เปิดลิสต์ 5 หุ้นเด่นไตรมาส 3/69 เน้นกลยุทธ์ "Buy The Dip"
ท่ามกลางตลาดที่ยังแกว่งตัวจากปัจจัยมหภาคและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก หลายฝ่ายมองว่าความผันผวนอาจเป็นจังหวะสะสมหุ้นมากกว่าความเสี่ยงที่ต้องหลีกเลี่ยง Wealthy Thai พาเปิดมุมมองกลยุทธ์ลงทุนไตรมาส 3/69 พร้อมเช็กลิสต์ 5 หุ้นเด่นที่น่าสนใจ ภายใต้แนวคิด “Buy The Dip” เพื่อสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาด
บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แม้ว่ามีแรงกดดันด้านเศรษฐกิจมหภาคในระยะสั้น แต่คาดว่าตลาดจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยการปรับเพิ่มประมาณการ EPS ผลประกอบการของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง วัฏฏจักร AI ที่ยังคงหนุนการเติบโตของหุ้นในระยะยาว
ทั้งนี้ ไม่เชื่อว่าอยู่ในช่วงฟองสบู่ของ AI ที่จะแตกในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากตัวชี้วัดต่าง ๆ ในทุกมิติล้วนเป็นไปในทิศทางบวกและขาขึ้น ขอแนะนำให้ใช้โอกาสที่ตลาดปรับตัวลงเป็นโอกาสในการซื้อเพื่อสร้าง “อัลฟ่า” ในขณะที่การยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านจะช่วยเพิ่ม upside โดยการลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนมองตลาดปรับขึ้นต่อ แต่อาจมีการหมุนสลับกลุ่มลงทุน เน้นภาพ bottom-up มากขึ้น พอร์ตการลงทุนประจำไตรมาส 3/26 แนะนำผสมผสานหุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยปรับขึ้น (KTB), เงินบาทอ่อนค่า (KCE), ตะวันออกกลางคลี่คลาย (ERW), รอบการเปลี่ยนอุปกรณ์สื่อสาร (COM7) และกระแสลงทุนใน data center (WHAUP)
1.ธีม AI
วัฏจักรการลงทุนด้าน AI ยังคงแข็งแกร่ง โดย 98% ของตัวชี้วัดที่เราติดตามยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในด้านความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ ห่วงโซ่อุปทานการส่งออกของ AI คำสั่งซื้ออุปกรณ์ และรายได้จากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวัน งบลงทุน (capex) ของ CSP คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นเป็น +74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในปี 69
โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่แท้จริง เนื่องจาก RPO รวมของ CSP รายใหญ่เข้าใกล้ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการเติบโตของรายได้จากโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ยังคงแข็งแกร่งที่ +28% ถึง +93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในขณะที่แรงกดดันด้านกระแสเงินสดอิสระ (FCF) เป็นข้อกังวลหลักของตลาด เรามองว่าความเสี่ยงด้านการล้มละลายส่วนใหญ่จำกัดต่อผู้ให้บริการ Oracle และ Neo Cloud
ในขณะที่ผู้ให้บริการไฮเปอร์สเกลยังมีความยืดหยุ่นทางการเงินที่แข็งแกร่ง คาดว่า WHAUP จะได้รับประโยชน์จากการสร้างศูนย์ข้อมูล (data center) ในไทย และ KCE จะได้รับประโยชน์จากวงจรขาขึ้น/การฟื้นตัวของอัตรากำไรของ PCB จากการขาดแคลนชิ้นส่วนในไตรมาส 3/69
หุ้นแนะนำธีม AI
-
KCE "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย00 บาท
-
WHAUP "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย55 บาท
2.ธีมอัลฟ่า
คาดว่า COM7 จะทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งแตกต่างจากภาวะเทขายครั้งใหญ่ในไตรมาส 3/69 เนื่องจาก Apple จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในเดือน ก.ย.69 โดยใช้ Ufund เป็นช่องทางในการจัดหาเงินทุนสำหรับกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งจะสร้างความต้องการใหม่ให้กับตลาด
ในขณะที่ในระยะยาว เชื่อว่า John Ternus ซีอีโอคนใหม่จะนำนวัตกรรมมาสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดมากขึ้น ส่วน ERW นั้น คาดว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและธุรกิจ MICE คาดว่าจะฟื้นตัว นอกจากนี้ เหตุการณ์สำคัญในครึ่งหลังของปี 69 จะช่วยกระตุ้นความต้องการด้านการบริการในกรุงเทพฯ และชลบุรี
ประการสุดท้าย คาดว่า KTB จะทำผลงานได้ดีในครึ่งหลังของปี 69 จากการสิ้นสุดวัฏจักรของการลดหนี้ในประเทศ โดยมีอัตราตอบแทนเงินปันผลสูง และเงินทุนสำรองที่แข็งแกร่ง
หุ้นแนะนำธีม “อัลฟ่า”
-
COM7 "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย80 บาท
-
ERW "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย02 บาท
-
KTB "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย00 บาท
ขณะเดียวกัน บล.กสิกรไทย ได้ปรับเป้าดัชนี SET Index ขึ้นเป็น 1,620 จุด โดยเลื่อนกรอบเป้าหมายเป็นสำหรับกลางปี 2570 บนคาดการณ์ SET EPS เฉลี่ยที่ 101.1 บาท จาก SET EPS คาดการณ์ที่ 99.0 บาท สำหรับปี 2569 และ 103.2 บาท ปี 2570 และใช้ PE ค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 16x

