Official Update :

ส่องเป้า “ทองคำ” ปี26 ตั้งแต่ 4,600 – 6,000 ดอลล์... “Upside” มี – “Downside” จำกัด แนะมี “ติดพอร์ต” กระจายความเสี่ยง 5 – 15% !!!

Wealthy Way: รู้หรือไม่?...ราคา “ทองคำโลก” กลับขึ้นมายืนเหนือ 4,600 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ ได้อีกครั้ง หลัง “สหรัฐ” ประกาศซื้อคืนพันธบัตร กด “Bond Yield” ร่วง ทำปีนี้ผลตอบแทน “ทองคำ” ปรับตัวเพิ่มขึ้น +6.39% (ที่มา: tradingview.com, วันที่ 22 ส.ค. 26)

ทำให้ “ทองคำ” กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังดำดิ่งทิ้งตัวลงจากระดับกว่า 5,500 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

แต่มุมมองของตลาดทั้งสาย “พื้นฐาน” และ “เทคนิค” ต่างมีมุมมอง “เชิงบวก” ต่อทิศทางราคา “ทองคำ” ใน “ระยะกลาง-ยาว” ไม่แตกต่างกัน

ส่วนเป้าหมายราคา “ทองคำ” ปีนี้ให้กันไว้ตั้งแต่ 4,600 – 6,000 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ หรือยังมี Upside ตั้งแต่ 2 – 34%

และไม่ว่า “ทองคำ” จะดี หรือร้าย ก็ตาม...ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ควรมี “ติดพอร์ต” ไว้เพื่อ “กระจายความเสี่ยง” อยู่นั่นเอง

แม้ทิศทางราคา “ทองคำ” ยังคงผันผวน แต่ยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลก “ไม่ละเลย” วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกัน



เป้าหมาย “ราคาทอง” ปี26 สะท้อนมุมมอง “เชิงบวก”...“Upside” มี – “Downside” จำกัด

          “ราคาทองคำ” ปีนี้ อาจทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ผิดหวังนิดๆ ใครจะคิดว่า “สงครามตะวันออกกลาง” ไม่ได้ผลักดันให้ราคาทองคำพุ่งทะยานเป็นกระทิงเปลี่ยว แต่กลับตรงข้าม “สะดุด” จนแทบจะกลายร่างเป็น “หมี” อยู่แล้ว

            แต่ไม่ว่า “ทองคำ” จะกลายร่างเป็น “กระทิง” หรือ “หมี” ก็ตาม นี่ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกแนะนำให้มี “ติดพอร์ต” ไว้เพื่อ “กระจายความเสี่ยง” ตั้งแต่ 5 – 15% แล้วแต่ความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคน ทั้งนี้เป้าหมายหลักเป็นไปเพื่อช่วย “เสริมแกร่ง” ให้พอร์ตมีสุขภาพที่ดีขึ้นเป็นสำคัญ

            “ไม่ได้มุ่งหวังให้ ทุ่มแทง หมดหน้าตัก เทเงินทั้ง 100% เพื่อมาลงทุนใน ทองคำ เพื่อสร้างผลตอบแทนเป็นหลัก แต่ประการใด เพราะ ทองคำ เป็นเพียงสินทรัพย์ทางเลือกเท่านั้น”

            เมื่อทิศทาง “ดอกเบี้ยสหรัฐ” เปลี่ยนทิศจากที่คาดว่าจะปรับตัวลง เป็นทรงตัวระดับสูงและมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ หากผลกระทบจากสงครามทำให้ “เงินเฟ้อ” พุ่งสูง นั่นเป็นปัจจัยกดดันหลักที่กดราคาทองคำ “ร่วง” จาก “จุดสูงสุด” กว่า 5,500 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ในช่วงต้นปี จนหลุด 4,000 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา แม้ ธ.กลางทั่วโลก ยังเดินหน้าซื้อทองคำต่อเนื่องก็ตาม

            “ต้องไม่ลืมว่า...ทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูป เงินปันผล หรือ ดอกเบี้ยแล้วจัดอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงคาดหวังได้เพียง ‘Capital Gain’ ในขณะที่ ตราสารหนี้ มีดอกเบี้ย ความเสี่ยงต่ำกว่า เมื่อปัจจุบันให้ดอกเบี้ยที่ดีกว่า เสี่ยงต่ำกว่า จึงมีเงินลงทุนบางส่วนที่ไหลกลับเข้าไปในตลาดตราสารหนี้นั่นเอง”


 

            อย่างไรก็ตาม มุมมองต่อ “ราคาทองคำ” ในปี26 ในภาพรวมถือว่ายังเป็น “เชิงบวก”

  • P. Morgan                    6,000 ดอลล์
  • UBS                              4,600 ดอลล์
  • Goldman Sachs                    4,900 ดอลล์
  • HSBC                              4,750 ดอลล์
  • Deutsche Bank                    4,800 ดอลล์
  • Citi                              5,000 ดอลล์ (6 – 12 เดือน)

การปรับตัวขึ้นของราคา ทองคำ ในช่วงต้นปีได้ชะลอตัวและพลิกกลับในไตรมาสที่2/26 โดยราคาเข้าสู่ช่วง ปรับฐาน และเคลื่อนไหวทรงตัวหลังลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม ตลาดทองคำยังคงได้รับแรงสนับสนุนเป็นอย่างดี สอดคล้องกับบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วย กระจายความเสี่ยงและเครื่องมือรักษามูลค่าที่ได้รับการยอมรับ”

แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมา “ราคาทองคำ” ก็ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นจนกลับมายืนเหนือระดับ 4,600 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์อีกครั้ง หลัง “ก.คลังสหรัฐ” ประกาศเพิ่มวงเงิน “ซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล” (Treasury Buyback) สำหรับพันธบัตรอายุ 10–30 ปี จาก 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาดพันธบัตรระยะยาว กด Bond Yield” 30 ปี ร่วงสู่ระดับ 5.18% หลังขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี2007 ขณะที่ “ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า” ลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน กลายเป็นแรงหนุนสำคัญให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม “การซื้อคืนพันธบัตร” เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวระยะสั้นเท่านั้น หาก “เงินเฟ้อยังสูง” โอกาสที่ดอกเบี้ยจะแข็ง ก็ยังอยู่ เป็น “ปัจจัยลบ” กดดันทิศทางขาขึ้นของราคา “ทองคำ” อยู่นั่นเอง แต่ข้อดีคือ “ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์” ที่ยังคงอยู่ก็จะกลายเป็นแนวรับที่แข็งแกร่งให้ราคาทองคำด้วยเช่นกัน สุดท้ายไม่ว่าราคาทองคำ “จะดี-จะร้าย” ยังไง ยังคงเป้นหนึ่งในสินทรัพย์ที่นักลงทุนควรมี “ติดพอร์ต” ไว้เพื่อ “กระจายความเสี่ยง” อยู่นั่นเอง

 

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Fun of Funds
“LHEQDPLUS-A” ลุย “หุ้นปันผลสูง”... สะสม “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
HANA ติด Cash Balance มีผล 24 ส.ค.-11 ก.ย.69 โบรกฯ มองกำไรมีแนวโน้มโตแรง 2-3 ปี รับดีมานด์ชิป AI-Data Center แข็งแกร่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
“งบมีจำกัด”...จะเลือก “ประกัน” หรือ “ออม” ก่อนดี?
เมื่อ อีก 12 ชั่วโมง
Stock of the Day
เช็กลิสต์ 4 หุ้นเด่น โค้งสุดท้าย MSCI Rebalance โบรกฯ แนะอาศัยจังหวะย่อตัวเข้าสะสม ดักรับเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ ก่อนมีผล 31 ส.ค.นี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“PVD” ครึ่งแรกปี26 “ฟื้น” AUM เพิ่มขึ้น +6.23%... “บลจ.พรินซิเพิล” แชมป์โตสุด +26.85% “บลจ.เฟิร์ส พลัส” ร่วงสุด -9.82% “บลจ.ทิสโก้” แชมป์ส่วนแบ่งมากสุด 19.57% !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us