“เวียดนาม” ปท.เติบโตสูง-ตลาดที่โลก ‘ไม่อาจละเลย’... ชี้ “หุ้นถูกจนน่าเก็บ” คาดผ่าน ‘จุดต่ำสุด’ ไปแล้ว !!!
Fun of Funds: หากพูดถึงกลุ่ม “ตลาดหุ้นอาเซียน” ในตอนนี้คงไม่มีใครที่จะไม่พูดถึง “ตลาดหุ้นเวียดนาม” ว่าที่เสือตัวใหม่ของเอเชีย แต่ความผันผวนของตลาดก็แรงไม่แพ้กันมีการปรับตัวค่อนข้างร้อนแรงทั้ง “ขาขึ้น” และ “ขาลง” ตามสไตล์ “ตลาดชายขอบ” (Frontier Market)
ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงปัจจุบัน ดัชนี VN30 ก็ดิ่งไปแล้วกว่า -16.51% ทำให้ภาพรวมของ “กองหุ้นเวียดนาม” ผลตอบแทนส่วนใหญ่ยังคิดติดลบ โดยทำผลงานได้ตั้งแต่ -20.32% ถึง +0.09%
ตลาดที่ “ใครๆ ก็เชียร์” ลงมาเข้าตาน่าเก็บ “ของดี-ราคาถูก” ถ้ารักจะกำไรหุ้นเวียดนามให้มองยาวๆ ประมาณนั้น
จนสร้างความสับสนและความกังวลให้แก่นักลงทุนที่ถืออยู่ก่อนไปจนถึงนักลงทุนรายใหม่ๆ ที่ต้องการจะเข้าไปแสวงหาโอกาสในการสร้างผลตอบแทนว่าควรทำเช่นไร?
ซึ่งด้วยคำถามที่เกิดขึ้นและยังไม่ได้คำตอบ ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสพานักลงทุนและผู้อ่านไปไขข้อสงสัยพร้อมๆ กัน ผ่านมุมมองและกลยุทธ์การลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญกัน

(ที่มา: tradingview.com)
“เวียดนาม” ศก.แข็งแกร่งพื้นฐานดีไม่มีเปลี่ยน...“หุ้นถูก” แนะทยอยเข้าซื้อเน้น ‘ธุรกิจธนาคาร-ค้าปลีก-เทคโนโลยี”
เศรษฐกิจของเวียดนามพื้นฐานดีไม่มีเปลี่ยนแม้ในช่วงเกิดวิกฤติ COVID-19 ยังโตเป็นบวกได้และในปีนี้ทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) ก็คาดว่าเศรษฐกิจจะยังโตได้ 6% แม้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวก็ตาม นั่นจึงทำให้ “หุ้นเวียดนาม” ยังคงน่าสนใจในสายตานักลงทุนทั่วโลกเช่นกัน
โดย “ชาตรี มีชัยเจริญยิ่ง” หัวหน้าฝ่ายตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด กล่าวถึงตลาดหุ้นเวียดนามและกลยุทธ์การลงทุนว่า การลงทุนในเวียดนามมีความน่าสนใจ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานอย่างตัวเศรษฐกิจได้มีการฟื้นตัวของกำลังซื้อของผู้บริโภคหรือสามารถกลับมาเติบโตได้เกินระดับ Pre-COVID และทั้งปีจีดีพีจะเติบโตได้ 4%
ด้านตลาดหุ้นของเวียดนามอาจจะเป็นตลาดที่มีความหวือหวาหรือปรับตัวขึ้นแรงและก็ลงค่อนข้างแรง เนื่องจากสัดส่วนนักลงทุนส่วนใหญ่เป็นรายย่อยถึง 92% จึงทำให้ตลาดมีความผันผวนค่อนข้างเยอะและในช่วงต้นปีตลาดเกิด Panic sell จนทำให้วอลุ่มลดลงเหลือ 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อวัน

(ชาตรี มีชัยเจริญยิ่ง)
“แต่อย่างไรก็ดีมองว่าตลาดหุ้นเวียดนาม ‘ผ่านจุดต่ำสุด’ ไปแล้ว จากการปรับฐานของมูลค่าหุ้นที่ลงมาอยู่ในราคาที่ถูกมาก (~2SD) เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในระยะยาว จึงแนะนำให้ลงทุนสามารถทยอยเข้าซื้อตลาดหุ้นเวียดนามได้ โดยอาจจะใช้กลยุทธ์ Barbell บาลานซ์ระหว่างหุ้น Growth และ Defensive เน้นกลุ่มธุรกิจธนาคาร ค้าปลีก และเทคโนโลยี”
“ธุรกิจอสังหาฯ” Leverage น้อย...ห่างไกลฟองสบู่
ด้านตลาดของ “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” ยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องจากระดับการ Leverage ของทั้งผู้ซื้อและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศอื่น ซึ่งคนเวียดนามยังคงมีความอนุรักษ์นิยมที่จะซื้อที่อยู่อาศัยด้วยเงินสดและต้องวางเงินดาวน์สูง
ขณะเดียวกันบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ได้ก่อหนี้มากเกินไป โดยมี D/E หรืออัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเฉลี่ยเพียง 0.4 เท่า ในส่วนของราคาหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวลดลง เกิดจากการที่ตลาดรอความชัดเจนของภาครัฐในการออกมาตรการกำกับดูแลการออกหุ้นกู้เอกชน (Decree 153) ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้
พร้อมแนะนำกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามอย่าง “กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้” (PRINCIPAL VNEQ) ซึ่งเป็นกองทุนแฟลกชิฟที่เข้าลงทุนโดยตรงในหุ้นเวียดนามและเน้นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต และมีความโดดเด่นเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มกองทุนหุ้นเวียดนามในประเทศไทย
ใครที่ “รับความเสี่ยงได้” และมองหาโอกาสติดพลังงานให้เงินลงทุนเติบโตในระยะยาว “หุ้นเวียดนาม” เป็นตลาดที่ไม่ควรมองข้าม “มังกรน้อยแห่งเอเชีย” หรือ “เสือตัวใหม่ของเอเชีย” ประเทศที่มีการเติบโตสูงนี้แต่ประการใด
