หุ้นไทยฝ่าแนวต้าน 1,630 จุดเงินเฟ้อโลกผ่านจุดสูงสุด เช็ค 7 หุ้นฮอตน่าเข้าซื้อรับน้ำมันดิบร่วง
บล.กรุงศรี ประเมิน ดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นทดสอบ 1,630 จุดก่อนสลับอ่อนตัว โดยภาวะตลาดได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้นและคาดการณ์เงินเฟ้อสหรัฐผ่านจุดสูงสุดไปแล้วส่งผลให้ FED ชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ยซึ่งเป็นบวกต่อเงินทุนต่างชาติ นอกจากนี้แรงซื้อหุ้นที่มีข่าวเฉพาะตัวยังคงช่วยหนุนดัชนี อย่างไรก็ตามควรระวังแรงขายตามสัญญาณเทคนิคที่เข้าใกล้เขต Overbought ซึ่งจะกดให้ดัชนีสลับอ่อนตัวลง
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
KBANK BBL SCB KTB TTB อานิสงส์ดอกเบี้ยขาขึ้น
GPSC BGRIM GULF RATCH SCGP SCC EPG อานิสงส์ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลง
KCE HANA DELTA อานิสงส์หุ้นกลุ่ม Tech ฟื้นตัวขึ้น
หุ้นแนะนำวันนี้
KBANK มีประเด็น MSCI ประกาศนำ KBANK เข้าคำนวณในดัชนี MSCI Global Standard ตามคาดหนุนเม็ดเงินเข้าลงทุนในหุ้น KBANK เพิ่มขึ้น ขณะที่วันนี้ติดตามสภาพัฒน์ประกาศ GDP ไตรมาสที่ 2 หากยังขยายตัวดีจะเป็นความเชื่อมั่นเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร
SNNP ผลประกอบการทยอยฟื้นตัว ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบไม่มากสะท้อนจากงบไตรมาสที่ 2 ที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%จากไตรมาสก่อน และ 51%จากปีก่อน แนวโน้มครึ่งปีหลังดีต่อเนื่องจาก GPM ที่เพิ่มขึ้นหลังราคาข้าวสาลีซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวลง
ประเด็นสำคัญวันนี้
ตลาดหุ้นต่างประเทศเปิดทำการปกติและภาพรวมค่อนข้างสดใส: โดยเฉพาะดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 424 จุด (+1.27%) ปิดที่ระดับ 33,761 จุด จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค. ที่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.1 สูงขึ้นจาก 51.5 ในเดือน ก.ค. และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 52.5 และยังได้แรงหนุนจากสัญญาณเงินเฟ้อ (CPI, PPI) ที่ชะตัวลง
จับตาวันนี้ไทยประกาศ GDP ไตรมาสที่ 2 คาดขยายตัว 3.1%: สภาพัฒน์ฯ มีกำหนดประกาศตัวเลข GDP 2Q22 ของไทยในวันนี้เบื้องต้น BB Consensus คาด GDP จะขยายตัว 2.4% เพิ่มขึ้นจาก 3.1% ใน 2Q22 นับเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 เป็น Sentiment บวกกับตลาดและกลุ่มธนาคารจากแนวโน้มสินเชื่อที่ขยายตัวต่อเนื่อง
ติดตาม FED Minutes จับสัญญาณเฟดขึ้นดอกเบี้ย: เฟดจะเปิดเผยรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมา(26-27 ก.ค.) ในสัปดาห์นี้ (18 ส.ค.) เราไม่ได้วิตกกังวลกับปัจจัยนี้มากนักเพราะคาดว่ารายงานดังกล่าวจะใกล้เคียงกับถ้อยแถลงของประธานเฟดซึ่งระบุว่า เฟดจะยังเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย เพราะปัจจัยกดดันต่างๆ เริ่มลดลงแล้ว โดยเฉพาะราคาน้ำมัน
