เปิดสถิติ! ผลตอบแทน-เงินปันผล 8 หุ้นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในตลาดหุ้นไทย
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานถือเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนเลือกใช้ลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงในด้านของพอร์ตการลงทุน เนื่องจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานให้อันผลตอบแทนในด้านของเงินปันผลแบบสม่ำเสมอ ซึ่งสามารถไว้วางใจได้ว่าถึงแม้พอร์ตการลงทุนจะขาดทุนจากส่วนต่างของราคา แต่ก็ยังได้เงินปันผลเป็นสิ่งตอบแทน ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีข่าวในด้านลบสำหรับหุ้นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานอย่าง DIF และ JASIF
โดยในครั้งนี้ Wealthy Thai ได้ทำการสำรวจกลุ่มหุ้นในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ในตลาดหุ้นไทยมาให้นักลงทุนดูกันว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้นให้อัตราผลตอบแทนกันที่เท่าไหร่บ้าง และในช่วงที่ผ่านมามีการจ่ายเงินปันผลกันไปเท่าไหร่ ในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนหุ้นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานแบบนี้ถือเป็นหุ้นที่ทนต่อกระแสได้ดี
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ประกอบไปด้วย 1.กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ หรือ ABPIF 2.กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์ หรือ BRRGIF 3.กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท หรือ BTSGIF
4.กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF 5. กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ EGATIF 6.กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF 7.กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี หรือ SUPEREIF และ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ TFFIF
จากการสำรวจข้อมูลรายตัวของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวพบว่ามีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยอยู่ที่ 4-10% โดยเราจะมาดูกันว่าในช่วงอดีตย้อนหลัง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มีการจ่ายเงินปันผลกันไปเท่าไหร่บ้าง
เริ่มกันที่ ABPIF หรือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ เป็นกองทุนรวมจะทำการลงทุนในสัญญาโอนผลประโยชน์จากการประกอบกิจการไฟฟ้ากับบริษัทอมตะ บี. กริม เพาเวอร์ 1 จำกัด และบริษัทอมตะ บี. กริม เพาเวอร์ 2 จำกัด ซึ่งข้อมูลที่ระบุไว้ในตลาดหลักทรัพย์ฯย้อนหลังในช่วงตั้งแต่ปี 62 พบว่ามีการเงินปันผลมาโดยตลอด ซึ่งมีการจ่ายเงินปันผลแล้วรวมทั้งสิ้น 0.5128 บาทต่อหน่วย โดยล่าสุดมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล อยู่ที่ 5.89%
มาต่อกันที่ BRRGIF หรือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์ ลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิของโรงไฟฟ้าชีวมวล (กากอ้อย) ของบริษัท บุรีรัมย์พลังงาน จำกัด และบริษัท บุรีรัมย์เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BRR ทั้งนี้ตั้งแต่ปีปี 62 พบว่ามีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยในทุกๆไตรมาสของทุกปี ซึ่งพบว่ามีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยไปแล้วกว่า 0.86512 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ล่าสุด BRRGIF มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล อยู่ที่ 5.84%
ด้าน BTSGIF หรือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท ลงทุนในรายได้สุทธิที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพสายหลัก ได้แก่ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพสายแรกเริ่ม ซึ่งครอบคลุมระยะทาง 23.5 กิโลเมตร โดยข้อมูลรายงานว่า มีการจ่ายเงินปันผลไปแล้วจำนวน 0.284 บาทต่อหน่วยในช่วงปี 62-ปี 63 โดยในช่วงปี 64 BTSGIF ได้รายงานการงดจ่ายเงินปันผล
สำหรับ DIF หรือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล กองทุนฯ เป็นเจ้าของหรือมีสิทธิในการรับประโยชน์จากรายได้สุทธิที่เกิดจากกลุ่มทรัพย์สิน (portfolio) ประเภทเสาโทรคมนาคมจำนวน 16,059 เสา โดย DIF นับเป็นอีกหนึ่งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน โดยข้อมูลรายงานว่า DIF ได้จ่ายปันผลมาอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาสและจ่ายไปแล้วกว่า 3.1215 บาทต่อหน่วย โดยล่าสุดมี อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล อยู่ที่ 7.73%
ส่วน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ EGATIF ลงทุนในรายได้ค่าความพร้อมจ่ายในอนาคตของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 670 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 20 ปี ย้อนหลังไปในช่วงตั้งแต่ปี 62 EGATIF จ่ายปันผลให้กับผู้ถือหน่วยมาโดยตลอด ซึ่งพบว่ามีการจ่ายปันผลไปแล้วรวม 1.9625 บาทต่อหน่วย และปัจจุบันนี้มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 6.66%
มากันที่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF หนึ่งในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นขวัญใจของนักลงทุนรายย่อย โดย JASIF มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงจำนวน 1,680,500 คอร์กิโลเมตร ซึ่งกองทุนซื้อจากบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) (TTTBB) โดย TTTBB เป็นผู้เช่าทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสง ซึ่งที่ผ่านมาจ่ายปันผลเป็นเงินสดให้กับผู้ถือหน่วยตั้งแต่ในปี 62 ไปแล้วกว่า 3.07 บาทต่อหน่วย จึงทำให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลล่าสุดอยู่ที่ 10.44%
ขณะที่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี หรือ SUPEREIF ลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทย่อยของ บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER โดยระยะเวลาการลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิประมาณ 22 ปี โดยกองทุนนี้เริ่มซื้อขายในช่วงเดือนส.ค.ปี 62 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีการจ่ายเงินปันผลไปจำนวน 2.23031 บาทต่อหน่วย ซึ่งล่าสุดมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล อยู่ที่ 7.49%
ปิดท้ายกันที่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ TFFIF ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในสิทธิที่จะได้รับรายได้ร้อยละ 45 ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิที่จัดเก็บได้จากเส้นทางในปัจจุบันของทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษบูรพาวิถี เป็นระยะเวลา 30 ปี โดยข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 62 TFFIF จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยทุกๆไตรมาสติดต่อกัน ซึ่งคิดเป็นจำนวน 1.1105 บาทต่อหน่วย และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 4.04%

