“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (จบ)... “Crypto Assets” !!!

Wealth EZ: พบกันอีกครั้งในตอนสุดท้ายของซีรีส์ ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ จากความเดิมตอนที่แล้วเราทราบแล้วว่า ‘Crypto Assets’ นั้นแท้จริงแบ่งออกเป็น 4 แบบ ซึ่งหากรวมทุกแบบเข้าด้วยกันปัจจุบันเราจะมี Crypto Assets” ให้เลือกมากกว่า 2,000 สกุล!!! ทีนี้แต่ละแบบมีอะไรแตกต่างกันบ้าง และ Crypto Assets” ที่คุณสนใจอยู่ในกลุ่มไหน เรามาดูไปพร้อมกันเลยครับ


1.Cryptocurrencies แน่นอนว่าถ้าพูดถึง “Crypto Assets” ตัวแรกที่ทุกคนนึกถึงย่อมต้องเป็น Bitcoin” ซึ่งเป็น Cryptocurrency ตัวแรก ที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายและมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market capitalization) สูงที่สุดในบรรดา Crypto Assets” ทุกสกุลที่มีในปัจจุบัน


“โดย ‘Cryptocurrencies’ คือ ‘Crypto Assets’ ที่มีจุดประสงค์หลักคือ การเป็นสกุลเงินหรือสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ที่มีความรวดเร็วในการทำธุรกรรม มีต้นทุนในการทำธุรกรรมที่ต่ำ และปราศจากการแทรกแซง”


หากเราคิดที่จะลงทุนใน Crypto Assets” ประเภทนี้ ก็จะคล้ายกับการลงทุนใน Foreign Exchange” (FOREX) เพราะราคาของสกุลเงินที่เราถือจะวิ่งขึ้นก็ต่อเมื่อมีความต้องการในสกุลเงินนั้นมากๆ เช่น เวลานักลงทุนต่างประเทศนำเงินลงทุนในบ้านเรามากๆ มีความต้องการเงินบาท (THB) สูง เงินบาทก็จะแข็งค่าใครถือเงินบาทไว้ก็จะได้กำไร เช่นเดียวกันกับการที่เราลทุนใน “Cryptocurrencies” เลยครับ


นอกจาก Bitcoin แล้ว “Crypto Assets” ในกลุ่มCryptocurrencies” ยังมีอีกมากมาย อาทิ เช่น Bitcoin Cash, Monero, Dash, ZCash เป็นต้น”


2.Platform Tokens คือ Crypto Assets” ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือน Platform” ให้กับ Project” ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากการจัดเก็บข้อมูลแบบไม่มีตัวกลางของเทคโนโลยี Blockchain” โดยค่าของ Token” เหล่านี้จะเพิ่มขึ้นตามการใช้งานที่เพิ่มขึ้นของ Platform เหล่านั้น


ตัวอย่าง Platform Tokens ที่ชัดเจนและเก่าแก่ที่สุดในกลุ่มนี้ คือEthereum” ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมของ VitalikButerin” เด็กหนุ่มลูกครึ่งรัสเซีย-แคนนาดาเมื่อเขาอายุได้เพียง 17 ปี เท่านั้น โดย Vitalikเป็นหนึ่งในทีมพัฒนาของ Bitcoin มาก่อน และเห็นจุดอ่อนของ Bitcoin ในการเป็นเพียงสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน เขาจึงเพิ่มฟีเจอร์ที่เรียกว่า “Smart Contracts” เข้ามาใน Ethereum” ทำให้เราสามารถสร้างแอพพลิเคชันต่างๆ ขึ้นมาบนเครือข่าย Ethereum


เพราะเมื่อเราเขียนโปรแกรมบน ‘Blockchain’ มันจะเป็นโปรแกรมที่ทำงานอย่างโปรงใสเชื่อถือได้และตัดคนกลางทิ้งด้วย จากความคิดนี้ทำให้ ‘Ethereum’ ได้รับความนิยมอย่างมากในการใช้เป็นฐานในการออก ‘Crypto Assets’ อื่นๆ โดยมีตัวอย่างของ Platform Tokens อื่นๆ ได้แก่ Ethereum Classic, Neo, EOS เป็นต้น”



3.Utility Tokens
คือ Crypto Assets” ที่ใช้เป็นสื่อกลางในการระดมทุนสำหรับโครงการต่างๆ แลกกับการได้มาซึ่งสิทธิ์ในการใช้สินค้าและบริการบางอย่าง หรือที่รู้จักกันในชื่อการทำ ICO” (Initial Coin Offering) ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกสร้างขึ้นมาโดยมีฐานเป็น Ethereum”


กรณีของ Utility Token ผมขอยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวพวกเรามากขึ้นอย่าง เหรียญ JFin Coin” ซึ่งเป็น “Utility Token” ตัวแรกของไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โดยเกิดจากบริษัทในกลุ่ม Jaymart ที่ต้องการระดมทุนผ่าน ICO (Initial Coin Offering) เพื่อนำไปพัฒนา Decentralized Digital Lending Platform” (DDLP) หรือระบบการให้คนกู้ยืมเงินกันผ่านมือถือ โดยมูลค่าเหรียญก็จะเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ของตัว DDLP ตามหลักอุปสงค์อุปทานเช่นกันครับ สำหรับตัวอย่างเหรียญอื่นๆ ในกลุ่มของ Utility Tokens ได้แก่ Golem, Sonm, Siacoin, OmiseGo, Augur เป็นต้น


4.Transactional Tokens/Payments Tokens คือ Crypto Assets” ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องธุรกรรมระหว่างประเทศ โดยเป็นเครือข่ายการชำระเงินเรียลไทม์ระดับโลกที่เชื่อมโยงธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ทั่วโลกโดยแทบจะไม่มีค่าใช้จ่ายหรือตัวกลางอื่นๆ ช่วยให้การชำระเงินข้ามพรมแดนประหยัด รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น


สำหรับตัวอย่างของ Token ในกลุ่มนี้ก็มีเหรียญเจ้าตลาดที่ค่อนข้างชัดเจนอีกเช่นกัน ซึ่งก็คือ “Ripple” ที่สร้างขึ้นโดย บริษัท Ripple (ใช้ชื่อเดียวกันเลย) ก่อตั้งในปี 2013 โดยนักพัฒนาอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการสร้างระบบที่ดีกว่า Bitcoin โดยตัวระบบของ Ripple จะแตกต่างจากระบบของ Bitcoin และ Ethereum ที่เป็น “ระบบเปิด” คือเปิดกว้างให้ใครก็ได้ที่สนใจเข้ามาทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่างกัน


“แต่ระบบของ ‘Ripple’ เป็น ระบบปิดที่ตัวเครือข่ายประมวลผลควบคุมโดย Ripple ทำให้สามารถตรวจสอบตัวตนของผู้เข้าร่วมได้ง่ายกว่า มีความปลอดภัยสูงกว่า ประมวลผลได้เร็วกว่า จึงเหมาะสำหรับการใช้งานระหว่างองค์กรใหญ่ๆ เช่น สถาบันการเงินหรือธนาคาร โดยเฉพาะในการโอนเงินระหว่างประเทศ ตัวอย่างอื่นๆ ของ Transactional Tokens/Payments Tokens ได้แก่ Stellar, IOTA, VeChain เป็นต้นครับ”


มาถึงตรงนี้เชื่อว่าใครที่ตามอ่านมาตั้งแต่ตอนแรกคงพอได้ทางเลือกในการลงทุนเพิ่มขึ้นพอสมควรนะครับ สุดท้ายนี้ผมอยากขอให้ผู้อ่านทุกท่านพึงระลึกไว้เสมอว่า ในทุกๆ วันมี “เศรษฐี” และ “ยาจก” เกิดขึ้นมากมายจากการลงทุน อย่าให้ “ความโลภ” ทำให้คุณตกเป็นเหยื่อของการลงทุนที่ผิดพลาด หมั่นศึกษาหาความรู้และพิจารณาโอกาสที่ผ่านเข้ามาอย่างรอบคอบนะครับ


ขอให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุนครับ


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

สรวงพิเชฎฐ์  หลายชูไทย

นักวางแผนการเงิน CFP®

Most Viewed
Stock of the Day
EGCO Group กว่า 3 ทศวรรษแห่งความยั่งยืน ไขปัจจัยความสำเร็จ ติด “DJ BIC 2026 สาธารณูปโภคไฟฟ้า กลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่”
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
สิ่งสำคัญ “ไม่ใช่การทายผลเลือกตั้ง...แต่คือเรื่องวินัย” !!!
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
EA คว้ารางวัลความยั่งยืนระดับเอเชีย AREA 2026 จากโครงการ Oxygen Concentrator Life-Extension
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
Credit Default Swap (CDS) คืออะไร? ทำไมถึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกจับตา
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
SET ปิดเช้าดิ่งหนัก 31 จุด DELTA-แบงก์-พลังงาน กดดัน ผสานความตึงเครียดสถานการณ์ตะวันออกกลาง โบรกฯ คาดดัชนีภาคบ่ายมีแนวโน้มอ่อนตัวลงต่อ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us