Official Update :

เช็คฟอร์ม! ราคาหุ้นกลุ่มแบงก์ ครึ่งปีแรกใครบวกแรงสุด พบ SCB ราคาพุ่งกว่า 47%

ผ่านครึ่งปีแรกไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงประกาศงบการดำเนินงานไตรมาส 2/65 ซึ่งหุ้นกลุ่มที่จะประกาศงบออกมาเป็นกลุ่มแรกคือกลุ่มธนาคาร ที่กำลังได้รับปัจจัยบวกจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองที่ลดลง ส่งผลให้แนวโน้มกำไรปรับตัวดีขึ้น ทำให้ช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มธนาคารเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับความนิยมและราคาปรับขึ้นมาพอสมควร แต่ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นนั้นจะมากหรือน้อยแค่ไหนจากต้นปี 2565 และหุ้นธนาคารยังน่าสนใจลงทุนหรือไม่ Wealthy Thai มีคำตอบ


จากข้อมูลของ setsmart พบว่า หุ้นธนาคารที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ SCB หรือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) โดยราคาหุ้นวันที่ 28 มิ.. 65 อยู่ที่ 104.50 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาหุ้นต้นปี  47.18% รองลงมา คือ KTB หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นวันที่ 28 มิ.. 65 อยู่ที่ 15.50 บาท เพิ่มขึ้นจากราคาหุ้นต้นปี 17.42%


ขณะที่หุ้นธนาคารที่ราคาปรับลดลงมากที่สุดเมื่อเทียบกับต้นปี คือ TTB หรือ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นวันที่ 28 มิ.. 65 อยู่ที่ 1.25 บาท ลดลงจากต้นปี 14.97% รองลงมา คือ BAY หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นวันที่ 28 มิ.. 65 อยู่ที่ 32.00 บาท ลดลงจากต้นปี 9.86% ส่วนอันดับอื่นๆ สามารถดูได้จากตารางด้านล่าง





สำหรับแนวโน้มกำไรสุทธิในไตรมาส
2/65 ของหุ้นกลุ่มธนาคาร นักวิเคราะห์จากบล.เคทีบีเอสที ระบุว่า ยังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารเป็น “มากกว่าตลาด” โดยคาดว่ากำไรสุทธิรวมไตรมาส 2/65 ของกลุ่มธนาคารจะอยู่ที่ 4.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากไตรมาส 2/64 จากสำรองฯ ที่ลดลง แต่ทรงตัวจากไตรมาส 1/65 จากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลง โดยธนาคารที่จะเติบโตทั้งได้จากช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า คือ TTB, SCB, BBL, และ KBANK ส่วน NPL รวมในไตรมาส 2/65 เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปมาอยู่ที่ 3.15% จากไตรมาส 1/65 ที่ 3.06% เพราะยังมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ต่ออายุถึงเดือนธ.ค. 2566


โดยคาดว่ากำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารในปี 2565 จะเติบโตที่ 15% จากปีก่อน เพราะแนวโน้มสำรองฯ ที่ลดลงจากการที่ตั้งสำรองเผื่อฯ มาเยอะแล้วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับคาดว่าจะมีการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ซึ่งจะช่วยให้สินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมกลับมาฟื้นตัวได้ดี


ด้านราคาหุ้นกลุ่มธนาคาร outperformed SET ประมาณ 2% ใน 1 เดือน จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นที่เร็วกว่าคาดซึ่งส่งผลดีต่อกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่โดยตรง ขณะที่ valuation ยังถูก เทรดที่ระดับเพียง Price Per Book Value 0.82x โดยฝ่ายวิเคราะห์ชอบ BBL (ซื้อ/เป้า 167.00 บาท) เพราะเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นมากที่สุด และมี Valuation ถูกสุดในกลุ่มฯ โดยเทรดที่ PBV เพียง 0.51x หรือที่ระดับ -1.75SD ย้อนหลัง 10 ปี และ KBANK (ซื้อ/เป้า 190.00 บาท) เพราะได้ประโยชน์จากสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ดีในครึ่งหลังของปีนี้ และเป็นธนาคารที่เน้น digital รายแรกและยังเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้าน digital ต่อเนื่องซึ่งจะเห็นความชัดเจนได้ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Fun of Funds
ครึ่งแรกปี26 “ต่างชาติ” ซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 3 หมื่นลบ. ส่วนครึ่งหลังปีนี้มี “หุ้นกู้” ครบอายุกว่า 4.2 แสนลบ. ส่วนใหญ่ 90% เป็น “Investment Grade” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ก.ล.ต. นั่งไม่ติด! แจงปม “สุภาพร พิมพ์พงษ์” ชี้ถอนรายงานหลังพบเป็นธุรกรรมทิพย์ จ่อดำเนินคดีหากพบเจตนาส่งข้อมูลเท็จ
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมฯ ชี้ “E20 คือทางรอดระยะยาว” ร่วมเดินหน้าต่อยอดมาตรการภาครัฐ พร้อมผนึกกำลังรัฐ-เอกชน-ประชาชน
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
ทำความรู้จัก Amortizing Bond ตราสารหนี้ชนิดทยอยคืนเงินต้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ชื่นใจนักลงทุน! SET วันนี้ปิดพุ่ง 35 จุด รับข่าว พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนลบ. ผ่านฉลุย ฟาก DELTA นำทีมชิ้นส่วนพุ่งรับจิตวิทยาบวก
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us