OR ใช้เงินไปกับธุรกิจ Non-oil กว่า 7,300 ล้านบาท ถึงเวลาที่เงินลงทุนจะสะท้อนกำไรแล้วหรือยัง?
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาหุ้นขวัญใจมหาชนอย่างบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ได้ทำการลงทุนในธุรกิจ Non-oil มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้เงินที่ลงทุนไปกว่าหลายพันล้านบาท ด้วยการเข้าลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Non-oil หรือกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ในหลายธุรกิจไม่ว่าจะเป็นการเข้าลงใน Flash Express มูลค่า 1,500 ล้านบาท การใส่เงินร่วมลงทุนกับกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อขยายสาขาในเวียดนาม หรือการลงทุนในธุรกิจให้บริการเติมน้ำมันเครื่องบินที่สนามบินอู่ตะเภา
นอกจากนี้ OR ยังได้ขยายธุรกิจ Non-oil ในกลุ่มธุรกิจประเภทเครื่องดื่มและอาหารแบรนด์ชั้นนำที่รู้จักหลายแห่ง เช่นโอ้กะจู๋ ธุรกิจเครื่องดื่มชาแบรนด์คามุ คามุ บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นสุดพรีเมี่ยม KOUEN รวมถึงการเข้าไปร่วมทุนกับกลุ่ม “บุญรอด” เพื่อเตรียมผลิตเครื่องดื่มร่วมกัน และล่าสุดใช้เงินลงทุนกว่า 1,150 ล้านบาท เข้าไปลงทุนในธุรกิจร้านให้บริการซักผ้า อย่างแบรนด์ Oteri Wash & Dry เป็นต้น
โดยในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 63 จนถึงปี 65 ทาง OR ใช้เงินลงทุนไปรวมทั้งสิ้นกว่า 7,300 ล้านบาท โดยมีดีลการลงทุนขนาดใหญ่ ได้แก่การเข้าไปใส่เงินลงทุนใน Flash Express มูลค่า 1,500 ล้านบาท การจับมือเป็นพันธมิตรกับกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อขยายสาขาร้านคาเฟ่อเมซอนในเวียดนาม มูลค่า 500 ล้านบาท
การลงทุนร่วมกับ BAFS ให้บริการเติมน้ำมันเครื่องบินสนามบินอู่ตะเภาวงเงิน 545 ล้านบาท และลงทุนในธุรกิจเกี่ยวข้องกับ การบริการยานยนต์ออนไลน์ด้วยเงินลงทุนเริ่มแรกไม่เกิน 106 ล้านบาท การจัดตั้งบริษัท ORZON VENTURES มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพ
ขณะที่การลงทุนในธุรกิจเครื่องดื่มและอาหาร ได้แก่ การลงทุนในร้านอาหารแบรนด์โอ้กระจู๋ มูลค่า 490 ล้านบาท เครื่องดื่มแบรนด์คามุ คามุ มูลค่า 480 ล้านบาท บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นสุดพรีเมี่ยม KOUEN มูลค่า 192 ล้านบาท และการเข้าลงทุนใน Freshket ลักษณะธุรกิจประเภท Food Supply Chain Service มูลค่า 500 ล้านบาท และล่าสุดเข้าลงทุน เค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มูลค่ากว่า 1,150 จุด ซึ่งประกอบกิจการร้านสะดวกซักภายใต้แบรนด์ Oteri Wash & Dry
การดำเนินงานกลุ่ม Lifestyle ดีขึ้น
บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่าการดำเนินงานกลุ่ม Lifestyle ดีขึ้น เช่นกันจากจานวนคนเดินเข้าร้านมากขึ้น และการเพิ่มสินค้าใหม่ ๆ ที่มาจากโรงงานของ บ. ทั้งในส่วนเบเกอรี่ และสินค้าสาเร็จรูปอื่น ๆ มากขึ้น
อีกทั้งยังได้ส่วนเพิ่มจากสินค้าใหม่ ๆ ที่ทาง OR ไปถือหุ้นในร้านอาหารอื่น ๆ เช่น โอ้กะจู๋, KOUEN, คามุ คาดจะเข้ามาจำหน่ายในร้านคาเฟ่อเมซอน และในสถานีบริการ รวมถึงธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ ที่อยู่ในสถานีบริการอย่างร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ 7-Eleven, จิฟฟี่ และร้านอาหารอื่น ๆ ในเครือ
ขณะเดียวกันคาดเพิ่มสัดส่วน Lifestyle มากขึ้น จากแผนขยายสัดส่วนรายได้กลุ่ม Lifestyle มากขึ้น ทั้งการเพิ่มจำนวนสาขาร้านคาเฟ่ อเมซอนคาดจะเปิดทั้งสิ้น 518 สาขา (ไทย 389, ตปท. 129), การนำสินค้าใหม่ ๆ มาเพิ่มในร้านจากโรงงานผลิตเบเกอรี่, สินค้าสำเร็จรูปอื่นๆที่ผลิตเอง
รวมถึงการนำสินค้าที่บริษัทลงทุนไปก่อนหน้าอย่าง โอ้กะจู๋, KOUEN มาขายในร้านมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มยอดขายและ EBITDA กลุ่ม Lifestyle และคาดปีนี้จะเปิดสาขาราว 80สาขา และยังอยู่ระหว่างหาธุรกิจใหม่ๆ ในกลุ่มนี้เพิ่มเติม


