เกิดอะไรขึ้น? Omicron ยอดดับในสหรัฐพุ่งแซงจุดพีก Delta
แม้จะพบว่า 'โอมิครอน' รุนแรงน้อยกว่า 'เดลตา' แต่ผู้เสียชีวิตในสหรัฐกลับพุ่ง
แม้ว่าโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการป่วยรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา แต่ข้อมูลล่าสุดจากสหรัฐพบว่าผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ระลอกที่มีการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนในปัจจุบัน แซงหน้าผู้เสียชีวิตในช่วงที่สายพันธุ์เดลตาระบาดถึงจุดพีก
ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เฉลี่ยในรอบสัปดาห์พบว่ามีชาวอเมริกันเสียชีวิตเฉลี่ยวันละมากกว่า 2,000 ราย
เพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 รายเมื่อเทียบกับจำนวนผู้เสียชีวิตรายวันเมื่อสองเดือนที่แล้ว และนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2021 โดยผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีก
เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุว่าแม้จะมีหลักฐานจำนวนมากที่บ่งชี้ว่าโอมิครอนมีโอกาสทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตน้อยกว่าสายพันธุ์ที่ระบาดก่อนหน้านี้ แต่มันแพร่กระจายรวดเร็วกว่า และทำให้มีผู้ติดเชื้อมากกว่าสายพันธุ์ก่อนๆ
อับราร์ คาราน แพทย์ด้านโรคติดเชื้อจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดกล่าวกับบีบีซีว่าสาเหตุหลักที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นสูงคือการที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก แม้ว่าโดยทั่วไปจะมีอาการรุนแรงน้อยกว่าเดลตา แต่เมื่อโอมิครอนแพร่เชื้อได้มาก โอกาสที่จะมีผู้ป่วยอาการหนักก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ในสหรัฐพบว่าเป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี และผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน โดยประมาณ 75% ของผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ระลอกนี้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า "รุนแรงน้อยลงไม่ได้หมายความว่าไม่รุนแรง เราไม่สามารถมองข้ามความเสี่ยงที่จะเกิดระบบสาธารณสุขตึงตัว และการเสียชีวิตจำนวนมาก...โรงพยาบาลหลายแห่งกำลังรองรับผู้ป่วยเกินขีดจำกัด"
วาลนสกีเคยกล่าวว่าผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาอาจมาจากสายพันธุ์เดลตาที่แพร่ระบาดก่อนหน้านี้ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาที่จะทำความเข้าใจว่าโอมิครอนซึ่งแพร่ระบาดเมื่อปลายปีที่แล้วกระทบต่อยอดผู้เสียชีวิตโดยรวมอย่างไร
ขณะเดียวกัน ด้านยุโรปตะวันตกซึ่งมีอัตราการฉีดวัคซีนสูงกว่าสหรัฐพบว่าโอมิครอนทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ แต่การรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตไม่ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนที่เคยพบในระลอกก่อน
แม้ว่าจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์แต่เนเธอร์แลนด์ได้ผ่อนคลายข้อจำกัดที่บังคับใช้เมื่อเดือนที่แล้ว เนื่องจากการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตมีแนวโน้มลดลง นอกจากนี้อีกหลายประเทศในยุโรป อาทิ สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ และฝรั่งเศส ยกเลิกหรือผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคเช่นกัน
ขณะที่เยอรมนีซึ่งมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากเป็นประวัติการณ์ที่ 164,000 รายในวันพุธที่ผ่านมา แต่อัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 กลับลดลง โดยในวันเดียวกันมีผู้เสียชีวิต 166 ราย ลดลง 31% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.
แม้ว่าโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการป่วยรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา แต่ข้อมูลล่าสุดจากสหรัฐพบว่าผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ระลอกที่มีการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนในปัจจุบัน แซงหน้าผู้เสียชีวิตในช่วงที่สายพันธุ์เดลตาระบาดถึงจุดพีก
ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เฉลี่ยในรอบสัปดาห์พบว่ามีชาวอเมริกันเสียชีวิตเฉลี่ยวันละมากกว่า 2,000 ราย
เพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 รายเมื่อเทียบกับจำนวนผู้เสียชีวิตรายวันเมื่อสองเดือนที่แล้ว และนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2021 โดยผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีก
เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุว่าแม้จะมีหลักฐานจำนวนมากที่บ่งชี้ว่าโอมิครอนมีโอกาสทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตน้อยกว่าสายพันธุ์ที่ระบาดก่อนหน้านี้ แต่มันแพร่กระจายรวดเร็วกว่า และทำให้มีผู้ติดเชื้อมากกว่าสายพันธุ์ก่อนๆ
อับราร์ คาราน แพทย์ด้านโรคติดเชื้อจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดกล่าวกับบีบีซีว่าสาเหตุหลักที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นสูงคือการที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก แม้ว่าโดยทั่วไปจะมีอาการรุนแรงน้อยกว่าเดลตา แต่เมื่อโอมิครอนแพร่เชื้อได้มาก โอกาสที่จะมีผู้ป่วยอาการหนักก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ในสหรัฐพบว่าเป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี และผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน โดยประมาณ 75% ของผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ระลอกนี้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า "รุนแรงน้อยลงไม่ได้หมายความว่าไม่รุนแรง เราไม่สามารถมองข้ามความเสี่ยงที่จะเกิดระบบสาธารณสุขตึงตัว และการเสียชีวิตจำนวนมาก...โรงพยาบาลหลายแห่งกำลังรองรับผู้ป่วยเกินขีดจำกัด"
วาลนสกีเคยกล่าวว่าผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาอาจมาจากสายพันธุ์เดลตาที่แพร่ระบาดก่อนหน้านี้ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาที่จะทำความเข้าใจว่าโอมิครอนซึ่งแพร่ระบาดเมื่อปลายปีที่แล้วกระทบต่อยอดผู้เสียชีวิตโดยรวมอย่างไร
ขณะเดียวกัน ด้านยุโรปตะวันตกซึ่งมีอัตราการฉีดวัคซีนสูงกว่าสหรัฐพบว่าโอมิครอนทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ แต่การรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตไม่ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนที่เคยพบในระลอกก่อน
แม้ว่าจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์แต่เนเธอร์แลนด์ได้ผ่อนคลายข้อจำกัดที่บังคับใช้เมื่อเดือนที่แล้ว เนื่องจากการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตมีแนวโน้มลดลง นอกจากนี้อีกหลายประเทศในยุโรป อาทิ สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ และฝรั่งเศส ยกเลิกหรือผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคเช่นกัน
ขณะที่เยอรมนีซึ่งมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากเป็นประวัติการณ์ที่ 164,000 รายในวันพุธที่ผ่านมา แต่อัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 กลับลดลง โดยในวันเดียวกันมีผู้เสียชีวิต 166 ราย ลดลง 31% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.
Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
TTA ร่วมสนับสนุนงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” พร้อมส่งมอบรถฉุกเฉินไฟฟ้า King Long และ NIU มูลค่ากว่า 2 ลบ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Digital Asset
ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO พร้อมผู้สนับสนุน กรณีประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
News Update
