'ถึงเวลามูฟออน' แพทย์สหรัฐเห็นต่าง โควิดไม่ได้อันตรายขนาดนั้น
ผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐชี้ได้เวลากลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ทบทวนมาตรการควบคุมโรคที่ใช้อยู่
CNBC รายงานว่าดร.สเตฟานอส คาเลส ศาสตราจารย์จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วสำหรับผู้ที่มีสุขภาพดีหรือใครก็ตามที่ต้องการที่จะมูฟออนจากโรคระบาดใหญ่ (pandemic)
โดยคาเลสได้โพสต์บทความบน LinkedIn เมื่อเดือนที่แล้วว่าสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ส่วนใหญ่โควิด-19 ไม่ได้เป็นภัยคุกคามร้ายแรง เพียงแต่เป็นความรำคาญที่ขัดขวางการเรียน การทำงาน และการเดินทางเท่านั้น โดยเฉพาะเมื่อมีการฉีดวัคซีน
"เมื่อถึงจุดพีกของสายพันธุ์โอมิครอน สายพันธุ์อื่นๆ ที่จะตามมาในภายหลังมีแนวโน้มว่าจะยิ่งอ่อนลง เราจำเป็นต้องปล่อยให้คนทั่วไป โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวกลับไปมีชีวิตปกติ" คาเลสกล่าว
คาเลสเสริมว่าโควิด-19 เน้นเล่นงานผู้ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงมากกว่าที่จะเล่นงานประชากรโดยรวม นักวิทยาศาสตร์หลายคนจึงชี้ว่าถึงเวลาที่จะเปลี่ยนนิยามของโควิด-19 จากโรคระบาดใหญ่ (pandemic) เป็นโรคประจำถิ่น (endemic) เหมือนกับไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่
ด้วยเหตุนี้คาเลสจึงกล่าวว่าถึงเวลาแล้วที่จะทบทวนมาตรการควบคุมโรคบางอย่างที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
รวมถึงการระดมตรวจโควิด-19 ในวงกว้าง โดยคาเลสชี้ว่าผู้ที่ควรให้ความสำคัญคือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือยังไม่ได้รับวัคซีน การระดมตรวจหาเชื้อในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงดีหรือไม่แสดงอาการป่วยใดๆ ในวงกว้าง "เหมือนกับการพยายามจัดการกับพายุหิมะด้วยการหยิบเกล็ดหิมะทีละชิ้น"
คาเลสมองว่า เราไม่ได้คัดกรองคนที่เป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ เราควรหยุดตรวจหาเชื้อผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง และปล่อยให้พวกเขาได้ไปเรียน ไปทำงาน ไปใช้ชิวิตตามปกติ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว แต่สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยควรกักตัวและตรวจหาเชื้อ
ในส่วนของมาตรการควบคุมโรคนั้นควรได้รับการผ่อนคลายลงให้มีความสมดุล โดยคาเลสกล่าวว่ามาตรการจำนวนมากในปัจจุบันมาจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่มุ่งเน้นเฉพาะโรคติดเชื้อทำให้ไม่มีความสมดุล
รวมถึงข้อกำจัดด้านการเดินทาง ซึ่งคาเลสไม่เชื่อว่าการตรวจหาเชื้อและการฉีดวัคซีนก่อนเดินทางป็นมาตรการด้านสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ โดยชี้ว่าหลายประเทศกำลังยกเลิกข้อจำกัดนี้
คาเลสกล่าวว่าหลายคนประเมินอันตรายของโควิด-19 สูงเกินไป โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว ซึ่งคาเลสยกตัวอย่างว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนบางคนยังไม่สบายใจที่จะไปรับประทานอาหารที่ร้าน แต่มุมของเขามองว่าเราควรกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
CNBC รายงานว่าดร.สเตฟานอส คาเลส ศาสตราจารย์จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วสำหรับผู้ที่มีสุขภาพดีหรือใครก็ตามที่ต้องการที่จะมูฟออนจากโรคระบาดใหญ่ (pandemic)
โดยคาเลสได้โพสต์บทความบน LinkedIn เมื่อเดือนที่แล้วว่าสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ส่วนใหญ่โควิด-19 ไม่ได้เป็นภัยคุกคามร้ายแรง เพียงแต่เป็นความรำคาญที่ขัดขวางการเรียน การทำงาน และการเดินทางเท่านั้น โดยเฉพาะเมื่อมีการฉีดวัคซีน
"เมื่อถึงจุดพีกของสายพันธุ์โอมิครอน สายพันธุ์อื่นๆ ที่จะตามมาในภายหลังมีแนวโน้มว่าจะยิ่งอ่อนลง เราจำเป็นต้องปล่อยให้คนทั่วไป โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวกลับไปมีชีวิตปกติ" คาเลสกล่าว
คาเลสเสริมว่าโควิด-19 เน้นเล่นงานผู้ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงมากกว่าที่จะเล่นงานประชากรโดยรวม นักวิทยาศาสตร์หลายคนจึงชี้ว่าถึงเวลาที่จะเปลี่ยนนิยามของโควิด-19 จากโรคระบาดใหญ่ (pandemic) เป็นโรคประจำถิ่น (endemic) เหมือนกับไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่
ด้วยเหตุนี้คาเลสจึงกล่าวว่าถึงเวลาแล้วที่จะทบทวนมาตรการควบคุมโรคบางอย่างที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
รวมถึงการระดมตรวจโควิด-19 ในวงกว้าง โดยคาเลสชี้ว่าผู้ที่ควรให้ความสำคัญคือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือยังไม่ได้รับวัคซีน การระดมตรวจหาเชื้อในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงดีหรือไม่แสดงอาการป่วยใดๆ ในวงกว้าง "เหมือนกับการพยายามจัดการกับพายุหิมะด้วยการหยิบเกล็ดหิมะทีละชิ้น"
คาเลสมองว่า เราไม่ได้คัดกรองคนที่เป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ เราควรหยุดตรวจหาเชื้อผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง และปล่อยให้พวกเขาได้ไปเรียน ไปทำงาน ไปใช้ชิวิตตามปกติ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว แต่สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยควรกักตัวและตรวจหาเชื้อ
ในส่วนของมาตรการควบคุมโรคนั้นควรได้รับการผ่อนคลายลงให้มีความสมดุล โดยคาเลสกล่าวว่ามาตรการจำนวนมากในปัจจุบันมาจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่มุ่งเน้นเฉพาะโรคติดเชื้อทำให้ไม่มีความสมดุล
รวมถึงข้อกำจัดด้านการเดินทาง ซึ่งคาเลสไม่เชื่อว่าการตรวจหาเชื้อและการฉีดวัคซีนก่อนเดินทางป็นมาตรการด้านสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ โดยชี้ว่าหลายประเทศกำลังยกเลิกข้อจำกัดนี้
คาเลสกล่าวว่าหลายคนประเมินอันตรายของโควิด-19 สูงเกินไป โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว ซึ่งคาเลสยกตัวอย่างว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนบางคนยังไม่สบายใจที่จะไปรับประทานอาหารที่ร้าน แต่มุมของเขามองว่าเราควรกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
อีกด้านเห็นต่าง
อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นของคาเลสแตกต่างจากหลายๆ คนในวงการแพทย์ รวมถึงดร. แอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อชั้นนำของสหรัฐ ซึ่งกล่าวว่า "เรายังคงทำสงครามกับไวรัสอยู่" โดยชี้ให้เห็นถึงจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ราว 2,000 รายต่อวัน และผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล 156,000 ราย ตลอดจนโอกาสที่จะเผชิญกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่อันตราย
เช่นเดียวกับเทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งกล่าวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่ายังเร็วเกินไปที่ประเทศต่างๆ จะประกาศชัยชนะเหนือโควิด-19 หรือยุติความพยายามที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โดยเน้นย้ำว่า "การแพร่เชื้อโควิด-19 มากขึ้นหมายถึงการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น"
ขณะที่ภูมิภาคส่วนใหญ่ของโลกเริ่มมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มขึ้น แม้ว่าสายพันธุ์โอมิครอนจะรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์ก่อนก็ตาม
ด้านแคทเธอรีน สมอลวูด เจ้าหน้าที่อาวุโสขององค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรปกล่าวเมื่อเดือนม.ค. ว่า "โรคประจำถิ่น" นั้นจำเป็นต้องมีการแพร่เชื้อที่เสถียรและคาดเดาได้ แต่ขณะนี้การแพร่ระบาดของโควิด-19 เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไวรัสยังคงพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ ดังนั้น เราไม่ได้อยู่ในจุดที่เรียกว่าโรคประจำถิ่นอย่างแน่นอน
เช่นเดียวกับเทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งกล่าวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่ายังเร็วเกินไปที่ประเทศต่างๆ จะประกาศชัยชนะเหนือโควิด-19 หรือยุติความพยายามที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โดยเน้นย้ำว่า "การแพร่เชื้อโควิด-19 มากขึ้นหมายถึงการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น"
ขณะที่ภูมิภาคส่วนใหญ่ของโลกเริ่มมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มขึ้น แม้ว่าสายพันธุ์โอมิครอนจะรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์ก่อนก็ตาม
ด้านแคทเธอรีน สมอลวูด เจ้าหน้าที่อาวุโสขององค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรปกล่าวเมื่อเดือนม.ค. ว่า "โรคประจำถิ่น" นั้นจำเป็นต้องมีการแพร่เชื้อที่เสถียรและคาดเดาได้ แต่ขณะนี้การแพร่ระบาดของโควิด-19 เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไวรัสยังคงพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ ดังนั้น เราไม่ได้อยู่ในจุดที่เรียกว่าโรคประจำถิ่นอย่างแน่นอน
Most Viewed
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
