CPALL เปิดเมืองตั้งแต่ต้นปีแต่หุ้นไม่ไปไหน แม้นักวิเคราะห์จะมองกำไรเติบโตดี และแนะนำ "ซื้อ"

หากจะพูดถึงหนึ่งในธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บริษัทแรกที่นักลงทุนหลายคนจะต้องนึกถึงก็คงไม่พ้น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL  ที่นอกจากจะมีร้านสะดวกซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven ก็ยังได้ครอบครองสัดส่วนการถือหุ้นในธุรกิจศูนย์จำหน่ายสินค้า อย่าง บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO จึงทำให้ CPALL ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างถ้วนหน้า แต่สิ่งหนึ่งทำให้นักลงทุนตั้งข้อสงสัยก็คือ ราคาหุ้นที่ไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวที่หวือหวา ซึ่งตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบัน(ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2565) ก็ปรับตัวขึ้นเพียง 5.08%


คุณ วิชชุดา ปลั่งมณี ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้คำแนะนำ “ซื้อ” แก่กลุ่มนักลงทุนที่ยังมีไม่อยู่ในมือโดยสามารถลงทุนได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวตามการรับความเสี่ยง พร้อมกับให้ราคาเป้าหมายที่ 73 บาทหรือมีอัพไซต์เพิ่มประมาณ 15%


ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่ยังไปต่อได้ ทั้งธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ได้รับแรงหนุนจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาจับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภคใกล้ที่อยู่อาศัยมากขึ้นจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและนโยบายผ่อนปรนจากรัฐบาลที่ส่งผลต่อการเดินทาง ท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคใช้สอยในร้านสะดวกซื้อได้เพิ่มขึ้น


ขณะที่ธุรกิจ Cash & Carry ของ MAKRO กับ Hypermarket และ Supermarket ของ Lotus คาดว่า หลังจากการแพร่ระบาด COVID-19 ที่มีสถานการณ์ที่ดีขึ้น รวมถึงมาตรการภาครัฐที่ให้การสนับสนุนการขยายระยะเวลาการเปิด-ปิด ร้านอาหารและสถานบันเทิงเพิ่ม บวกกับการทยอยกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเป็นปัจจัยหนุนยอดขายในระยะยาว


ฟากบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ได้ให้มุมมองว่า ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มของกำไรไตรมาส 2/65 ว่าจะยังคงเติบโตทั้งช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนจากการเริ่มฟื้นตัวของธุรกิจในเครือ ขับเคลื่อนมาจากยอดขายสาขาเดิมของร้านสะดวกซื้อที่ยังคงเติบโตสูง


ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจค้าส่ง (MAKRO) มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นกันในระดับราว 5-6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจค้าปลีกและพื้นที่เช่า (Lotus’s) ก็ยังคงเพิ่มขึ้นได้ 1-2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน  ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าเหตุผลการเติบโตหลักๆ มาจากสถานการณ์ COVID-19 ที่เริ่มคลี่คลายส่งผลให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ประกอบกับภาครัฐฯ ยังคงผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเริ่มกลับเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศ , การเปิดเรียนออนไซต์อีกครั้ง และการผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศ (ยกเลิก Test & Go)


อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่จำเป็นต้องมีการปรับราคาสินค้าบางอย่างเพิ่มขึ้นในงวดไตรมาส 2/65 แต่ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าด้วยสถานะของบริษัทที่มีความแข็งแกร่งประกอบกับสินค้าที่จำหน่ายส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในชีวิตประจำวัน จึงมีความสามารถต่อรองเรื่องการปรับขึ้นราคาสินค้าและผลักต้นทุนภาระบางส่วนให้กับลูกค้าได้


สำหรับกำไรสุทธิทั้งปีได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 65 และ 66 ลงเป็นเติบโต 6.3% และ 2.9% เป็น 1.6 หมื่นล้านบาทและ 2.1หมื่นล้านบาทตามลำดับ โดยฝ่ายวิจัยต้องปรับคาดการณ์กำไรของ CPALL ลงตามการปรับลดประมาณการกำไรปี 65-66 ของบริษัทลูกอย่าง MAKRO


ภายใต้ประมาณการใหม่มูลค่าพื้นฐานใหม่ปี 65 ก็ได้ปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 73.5 บาท จากเดิม 75.00 บาท แต่ยังเหลืออัพไซต์อีกราว 13.5% เนื่องจากฝ่ายวิจัยมองว่าภาพการฟื้นตัวของกำไรในปี 65-66 ของ CPALL มีความโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ของกลุ่มค้าปลีก จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 19 ชั่วโมง
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us