กลุ่มโรงกลั่นเฮ! จีนชะลอส่งออกน้ำมัน โบรกฯ มองบวกต่อกลุ่มระยะสั้น รับแรงหนุน Crack Spread ขาขึ้น
การจำกัดการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันของจีนในเดือน ต.ค. 2569 กลายเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้นต่อกลุ่มโรงกลั่น หลังอุปทานผลิตภัณฑ์น้ำมันในตลาดมีแนวโน้มตึงตัวขึ้น ขณะที่โบรกฯ ประเมินช่วยหนุน Crack Spread และค่าการกลั่น แม้ยังต้องจับตาแรงกดดันจากค่าขนส่งและราคา Ex-refinery
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า โรงกลั่นน้ำมันของจีนได้ระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันไปยังภูมิภาคอื่นนอกเหนือจากฮ่องกงและมาเก๊า สำหรับเดือน ต.ค. 2569 ตามคำสั่งของทางการจีน เพื่อให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศ ส่งผลให้ตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงโลกมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ ทางการจีนได้จำกัดการส่งออกเชื้อเพลิงตั้งแต่เดือน มี.ค. 2569 หลังความขัดแย้งในอิหร่านส่งผลกระทบต่อการจัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ก่อนจะผ่อนคลายมาตรการในเดือน ก.ค. และบริหารจัดการการส่งออกน้ำมันดีเซล เบนซิน และเชื้อเพลิงอากาศยานเป็นรายเดือน โดยข้อมูลจาก Reuters ระบุว่า จีนเริ่มเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว 1 สัปดาห์เมื่อวันที่ 1 ต.ค. โดยยังไม่ได้อนุมัติให้โรงกลั่นรายใหญ่ส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันไปยังตลาดอื่นนอกเหนือจากฮ่องกงและมาเก๊า
ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าจีนจะกลับมาอนุญาตให้โรงกลั่นส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันอีกครั้งหรือไม่ หลังสิ้นสุดวันหยุดในวันที่ 7 ต.ค. 2569 โดยแหล่งข่าวระบุว่า การตัดสินใจอาจขึ้นอยู่กับระดับน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองภายในประเทศและกำลังการผลิตของโรงกลั่น
สำหรับผลกระทบต่อตลาด นักวิเคราะห์ที่ Reuters อ้างถึงมองว่า การหายไปของผลิตภัณฑ์น้ำมันจากจีน โดยเฉพาะดีเซล เบนซิน และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน จะช่วยเพิ่มแรงตึงตัวในตลาด และสนับสนุน Crack Spread โดยเฉพาะในกลุ่ม Middle Distillates ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อค่าการกลั่นนอกประเทศจีน
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีมุมมองเป็นบวกต่อข่าวดังกล่าวในระยะสั้น เนื่องจากการจำกัดการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันของจีนจะช่วยหนุนส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและราคาน้ำมันดิบ หรือ Crack Spread ให้สูงขึ้นในระยะสั้น
สำหรับภาพรวมธุรกิจโรงกลั่นใน 3Q26E บล.ดาโอฯ คาดว่ากลุ่มโรงกลั่นโดยรวมจะรายงานกำไรเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน (QoQ) ตามทิศทาง Market GRM และ Operating GRM ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จาก Crack Spread ที่แข็งแกร่ง แต่ถูกชดเชยด้วยค่าขนส่ง (Freight) ที่อยู่ในระดับสูง และการปรับลดราคา ณ โรงกลั่น (Ex-refinery price) สำหรับน้ำมันดีเซล
ทั้งนี้ บล.ดาโอฯ ยังคงให้น้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” สำหรับกลุ่มพลังงาน และยังคงชื่นชอบหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 180 บาท จากแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยน้ำมัน (Liquid ASP) ที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงใน 3Q26E
