BAREIT โอกาสลงทุนในสนามบินสมุย จุดหมายการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายงานว่า การเปิดประเทศในปี 2565 ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติสะสมแล้วกว่า 2.12 ล้านคน
ในครึ่งปีหลัง ประเทศไทยมีปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญ คือ การเปิดประเทศแบบเต็มรูปแบบ จากการที่รัฐบาลยกเลิก Thailand pass เพิ่มเที่ยวบินในการเข้าประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดยการท่องเที่ยงแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยในปีนี้ประมาณ 7-10 ล้านคน
เมื่อสัญญาณการเปิดประเทศและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวมีความชัดเจน ย่อมส่งผลปัจจัยบวกต่อธุรกิจสายการบินและสนามบิน โดยในเร็วๆนี้จะมีกองทรัสต์ในธุรกิจสนามบินเอกชน อย่างกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินการบินกรุงเทพ (BA Airport Leasehold Real Estate Investment Trust: BAREIT) ที่ลงทุนในสิทธิการเช่าสนามบินสมุย เข้ามาทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถลงทุนและได้รับผลตอบแทนจากธุรกิจสนามบิน ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่มีความโดดเด่นของประเทศไทย
การกลับมาของสนามบินสมุย
ก่อนอื่นต้องบอกว่า กองทรัสต์ BAREIT นั้นไม่ใช่หน้าใหม่ในตลาดหุ้นไทย ก่อนหน้านี้สนามบินสมุยเคยซื้อขายในตลาดหุ้นไทยมาแล้วในชื่อ ‘กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย’ หรือ ‘SPF’ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า SPF เป็นหนึ่งในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ยอดนิยมของนักลงทุน ที่ให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากทรัพย์สินมีคุณภาพที่ดี สามารถสร้างรายได้และทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง โดยต่อมาทรัพย์สินได้มีการถูกซื้อคืน และพร้อมแล้วที่จะนำกลับเข้ามาระดมทุนและซื้อขายอีกครั้งในชื่อของ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินการบินกรุงเทพ (BA Airport Leasehold Real Estate Investment Trust: BAREIT)
สนามบินสมุย ทรัพย์สินที่จะเข้ากอง BAREIT มีความน่าสนใจ โดยเป็นสนามบินเอกชนแห่งแรกของประเทศไทยที่สร้างโดยกลุ่มการบินกรุงเทพ ซึ่งเป็นภาคเอกชนเพียงรายเดียวที่พัฒนาและให้บริการสนามบินสาธารณะ โดยให้บริการในแหล่งท่องเที่ยวหลักของไทย อีกทั้งยังสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดกว่า 6 ล้านคนต่อปี
‘สนามบินสมุย’ จัดเป็นฐานการบินที่แข็งแกร่งของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่เปิดให้บริการทั้งเที่ยวบินภายในประเทศ และเที่ยวบินไปยังต่างประเทศ มีการออกแบบดีไซน์ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของเกาะ สวยงาม มีความปลอดภัย สะดวกสบาย และมีสไตล์เหมาะเจาะเข้ากับเกาะสวรรค์อย่างสมุยได้อย่างกลมกลืน จนได้รับรางวัลในสาขาต่างๆอย่างมากมาย

(ที่มา :https://www.samuiairport.com)
จุดเด่นของสนามบินสมุยที่สำคัญ คือ ตำแหน่งที่ตั้งที่อยู่บนเกาะสมุย สวรรค์ของการพักผ่อนของนักท่องเที่ยวต่างชาติจากทั่วโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวยุโรปที่มีกำลังซื้อสูง ที่ต้องการมาพักผ่อนท่ามกลางหาดทรายและแสงแดดที่แสนสวยงามในไทย
นิตยสารแทรเวล แอนด์ เลเชอร์ (Travel and Leisure) นิตยสารด้านการท่องเที่ยวระดับโลก มีการจัดอันดับให้เกาะสมุยของไทยเป็นเกาะท่องเที่ยวอันดับ 7 ของโลก และอันดับ 1 ในอาเซียน นอกจากนี้ จุดตั้งสนามบินยังใกล้กับเกาะพงัน และเกาะเต่า สถานที่จัด Full moon party ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและโด่งดังไปทั่วโลก
การที่สนามบินสมุยที่เป็นสนามบินนานาชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางผ่านสนามบินสมุย เข้ามาท่องเที่ยวที่เกาะสมุยได้โดยตรง ในอดีตที่ผ่านมาก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของ covid-19 จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยผ่านทางสนามบินสมุยมีจำนวนมาก โดยในช่วงปี 2559 - 2562 สนามบินสมุยรองรับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการกว่า 2.4-2.6 ล้านคนต่อปี และมีจำนวนเที่ยวบินรวม กว่า 30,000 เที่ยวบินต่อปี เลยทีเดียว
เปิดประเทศช่วยดันความต้องการใช้สนามบินฟื้น
หลังจากที่รัฐบาลเริ่มเดินหน้าเปิดประเทศ ได้มีนักท่องเที่ยวจากประเทศในกลุ่มยุโรปเดินทางเข้ามา และตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยก็มีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเดินทางโดยเครื่องบิน ซึ่งส่งผลให้สนามบินสมุยกลับมาคึกคักอีกครั้ง

(ที่มา facebook สนามบินสมุย)
โอกาสการลงทุนในสนามบินสมุย
สนามบินสมุยซึ่งมีพื้นฐานที่มั่นคงและการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง จะเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนสำหรับนักลงทุนอีกครั้ง โดยล่าสุดกลุ่มบางกอกแอร์เวย์ส กำลังจะมีการระดมทุนโดยนำสนามบินสมุยเข้าเป็นทรัพย์สินของกองทรัสต์
‘BAREIT’ จะเข้าลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการดำเนินกิจการสนามบินสมุย ทรัพย์สินที่เข้าลงทุนครั้งแรกคือ สิทธิการเช่าที่ดิน สิ่งปลูกสร้างและส่วนควบของทรัพย์สินบางส่วนที่ใช้ในการดำเนินงานสนามบินภายในโครงการสนามบินสมุย มูลค่าลงทุนทรัพย์สินหลักที่กองทรัสต์เข้าลงทุนครั้งแรก ไม่เกิน 14,300 ล้านบาท โดยจะมาจากการระดมทุนโดยการเสนอขายหน่วยทรัสต์จำนวนไม่เกิน 10,330 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะยาวไม่เกิน 5,060 ล้านบาท อายุเฉลี่ยคงเหลือถ่วงน้ำหนักของทรัพย์สินหลัก 25 ปี
ประกอบด้วย
-
ทางวิ่ง (Runway)
-
ทางขับ (Taxiway) และ ลานจอดอากาศยาน (Apron) ฝั่งตะวันออกบางส่วน
-
อาคารตรวจรับบัตรโดยสาร (Check-in Terminal)
-
อาคารผู้โดยสาร (Passenger Terminal) บางส่วน ทั้งอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ และระหว่างประเทศ (ขาเข้าและขาออก)
-
อาคารสำนักงานดับเพลิง (Fire Station)
โดย BAREIT มีประมาณการอัตราผลตอบแทนในปีแรกประมาณ 8.09-8.95%* ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาสุดท้ายที่จะเข้าลงทุน ซึ่งถือว่าเป็นผลตอบแทนที่น่าสนใจอย่างมาก สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเงินปันผลที่สม่ำเสมอในระยะยาว
การเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งนี้ มีที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการจัดจำหน่าย คือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และมีผู้จัดการกองทรัสต์ คือ บริษัท กรุงเทพ รีทแมเนจเมนท์ จำกัด และมี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เป็นทรัสตี ส่วนความคืบหน้าของการระดมทุน จะมีการเปิดขายหน่วยลงทุนในช่วงไหน WEALTHY THAI จะรายงานข้อมูลให้อีกครั้งอย่างใกล้ชิด
หมายเหตุ: *อ้างอิงประมาณการอัตราเงินจ่ายประโยชน์ตอบแทนของกองทรัสต์สำหรับช่วงเวลาประมาณการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2565 ถึง 31 กรกฎาคม 2566 สำหรับช่วงมูลค่าทรัพย์สินที่กองทรัสต์จะเข้าลงทุน ซึ่งแสดงไว้ในร่างหนังสือชี้ชวน

