สรุปมุมมองจาก Future-ready Economy: Thailand 2026 เศรษฐกิจที่ดี ควรเติบโตแบบไหน?
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 มีการจัดงาน Future-ready Economy: Thailand 2026 เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและความท้าทายในอนาคต
ซึ่งหนึ่งในเซสชันที่น่าสนใจคือ “Capital for Growth” ที่ชวนตั้งคำถามว่า ในวันที่เศรษฐกิจโลกเติบโตช้าลงและความเหลื่อมล้ำยังเป็นปัญหา เราควรมองการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างไร และจะจัดสรรเงินทุนอย่างไรให้สร้างคุณค่าและโอกาสได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
และในบทความนี้ เราได้สรุปมุมมองของผู้ร่วมเสวนาจากองค์กรระดับนานาชาติและภาคการเงินในเซสชันนี้ ได้แก่
• Mr. John W.H. Denton จาก International Chamber of Commerce (ICC)
ซึ่งหนึ่งในเซสชันที่น่าสนใจคือ “Capital for Growth” ที่ชวนตั้งคำถามว่า ในวันที่เศรษฐกิจโลกเติบโตช้าลงและความเหลื่อมล้ำยังเป็นปัญหา เราควรมองการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างไร และจะจัดสรรเงินทุนอย่างไรให้สร้างคุณค่าและโอกาสได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
และในบทความนี้ เราได้สรุปมุมมองของผู้ร่วมเสวนาจากองค์กรระดับนานาชาติและภาคการเงินในเซสชันนี้ ได้แก่
• Mr. John W.H. Denton จาก International Chamber of Commerce (ICC)
• Mr. Jeffrey Jaensubhakij อดีตประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ GIC
• นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ จาก Government Savings Bank (GSB)
• Mr. Denis Medvedev จาก World Bank
ปัญหาของการวัดการเติบโตแบบเดิม: ตัวเลขบอกเราได้ไม่ทั้งหมด
โดยทั่วไป เรามักใช้ GDP หรือมูลค่าผลผลิตรวมของประเทศเป็นตัวชี้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเสมอไป เพราะ GDP ไม่ได้สะท้อนทุกแง่มุมของชีวิตและกิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้สังคม
Jeffrey Jaensubhakij ชี้ให้เห็นว่า กิจกรรมบางอย่าง เช่น การดูแลลูกภายในครอบครัว แม้จะมีความสำคัญต่อการพัฒนาคนในระยะยาว แต่ไม่ได้สร้างรายได้โดยตรงและจึงไม่ถูกนับใน GDP เช่นเดียวกับการลงทุนบางประเภทที่อาจยังไม่เห็นผลตอบแทนในวันนี้ แต่สามารถสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจได้ในอนาคต
ขณะเดียวกัน Denis Medvedev จาก World Bank เน้นว่า การเติบโตต้องพิจารณาถึงคุณภาพของงานที่เกิดขึ้นด้วย ไม่ใช่เพียงจำนวนงานที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องดูว่าผู้คนมีโอกาสก้าวไปสู่งานที่ดีขึ้นและมีความมั่นคงมากขึ้นหรือไม่
ด้าน John W.H. Denton จาก ICC เสริมว่า นโยบายที่ดูดีในเชิงเศรษฐศาสตร์ เช่น การเปิดเสรีทางการค้าและการลดต้นทุน อาจไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชนเสมอไป เพราะความเป็นอยู่ที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น สุขภาพ ความมั่นคง และเสรีภาพด้วย
โจทย์จึงไม่ใช่การเลิกใช้ตัวเลขเศรษฐกิจ แต่คือการมองให้ไกลกว่าตัวเลขเหล่านั้น เพื่อให้เข้าใจว่าการเติบโตสร้างประโยชน์ให้ใคร และสร้างคุณค่าอะไรให้สังคมในระยะยาว
Jeffrey Jaensubhakij ชี้ให้เห็นว่า กิจกรรมบางอย่าง เช่น การดูแลลูกภายในครอบครัว แม้จะมีความสำคัญต่อการพัฒนาคนในระยะยาว แต่ไม่ได้สร้างรายได้โดยตรงและจึงไม่ถูกนับใน GDP เช่นเดียวกับการลงทุนบางประเภทที่อาจยังไม่เห็นผลตอบแทนในวันนี้ แต่สามารถสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจได้ในอนาคต
ขณะเดียวกัน Denis Medvedev จาก World Bank เน้นว่า การเติบโตต้องพิจารณาถึงคุณภาพของงานที่เกิดขึ้นด้วย ไม่ใช่เพียงจำนวนงานที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องดูว่าผู้คนมีโอกาสก้าวไปสู่งานที่ดีขึ้นและมีความมั่นคงมากขึ้นหรือไม่
ด้าน John W.H. Denton จาก ICC เสริมว่า นโยบายที่ดูดีในเชิงเศรษฐศาสตร์ เช่น การเปิดเสรีทางการค้าและการลดต้นทุน อาจไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชนเสมอไป เพราะความเป็นอยู่ที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น สุขภาพ ความมั่นคง และเสรีภาพด้วย
โจทย์จึงไม่ใช่การเลิกใช้ตัวเลขเศรษฐกิจ แต่คือการมองให้ไกลกว่าตัวเลขเหล่านั้น เพื่อให้เข้าใจว่าการเติบโตสร้างประโยชน์ให้ใคร และสร้างคุณค่าอะไรให้สังคมในระยะยาว
แล้วการเติบโตที่ดีควรมีหน้าตาอย่างไร?
การเติบโตที่ดีไม่ใช่แค่การขายสินค้าได้มากขึ้นหรือทำให้ GDP เพิ่มขึ้น แต่ต้องเป็นการเติบโตที่สร้างมูลค่าเพิ่ม เพิ่มผลิตภาพ และสามารถต่อยอดได้อย่างยั่งยืน
ในมุมของคุณ Jeffrey การเติบโตควรพิจารณาจากแหล่งที่มา ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคหรือการลงทุน รวมถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุน หากธุรกิจขยายตัวได้เพียงเพราะต้องลดราคาแข่งขันกันจนแทบไม่เหลือกำไร การเติบโตเช่นนั้นอาจไม่สร้างคุณค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว
ขณะที่คุณ Denis เน้นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ การพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง และการสร้างโอกาสให้ธุรกิจขนาดใหญ่เติบโตควบคู่กับ SMEs เพื่อให้เศรษฐกิจมีแหล่งสร้างมูลค่าและการจ้างงานที่หลากหลายขึ้น
สำหรับประเทศไทย นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ มองว่า การเติบโตที่เหมาะสมต้องสอดคล้องกับปัญหาและโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศด้วย ตัวอย่างเช่น หากไทยยังผลิตสินค้าขั้นต้นที่มีมูลค่าเพิ่มไม่สูง แต่ต้องนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่า การเพิ่มปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ ประเทศจำเป็นต้องยกระดับการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศให้มากขึ้น
กล่าวอีกอย่างคือ การเติบโตที่ดีไม่ใช่แค่การทำให้เศรษฐกิจใหญ่ขึ้น แต่ต้องทำให้เศรษฐกิจสร้างคุณค่าได้มากขึ้น และทำให้ผู้คนมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน
ในมุมของคุณ Jeffrey การเติบโตควรพิจารณาจากแหล่งที่มา ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคหรือการลงทุน รวมถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุน หากธุรกิจขยายตัวได้เพียงเพราะต้องลดราคาแข่งขันกันจนแทบไม่เหลือกำไร การเติบโตเช่นนั้นอาจไม่สร้างคุณค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว
ขณะที่คุณ Denis เน้นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ การพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง และการสร้างโอกาสให้ธุรกิจขนาดใหญ่เติบโตควบคู่กับ SMEs เพื่อให้เศรษฐกิจมีแหล่งสร้างมูลค่าและการจ้างงานที่หลากหลายขึ้น
สำหรับประเทศไทย นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ มองว่า การเติบโตที่เหมาะสมต้องสอดคล้องกับปัญหาและโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศด้วย ตัวอย่างเช่น หากไทยยังผลิตสินค้าขั้นต้นที่มีมูลค่าเพิ่มไม่สูง แต่ต้องนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่า การเพิ่มปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ ประเทศจำเป็นต้องยกระดับการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศให้มากขึ้น
กล่าวอีกอย่างคือ การเติบโตที่ดีไม่ใช่แค่การทำให้เศรษฐกิจใหญ่ขึ้น แต่ต้องทำให้เศรษฐกิจสร้างคุณค่าได้มากขึ้น และทำให้ผู้คนมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน
เราจะสร้างการเติบโตแบบนั้นได้อย่างไร?
การเปลี่ยนไปสู่การเติบโตที่มีคุณภาพต้องอาศัยทั้งเงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบที่เหมาะสม และผู้ประกอบการที่พร้อมสร้างธุรกิจใหม่
ประการแรก คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน คุณ Denis เน้นถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบที่สนับสนุนนวัตกรรมควบคู่กับการคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัย ตลอดจนการดึงดูดเงินลงทุน โดยแนวทางที่เหมาะสมต้องสอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศ
ประการที่สอง คือการเปิดโอกาสให้ธุรกิจเข้าถึงเงินทุนและตลาดได้มากขึ้น คุณทรงพล ชี้ว่า ข้อจำกัดในการเข้าถึงเงินทุนเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการบางกลุ่มไม่สามารถต่อยอดธุรกิจได้ ขณะที่ คุณ John เน้นถึงการเชื่อมโยงตลาดและการลดอุปสรรคทางการค้า โดยเฉพาะสำหรับ SMEs ที่ต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การมีเงินทุนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ คุณ Jeffrey อธิบายว่า เงินทุนจะไหลเข้าสู่เศรษฐกิจได้ก็ต่อเมื่อมีโครงการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับความเสี่ยง รัฐบาลจึงต้องช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ พร้อมกับส่งเสริมผู้ประกอบการและพัฒนาคนที่มีศักยภาพให้สามารถสร้างธุรกิจใหม่ได้
ท้ายที่สุด การจัดสรรเงินทุนจึงต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสให้ธุรกิจที่มีศักยภาพสามารถเติบโตได้จริง ไม่ใช่เพียงเพิ่มปริมาณเงินลงทุนโดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์
ประการแรก คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน คุณ Denis เน้นถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบที่สนับสนุนนวัตกรรมควบคู่กับการคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัย ตลอดจนการดึงดูดเงินลงทุน โดยแนวทางที่เหมาะสมต้องสอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศ
ประการที่สอง คือการเปิดโอกาสให้ธุรกิจเข้าถึงเงินทุนและตลาดได้มากขึ้น คุณทรงพล ชี้ว่า ข้อจำกัดในการเข้าถึงเงินทุนเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการบางกลุ่มไม่สามารถต่อยอดธุรกิจได้ ขณะที่ คุณ John เน้นถึงการเชื่อมโยงตลาดและการลดอุปสรรคทางการค้า โดยเฉพาะสำหรับ SMEs ที่ต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การมีเงินทุนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ คุณ Jeffrey อธิบายว่า เงินทุนจะไหลเข้าสู่เศรษฐกิจได้ก็ต่อเมื่อมีโครงการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับความเสี่ยง รัฐบาลจึงต้องช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ พร้อมกับส่งเสริมผู้ประกอบการและพัฒนาคนที่มีศักยภาพให้สามารถสร้างธุรกิจใหม่ได้
ท้ายที่สุด การจัดสรรเงินทุนจึงต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสให้ธุรกิจที่มีศักยภาพสามารถเติบโตได้จริง ไม่ใช่เพียงเพิ่มปริมาณเงินลงทุนโดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์
สรุป: เปลี่ยนจากการวัดว่าโตแค่ไหน สู่การถามว่าโตแล้วได้อะไร
ข้อคิดสำคัญจากเซสชัน Capital for Growth คือ การสร้างเศรษฐกิจที่พร้อมรับอนาคตต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจว่า ตัวเลขการเติบโตเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าเศรษฐกิจสร้างคุณค่าได้มากเพียงใด
การเติบโตที่ดีต้องสร้างมูลค่าเพิ่ม เปิดโอกาสให้ผู้คนและธุรกิจเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็น และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว ขณะเดียวกัน เงินทุนต้องถูกจัดสรรไปยังโครงการและธุรกิจที่สามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้จริง
เพราะเป้าหมายไม่ใช่เพียงการทำให้เศรษฐกิจเติบโตเร็วขึ้น แต่คือการทำให้การเติบโตนั้นสร้างโอกาสและประโยชน์ที่ยั่งยืนให้กับผู้คนได้มากขึ้น
การเติบโตที่ดีต้องสร้างมูลค่าเพิ่ม เปิดโอกาสให้ผู้คนและธุรกิจเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็น และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว ขณะเดียวกัน เงินทุนต้องถูกจัดสรรไปยังโครงการและธุรกิจที่สามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้จริง
เพราะเป้าหมายไม่ใช่เพียงการทำให้เศรษฐกิจเติบโตเร็วขึ้น แต่คือการทำให้การเติบโตนั้นสร้างโอกาสและประโยชน์ที่ยั่งยืนให้กับผู้คนได้มากขึ้น
Most Viewed
Insurance
รวม 4 ประกันสำหรับเจ้านาย ทาสสายเปย์มีไว้..อุ่นใจกว่า
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
"กองทุนรวม"…9เดือนแรกปี26 AUM ทะยานแตะ 6.97 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น +7.86% “บลจ.ทาลิส” แชมป์โตสุด +130.70% “บลจ.ฟิลลิป” ร่วงสุด -27.16%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
"กบข."...และ "กองทุนปิโตรเลียมติมอร์-เลสเต" ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการลงทุน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
“นันยาง” จากรองเท้าคู่ละ 12 บาท สู่ก้าวแห่งตำนานที่ข้ามผ่านทุกเจเนอเรชัน
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Banking
SCB ผนึก NETbay และ TACBA เปิดเวที “Growth in Logistics 2027” ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่ยุคซัพพลายเชนอัจฉริยะ
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us
News Update
