BAREIT เคาะราคาขายหน่วยละ 10 บาท เปิดให้จองซื้อ 22-26 ส.ค. นี้ ขั้นต่ำเพียง 1 หมื่นบาท ชูอัตราผลตอบแทนปีแรกกว่า 8.09-8.95%
BAREIT เคาะราคาเสนอขายหน่วยละ 10 บาท เตรียมเปิดให้จองซื้อวันที่ 22-26 ส.ค. 2565 ผ่านธนาคารกสิกรไทย และผู้ร่วมจัดจำหน่ายอีก 6 ราย จองซื้อขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท คาดนำหน่วยทรัสต์เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ กลางเดือนก.ย. นี้ ชูประมาณการอัตราผลตอบแทนปีแรกสูงถึง 8.09-8.95%
นายสาวิตร ศรีศรันยพงศ์ ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่าย ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินการบินกรุงเทพ หรือ BAREIT กล่าวว่า BAREIT นับเป็นกองทรัสต์กองแรกที่ลงทุนในสิทธิการเช่าสนามบินในประเทศไทย จากการสำรวจความต้องการจองซื้อของกองทรัสต์ BAREIT ในช่วงที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนทุกกลุ่ม ด้วยจุดเด่นในเรื่องของสินทรัพย์ที่แตกต่างจากกองทรัสต์อื่น ๆ ในประเทศไทย ประกอบกับมีรายได้ที่มั่นคงจากการให้เช่าช่วงสนามบินสมุยแก่บริษัทย่อยของ บมจ. การบินกรุงเทพ ซึ่งเป็นผู้บริหารสนามบิน ทำให้มั่นใจได้ว่ากองทรัสต์จะมีรายได้ที่สม่ำเสมอจากการบริหารงานของสนามบิน
โดยคาดว่าการเสนอขายหน่วยทรัสต์ในครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากการจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ โดยจะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อหน่วยทรัสต์ในวันที่ 22-26 สิงหาคม 2565 ที่ราคาหน่วยละ 10 บาท จองซื้อขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท นักลงทุนที่สนใจสามารถจองซื้อผ่านธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และคาดว่าจะนำหน่วยทรัสต์เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกลางเดือนกันยายนนี้
“การลงทุนในกองทรัสต์ช่วงนี้เป็นการลงทุนที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นและให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ แม้ช่วงที่ผ่านมากองอสังหาริมทรัพย์จะได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ทำให้ผลประกอบการลดลง แต่การเปิดประเทศจะทำให้ภาพรวมของกลุ่มนี้ปรับตุวดีขึ้นเรื่องๆ ซึ่งธุรกิจสนามบินก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่เรามองว่าน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง” นายสาวิตร กล่าว
ด้านนางสาวลีฬภัทร ลีฬหวณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพ รีทแมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยว่า BAREIT มีนโยบายเข้าลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการดำเนินกิจการสนามบินสมุย ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยในช่วง 10 ปีย้อนหลัง (ปี 2553 -2562) สนามบินสมุยรองรับนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกรวมกว่า 2.6 ล้านคนต่อปี และมีเที่ยวบินรวมกว่า 30,000 เที่ยวบินต่อปี
โดย BAREIT จะเข้าลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการดำเนินกิจการสนามบินสมุย คือ ทางวิ่ง ลานจอด และสิ่งปลูกสร้างบางส่วนที่ใช้ในการดำเนินกิจการสนามบินสมุย เป็นระยะเวลาประมาณ 25 ปี รวมมูลค่าทั้งสิ้นไม่เกิน 14,300 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากการระดมทุนโดยการเสนอขายหน่วยทรัสต์จำนวนไม่เกิน 10,330 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะยาวไม่เกิน 5,060 ล้านบาท
ทั้งนี้ กองทรัสต์จะมีรายได้จากการให้เช่าช่วงทรัพย์สินแก่บริษัทกรุงเทพบริหารสนามบิน ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ. การบินกรุงเทพ เป็นผู้บริหารสนามบิน จึงมั่นใจได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าวจะมีการบริหารจัดการที่ดี และจัดหารายได้จากผู้เช่าที่มีศักยภาพ ซึ่งจะส่งผลให้กองทรัสต์มีรายได้ที่สม่ำเสมอตลอดระยะเวลา 25 ปี ภายใต้เงื่อนไขที่สามารถปรับขึ้นค่าเช่าประมาณปีละ 2% โดยประมาณการอัตราผลตอบแทนที่จ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยถึงปีละ 4 ครั้ง และสำหรับช่วงปีแรกคาดว่าจะจ่ายผลตอบแทนประมาณ 8.09-8.95% ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นกองทรัสต์ที่ให้อัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจกองหนึ่งในกลุ่มกองทรัสต์ในตลาด
ขณะที่ นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. การบินกรุงเทพ หรือ BA ให้มุมมองการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่อสนามบินสมุยว่า หลังการแพร่ระบาดของ Covid-19 คลี่คลาย มีการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะสมุยทยอยฟื้นตัว โดยช่วงครึ่งปีแรกทั้งจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เพิ่มขึ้นกลับมากว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิด Covid-19 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 คาดว่าจะกลับมาได้กว่า 80% ซึ่งจะส่งผลให้สนามบินสมุยมีความคึกคักและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่นักลงทุน
