คัด 8 หุ้นทนแรงขาย หลังต่างชาติเท 3.06 หมื่นลบ. SET100 ร่วงเกือบยกแผง เหลือบวก 4 บริษัท เหตุบอนด์ยีลด์พุ่ง ปัจจัยกดดันในประเทศรุมเร้า
ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขายหนักจากนักลงทุนต่างชาติ หลัง Bond Yield สหรัฐฯ เร่งตัวขึ้น กดดันค่าเงินบาทและลดความน่าสนใจของสินทรัพย์ไทย ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงในประเทศที่เข้ามากดดัน ทำให้เกิดแรงขายแบบ Risk-off กระจายทั่วตลาด ด้านนักวิเคราะห์แนะนำปรับกลยุทธ์จาก “หาหุ้นขึ้น” เป็น “หาหุ้นที่ทนแรงขาย”
บล.เอเซีย พลัส ให้มุมมองว่า แรงขายต่างชาติกลับมากดดันตลาดหุ้นไทยอย่างหนัก โดยมียอดขายสุทธิราว 3.06 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางปัจจัยลบที่เข้ามาพร้อมกันหลายด้าน เริ่มจาก BOND YIELD 10 ปี สหรัฐเร่งตัวขึ้น และขึ้นเร็วกว่าผลตอบแทน พันธบัตรไทย ทำให้ส่วนต่างผลตอบแทนสหรัฐ–ไทยกว้างขึ้น กดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่า และลดความน่าสนใจของสินทรัพย์ไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ
โดยล่าสุด U.S. 10-YEAR TREASURY YIELD เคยขึ้นแตะบริเวณ 5.30% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 โดย YIELD ที่สูงขึ้นยังทำให้ DISCOUNT RATE สูงขึ้น กดดัน VALUATION และ P/E ที่นักลงทุนยอมจ่าย เมื่อมาชนกับความเสี่ยงในประเทศ ทั้งน้ำท่วม เศรษฐกิจช่วงฤดูจับจ่าย และอุณหภูมิการเมืองที่สูงขึ้น จึงยิ่งเร่งแรงขายแบบ RISK-OFF
ภาพความกังวลดังกล่าวสะท้อนชัดผ่านการซื้อขายล่าสุด โดยมูลค่าการซื้อขายหุ้นไทยพุ่งเกิน 1 แสนล้านบาท ขณะที่หุ้นใน SET100 ปรับตัวลงเกือบทั้งกระดาน เหลือหุ้นบวกเพียง 4 บริษัท สะท้อนว่าแรงขายไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะหุ้นหรือ SECTOR ใด SECTOR หนึ่ง แต่เป็นลักษณะ แรงขาย ACROSS THE BOARD หรือกระจายทั่วตลาด
สำหรับกลยุทธ์แนะนำถือเงินสดเพิ่ม 30 – 40% ของพอร์ต เปลี่ยนจาก “หาหุ้นขึ้น” เป็น “หาหุ้นที่ทนแรงขาย” เลือกหุ้นได้ ประโยชน์บาทอ่อน เช่น CPF, ITC, KCE, HANA และหุ้นผันผวนต่ำ HIGH SEASON เช่น BH, BDMS, BCH, PR9
