5 ปี และ 10 ปี จะขยับตัวต่ำลงเฉลี่ยราว 5-10 จากสิ้นปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักจากแผนการระดมทุนของรัฐบาล การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย และกระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศ


สำหรับแผนงานสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ในปี 2569 ได้กำหนดกรอบแผนการดำเนินงานโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดตราสารหนี้ (Trust) การขับเคลื่อนนวัตกรรม (Innovation) และ ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งประกอบด้วยแผนงานหลัก 4 ด้าน ดังนี้

  • Strengthen SRO Roles: ส่งเสริมบทบาทด้าน SRO ทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง

  • Expand Products & Info Services: พัฒนา ขยายและเพิ่มประสิทธิภาพระบบข้อมูลหรือบริการต่างๆ เช่น BHR Portal และ Bond valuation

  • Promote Bond Literacy & Market Education: ส่งเสริมความรู้และงานวิจัยด้านตราสารหนี้รวมถึง ESG Bond

  • Enhance Supportive Infrastructure: ปรับปรุงระบบงานขึ้นทะเบียนตราสารหนี้ ระบบงานภายใน และ Human capital

Most Viewed
Fun of Funds
“LHEQDPLUS-A” ลุย “หุ้นปันผลสูง”... สะสม “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
HANA ติด Cash Balance มีผล 24 ส.ค.-11 ก.ย.69 โบรกฯ มองกำไรมีแนวโน้มโตแรง 2-3 ปี รับดีมานด์ชิป AI-Data Center แข็งแกร่ง
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
เช็กลิสต์ 4 หุ้นเด่น โค้งสุดท้าย MSCI Rebalance โบรกฯ แนะอาศัยจังหวะย่อตัวเข้าสะสม ดักรับเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ ก่อนมีผล 31 ส.ค.นี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
“งบมีจำกัด”...จะเลือก “ประกัน” หรือ “ออม” ก่อนดี?
เมื่อ อีก 1 วัน
Fun of Funds
“PVD” ครึ่งแรกปี26 “ฟื้น” AUM เพิ่มขึ้น +6.23%... “บลจ.พรินซิเพิล” แชมป์โตสุด +26.85% “บลจ.เฟิร์ส พลัส” ร่วงสุด -9.82% “บลจ.ทิสโก้” แชมป์ส่วนแบ่งมากสุด 19.57% !!!
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us