“ยูนิต ลิงค์” (Unit Linked)...ตอบโจทย์ “การวางแผนการเงิน” อย่างไร?
Wealth EZ: “การวางแผนประกัน” ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีควบคู่ไปกับ “การวางแผนการเงิน” ในทุกช่วงเวลาของชีวิต เพราะการวางแผนประกัน มีวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อ “ป้องกัน” และ “บริหารความความเสี่ยง” ที่อาจส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินและเป้าหมายที่สำคัญ ในวันที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วย เสียชีวิต หรือทุพพลภาพ ไม่สามารถที่จะทำงานหาเงินได้เหมือนเดิม
ในปัจจุบันหลายคนคงจะเคยได้ยินแบบประกันชีวิตที่เรียกว่า “ยูนิต ลิงค์” (Unit Linked) ซึ่งเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุนที่นับได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ของสินค้าประกัน โดยมีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากประกันชีวิตทั่วไป คือ ผู้เอาประกันสามารถ “เลือกพอร์ตการลงทุนได้ด้วยตนเอง” ผ่านการลงทุนกองทุนรวมหลากหลายนโยบายการลงทุน ที่บริษัทประกันชีวิตคัดสรรมาให้
เปิดโอกาสให้ผู้เอาประกันสามารถสร้างโอกาสได้รับผลตอบแทนจากกองทุนที่เพิ่มขึ้นได้พร้อมกับความคุ้มครอง และด้วยคุณสมบัติที่ยืดหยุ่นแตกต่างจากประกันแบบทั่วไปในหลายๆ เรื่อง จึงมักจะเป็น “ตัวเลือกที่ดี” ที่จะนำมาใช้เพื่อการวางแผนการเงินประกันในระยะยาว ด้วยเหตุผลหลักดังนี้

1.สามารถ “เพิ่ม” หรือ “ลด” ทุนประกันชีวิตได้ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการทุนประกันชีวิตที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงชีวิต เช่น ช่วงที่มีครอบครัว มีลูก และมีหนี้สิน ความต้องการทุนประกันชีวิตจะค่อนข้างสูง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ภาระต่างๆ เริ่มลดลง สามารถที่จะลดทุนประกันชีวิตลงได้ เป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงและเหลือเงินไปลงทุนเพิ่มขึ้น
2.สามารถ “กำหนดระยะเวลา” การจ่ายเบี้ย หยุดพักชำระเบี้ย ลดเบี้ย หรือจ่ายเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อการลงทุนได้ตามต้องการ และสามารถเลือกจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพแบบคงที่ ไม่เพิ่มตามอายุ (Unit Deducting Rider) เพื่อช่วยให้สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น อีกทั้งเบี้ยประกันที่จ่ายตลอดสัญญาจะน้อยกว่าเบี้ยประกันแบบทั่วไปเมื่อเปรียบเทียบความคุ้มครองที่เท่ากัน
3.“ช่วยลดภาระการจ่ายเบี้ยประกันในระยะยาว” ด้วยวิธีการขายคืนหน่วยลงทุนบางส่วนแบบอัตโนมัติ แทนการชำระเบี้ยในแต่ละปี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ทำให้ยังคงมีความคุ้มครองต่อเนื่องตลอดสัญญา ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องเบี้ยประกันสุขภาพที่เพิ่มขึ้นตามอายุและสูงมากในช่วงวัยเกษียณ
4.สามารถ “ถอนเงิน” จากพอร์ตลงทุน เพื่อนำมาใช้ในยามจำเป็น เช่น จ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติมในกรณีความคุ้มครองไม่เพียงพอ หรือช่วงเวลาที่สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพสิ้นสุดลง สามารถถอนเงินจากพอร์ตลงทุนเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลและดูแลสุขภาพไปตลอดชีวิตโดยที่ไม่ส่งผลกระทบกับเงินส่วนอื่น
5.โอกาสได้รับ “ผลตอบแทนที่ดี” จากการออมเงินเพื่อเป้าหมายในระยะยาว ด้วยระบบบริหารการลงทุน เช่น การจัดพอร์ตลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีสินทรัพย์ลงทุนหลากหลาย (Asset Allocation) การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยเป็นรายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือนหรือรายปี เพื่อช่วยลดความผันผวนจากการลงทุน (Dollar Cost Averaging) รวมถึงการปรับสัดส่วนการลงทุนในพอร์ตแบบอัตโนมัติ เพื่อให้กลับมาอยู่ในสัดส่วนที่ตั้งใจลงทุนไว้ตั้งแต่ตอนแรก (Auto Rebalancing)
สุดท้ายอยากจะฝากคำแนะนำเกี่ยวกับ “การทำประกันที่ดี” ควรจะเริ่มต้นด้วย “การวางแผนการเงิน” ก่อน เพื่อวิเคราะห์ให้เห็นถึงความเสี่ยงและความต้องการในด้านต่างๆ ซึ่งจะทำให้สามารถเลือกความคุ้มครองและแบบประกันได้อย่างเหมาะสม รวมถึงความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันในระยะยาว โดยที่ไม่ส่งผลกระทบกับเป้าหมายทางการเงินด้านอื่นๆ
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th
