World Bank คาดจีดีพีไทยปีนี้บวก 4% ชี้คนจนเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านคนในช่วง Covid-19
นางเบอร์กิท ฮานสล์ ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า ทางธนาคารโลกประเมินว่าในปีนี้เศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยประเมินเศรษฐกิจไทย 2564 ขยายตัวได้ 4% หลังจากเศรษฐกิจของไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการระบาดของ Covid-19 ซึ่งทางธนาคารโลกประมาณการว่าเศรษฐกิจจะติดลบ 6.5% อย่างไรก็ตามแม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ Covid-19 ได้เร็วเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่สิ่งที่ธนาคารโลกเป็นกังวลคือ ผลกระทบทางเศรษฐกิจของวิกฤติในครั้งนี้ ทำให้เห็นจุดเปราะบางสำคัญของประเทศไทย คือจำนวนคนวัยทำงานที่ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นในภาคอุตสาหกรรม และจำนวนคนยากจนที่เพิ่มขึ้น 1.5 ล้านคนในปีที่ผ่านมา


นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2564 มองว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะมองว่าผลกระทบจากการระบาดของรอบใหม่ไม่รุนแรงเท่าปีที่แล้ว ประกอบกับการดำเนินมาตรการของภาครัฐถือว่าทำได้เร็วเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ดังนั้นจึงน่าจะประคองให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ 4% แม้ว่าจะมีความท้าทายในช่วงต้นปีนี้
เบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า ทำให้ศก.ฟื้นตัวช้าตาม โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว!!
“เศรษฐกิจอยู่ในภาวะซบเซาเป็นเวลานาน ทำให้มีโอกาสที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ดังนั้นถ้าถามว่ามีอะไรน่าห่วง สิ่งที่เราเป็นกังวลคือ ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวล่าช้า และอุปสรรคจากการขนส่งวัคซีน Covid-19 ทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนในประเทศคือการเบิกจ่ายภาครัฐที่ล่าช้า และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น และส่งผลกระทบกับภาคการท่องเที่ยวโดยตรง ส่วนสถานะทางการคลังนั้น ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ไทยรักษาเสถียรภาพทางการคลังอยู่ในระดับดีมาตลอด นับตั้งแต่เกิดวิกฤติ 2540 จึงกังวลเรื่องการเบิกจ่ายมากกว่าวินัยทางการคลัง” นายเกียรติพงศ์กล่าว
โครงสร้างแรงงานที่ไทยต้องแก้ไขด่วน
นายแฮรี่ เอ็ดมุนด์ โมรอซ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารโลก กล่าวว่า ผลจากการระบาดของ Covid-19 ครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานของประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นฐานแรงงานที่สำคัญ ประกอบกับจำนวนชั่วโมงการทำงานที่ลดลงทำให้รายได้ต่อเดือนน้อยลง จำนวนชั่วโมงการทำงานยังไม่ฟื้นตัวกลับขึ้นมา และการจ้างงานในหลายๆ ภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งภาคการผลิตยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปีก่อนหน้า นั้นหมายความว่าตลาดแรงงานยังอยู่ในภาวะที่เปราะบางต่อความไม่แน่นอนต่างๆ ในอนาคต รวมถึงการกลับมาระบาดซ้ำของ Covid-19
ดังนั้นในระยะยาวรัฐบาลสามารถเพิ่มการจ้างงานในภาคการดูแล ทำให้การดูแลเด็กเข้าถึงมากยิ่งขึ้น และลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเพิ่มการจ้างงานของแรงงานผู้หญิง รายงานนี้ยังแนะนำให้ขยายอายุเกษียณออกไปและให้วางแผนโครงการจ่ายค่าตอบแทนตามผลงานและให้มีการจัดระบบการทำงานที่ยืดหยุ่นเพื่อยืดอายุการทำงานให้กับผู้สูงวัยอีกด้วย
