Official Update :

“ตุลา-ปีมะเมีย” เฟ้น 2 ธีมเด่นพื้นฐานแกร่ง… "กลุ่มแบงก์" (BANK) เด่นสุดหุ้นไทย ส่วน “AI” ยังแกร่งรับ “AI Boom” - ห่างไกล “ฟองสบู่” !!!

ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?...ปีนี้ดัชนีหุ้นแบงก์ “BANK TRI” +35.35% ชนะ SET TRI ที่ +30.84% (ที่มา: setsmart.com, วันที่ 6 ต.ค. 26) เช่นเดียวกับ “หุ้น AI” (MSCI AI) ที่ +23.57% (ที่มา: msci.com, วันที่ 6 ต.ค. 26)


สำหรับหุ้น “กลุ่มแบงก์” (BANK) ถือเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดี ปันผลสม่ำเสมอ นักลงทุนเองก็ชื่นชอบ ปีนี้ยังทำผลตอบแทน “Outperform” ตลาดหุ้นไทยได้อีกด้วย


ที่สำคัญเป็นหนึ่งในเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติอย่างปฏิเสธไม่ได้ หากเงินทุนไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทย “กลุ่มแบงก์” ก็จะได้รับอานิสงส์เช่นเดียวกัน


ส่วนหุ้นธีม “AI” (Artificial Intelligence) ก็เป็นหนึ่งใน “Mega Trend” ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตลาดการเงินโลกฝ่าปัจจัยลบเรื่อง “AI Bubble” มาได้เช่นกัน


โดยตลาดเริ่มมองหาผู้ที่นำ “AI” ไปต่อยอดและสร้างรายได้จริง (Monetization) เช่น บริษัทซอฟต์แวร์ประยุกต์, ระบบความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity), รวมถึงผู้ให้บริการพลังงานและไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูล เพื่อสร้างการเติบโตในระยะถัดไป


วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthythai’ ได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” ตุลา-ปีมะเมีย กับหุ้น 2 ธีมเด่น “Banking Sector " & "AI” ที่น่าสนใจมาฝากกัน



“
K-BANKING” ลุย "ดัชนีหุ้น Bank" ครบจบในกองเดียว

เริ่มกันที่กองทุนแรก “K-BANKING: กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นธุรกิจธนาคาร” ของบลจ.กสิกรไทย ระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน "หุ้นแบงก์" ในดัชนีธุรกิจธนาคาร (SET Banking Sector Index)



สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ส.ค. 26) มีการลงทุนเน้นกลุ่ม “Banking” 99.85% โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่

  • KTB  12%
  • KBANK  47%
  • SCB  86%
  • BBL  05%
  • BAY  94%


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
กองทุน ‘K-BANKING’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -16.97%



“
ASP-AIEQ” ลุย "หุ้น AI" ครบวงจร ต้นน้ำ-ปลายน้ำ

สำหรับกองทุนถัดมาเป็น “ASP-AIEQ: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อาร์ทิฟิเชียล อินเทลลิเจนซ์ อิควิตี้ โกรท” ของบลจ.แอสเซท พลัส ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หลักทรัพย์" ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือเกี่ยวข้องกับการใช้หุ่นยนต์ในการประกอบกิจการ หรือเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี หรือเกี่ยวข้องกับนวัตกรรมต่างๆ


สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ส.ค. 26) มีการกระจายลงทุนใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบด้วย

  • INFORMATION TECHNOLOGY 75%
  • TECHNOLOGY 57%
  • Industrial Materials and Machinery 98%



ส่วน 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ได้แก่

  • UNITED STATES 05%
  • JAPAN 88%
  • CHINA 53%
  • NETHERLANDS 95%
  • KOREA, REPUBLIC OF 12%



“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) ROUNDHILL MEMORY ETF 7.71%, 2) LAM RESEARCH CORP 7.46%, 3) INTEL CORP 6.95%, 4) ADVANCED MICRO DEVICES 6.78% และ 5) IBIDEN CO LTD 6.72% ตามลำดับ”


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘ASP-AIEQ’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ –48.99%



“
SCBBANKINGA” ลงทุน "ดัชนีหุ้น Bank" ธีมเด่นหุ้นไทย

มาต่อกันด้วย “SCBBANKINGA: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET BANKING SECTOR INDEX ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน "หุ้นแบงก์" ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีหมวดธนาคาร (Banking Sector)




สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ส.ค. 26) มีการลงทุนเน้นกลุ่ม “Banking” 100.80% โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่

  • KTB  23%
  • KBANK  66%
  • SCB  101%
  • BBL  20%
  • BAY  97%


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
กองทุน ‘SCBBANKINGA’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -17.01%



“
KT-WTAI-A” เฟ้น "หุ้น AI" ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว

ปิดท้ายกันด้วย “KT-WTAI-A: กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ เทคโนโลยี อาร์ทิฟิเชียล อินเทลลิเจนซ์ อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.กรุงไทย ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น" ทั่วโลกที่ธุรกิจของบริษัทจะได้รับประโยชน์จาก / หรือเกี่ยวข้องกับวิวัฒนาการของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ในปัจจุบัน


ผ่านกองทุนหลัก ‘Allianz Global Artificial Intelligence’ ที่บริหารจัดการโดย Allianz Global Investors GmbH




สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ส.ค. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย

  • Information Technology 37%
  • Industrials 51%
  • Health Care 66%
  • Financials 38%
  • Consumer Discretionary 73%



ส่วน 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ได้แก่

  • USA 73%
  • Taiwan 03%
  • Netherlands 06%
  • Canada 26%
  • Finland 29%



“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) NVIDIA CORP 7.62%, 2) BROADCOM INC 5.64%, 3) TAIWAN SEMICONDUCTOR-SP ADR 4.82%, 4) ELI LILLY & CO 3.94% และ 5) MORGAN STANLEY 3.56% ตามลำดับ”


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘KT-WTAI-A’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -52.33%


สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในหุ้นที่มีธีม “โดดเด่น” พื้นฐานแข็งแกร่ง ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาว เชื่อว่าหุ้น “กลุ่มแบงก์” (BANK) ยังเด่นสุดของหุ้นไทย ในขณะที่ธีม “AI” ก็ยังเติบโตรับเทรนด์ “AI Boom” ที่ยังห่างไกลคำว่า “ฟองสบู่” (AI Bubble) แม้ราคาจะค่อนข้างตึงตัวบ้างก็ตาม ทั้ง 2 ธีมน่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน