Official Update :

บล.พาย สัปดาห์นี้ประชุม FED และ OPEC+

บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ “Pi” “พาย” มองว่า ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดบวกเล็กน้อย 0.08% รับปัจจัยหนุนจากดัชนี PCE ชะลอตัวช่วยให้นักลงทุนคลายกังวลกับภาวะเงินเฟ้อและดอกเบี้ย ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 0.9% นักลงทุนขายลดความเสี่ยงก่อนเผชิญกับประชุม OPEC+ สัปดาห์หน้า


สัปดาห์นี้ตลาดจะไปจับตาประชุม FED ที่จะทราบผลอย่างเป็นทางการในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาประเทศไทย ข้อมูลจาก CME FED WATCH ระบุว่าให้น้ำหนักมากถึง 98.4% ที่ FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.25% ขณะที่อีก 1.6% ระบุว่าจะคงดอกเบี้ยที่ระดับเดิม หากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ก็จะทำให้ดอกเบี้ย FED ขึ้นมาทดสอบ 4.75% ซึ่งเป็นระดับดอกเบี้ยที่จะเริ่มสูงกว่าเงินเฟ้อ (PCE) ทั้งนี้หากนำ FED Rate – PCE ย้อนหลัง 53 ปีพบว่าค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ 1.5% หรือหมายความว่าโดยสถิติแล้ว FED Rate มักจะสูงกว่า PCE เพียง 1.5% ซึ่งปี 2023 Bloomberg ประเมินว่า PCE สหรัฐฯเฉลี่ยจะอยู่ที่ 3.4%YoY หากนำ 1.5 ที่เป็นค่าเฉลี่ยบวกกลับเข้าไปดอกเบี้ย FED ก็อาจไม่จำเป็นต้องสูงกว่า 5% (โดยสถิติ) สอดคล้องกับที่ CME FED WATCH คาดการณ์ว่าดอกเบี้ย FED จะทำจุดสูงสุดราว 5% ในขณะที่ CPI กับ PCE ค่าเฉลี่ยมักจะห่างกันเพียง 0.6% ดังนั้นก็พอจะประมาณการได้ว่า CPI เฉลี่ยทั้งปี 2023 จะลงมาอยู่แถว 4% +/- ซึ่งค่าเฉลี่ย FED – CPI จะอยู่ราว 0.9% ดังนั้นหาก CPI อยู่ที่ 4% ดอกเบี้ย FED ก็ควรจะไม่เกินไปกว่า 5% อย่างไรก็ตามข้อมูลในอดีตบ่งชี้ชัดว่าหลังจากดอกเบี้ยลงตลาดหุ้นมักจะปรับลง ส่วนสัปดาห์นี้นอกเหนือจะประชุม FED ติดตาม (1) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในสหรัฐฯในวันอังคาร Bloomberg ประเมินไว้ที่ 109 (2) ประชุม OPEC+ ในวันพุธ มีการคาดการณ์กันว่าที่ประชุมจะคงดำนโยบายเช่นเดิมเพราะมองถึงอุปสงค์ที่สูงขึ้นจากจีนเปิดประเทศ ขณะที่ในวันเดียวกันจะมีการรายงาน PMI ของสหรัฐฯ Bloomberg ประเมินไว้ว่าจะลดลงต่อเนื่องทดสอบ 48 จากเดือนก่อนที่ 48.4 (3) ภาคแรงงานสหรัฐฯในวันศุกร์ Bloomberg ประเมินการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ 1.93 แสนตำแหน่งและอัตราการว่างงานที่ 3.6% (4) ผลประกอบการ 4Q22 ของบริษัทฯใน SET Bloomberg ประเมินว่าจะมี DTAC รายงาน โดยประเมิน กรอบ SET สัปดาห์นี้ที่ 1665 – 1700 เชิงกลยุทธ์การลงทุนยังแนะให้ถือครองเงินสดระดับสูงจากความเสี่ยงข้างหน้าของเศรษฐกิจถดถอย ส่วนหุ้นแนะนำเน้น Defensive อาทิ สื่อสาร (ADVANC INTUCH) โรงพยาบาล (BCH BDMS CHG) ค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) ท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW MINT SPA SHR) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF RATCH) โรงภาพยนตร์ (MAJOR) ธนาคาร (BBL KBANK)


KBANK (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 170.00 บาท) เพิ่มมูลค่าพื้นฐานขึ้นจาก 165 บาท เป็น 170 บาท แม้มีมุมมองเป็นกลางต่อบรรยากาศการประชุมนักวิเคราะห์ แต่เล็งเห็นโอกาสที่ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญจะลดลงหลังการระบายงบดุลสิ้นสุดลงในปี 2023 คาดค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญจะค่อย ๆ ลดลงเป็น 200/180/160bps ในปี 2023-25 ตามลำดับ เราจึงคงมองว่ากำไรสุทธิของ KBANK จะพลิกเป็นบวกระดับ 16% ในปี 2023


CK (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 27.75 บาท) ด้วยงานใหม่ที่คาดว่าจะเข้ามาในช่วงปลายปีอีก 2 งานรวมกันกว่า 200,000 ลบ. ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาได้ทันที ทำให้เราประเมินรายได้ในปี 23 จะกลับสู่ช่วงขาขึ้นอีกครั้งมาอยู่ที่ 22,142 ลบ. (+24%YoY) และคาดกำไรสุทธิที่ 1,247 ลบ. (+15%YoY)

Most Viewed
Fun of Funds
“อสังหาฯ โลก” โอกาสลงทุนหลัง “ปรับฐาน” ครั้งใหญ่... พร้อมรับอานิสงส์วงจร “ดอกเบี้ยขาลง” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
EGCO ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว! Q3/69 กำไรฟื้นแตะ 1.2 พันลบ. AE II เพิ่มอัพไซส์-ปันผล 3.25 บาท ลุ้นปี 70 กำไร 4.6 พันลบ. โตแรง 39%
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
KCE พุ่งแรง 10% หลังโบรกฯ นอกให้เป้าสูง บล.กรุงศรี ชี้ยังมีอัพไซส์ปรับราคาขาย แต่สะท้อนในหุ้นแล้ว ชู DELTA เด่นกว่า
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us