“K-WORLDX” กระจายลงทุน “หุ้นทั่วโลก”… สไตล์ Passive ตอบโจทย์ ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity” ที่เน้นลงทุน “หุ้น” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี “MSCI ACWI” (USD)
ซึ่ง “หุ้นโลก” เป็นอีกหนึ่งธีมการลงทุนที่น่าสนใจ ช่วยกระจายความเสี่ยงระดับสากลไม่กระจุกตัวในประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงประเทศเดียว
พร้อมเปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่หลากหลาย และไม่พลาดธีมการเติบโตระดับโลกที่มี อีกทั้งในระยะยาวผลตอบแทนก็เติบโตไปกับเศรษฐกิจโลก
นี่จึงทำให้ “หุ้นโลก” ยังคงน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว ในขณะที่มูลค่าตลาดก็ “ไม่แพง” มี Forward 12M P/E 16.40 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 17.26 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 30 ต.ค. 26)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นโลก” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“K-WORLDX” ลุย “ดัชนีหุ้นโลก” เพิ่มค่าเงินลงทุน
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “K-WORLDX: กองทุนเปิดเค โกลบอล อิควิตี้ พาสซีฟ” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.กสิกรไทย’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2563 ที่มีนโยบายลงทุนใน “หุ้น” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี “MSCI ACWI” (USD) ผ่านกองทุนหลัก ‘iShares MSCI ACWI ETF’ ที่บริหารจัดการกองทุนโดย BlackRock Fund Advisors

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง “K-WORLDX” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมของ “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 3 พ.ย. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Information Technology 30.58%
-
Financials 16.70%
-
Industrials 10.39%
-
Health Care 9.30%
-
Consumer Discretionary 8.74%
โดย 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ได้แก่
-
UNITED STATES 64.51%
-
JAPAN 4.99%
-
UNITED KINGDOM 3.10%
-
TAIWAN 3.07%
-
CANADA 3.05%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) APPLE 4.83%, 2) NVIDIA 4.71%, 3) MICROSOFT 3.64%, 4) AMAZON COM INC 2.40% และ 5) TAIWAN SEMICONDUCTOR MANUFACTURING 1.70% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘K-WORLDX’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 26) เฉลี่ยอยู่ที่ 9.11% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 10.99% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 19.42% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 16.59% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -26.42%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุน เงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 3 วันทำการ หลังจากวันทำรายการขายคืน (T+3)

ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่าง ธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ขณะที่ช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds, K-Cyber และ KPLUS
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว สามารถใช้เป็น “พอร์ตหลัก” (Core Port) ได้นั้น “กองดัชนีหุ้นโลก” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี สร้างผลตอบแทนไปกับตลาด ที่พร้อมจะเติบโตไปกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในระยะยาวนั่นเอง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
