ส่องอนาคต 3 หุ้นกลุ่มสื่อสาร ADVANC - JAS - JASIF จะเป็นอย่างไรเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง

Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปสำรวจแนวโน้มความน่าสนใจของธุรกิจของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ภายหลังจากการประชุมผู้ถือหุ้นของ JAS หรือ บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้อนุมัติโหวตผ่านในการขาย 3BB ให้กับทาง ADVANC รวมถึงอนาคตของ JAS ภายหลังจากการไม่มีธุรกิจบอรดแบนด์ อีกทั้งการดำเนินธุรกิจของ JASIF ภายใต้ร่มเงากลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่อย่าง ADVANC


เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 65 ที่ประชุมผู้ถือหุ้น JAS อนุมัติขายหุ้นบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTTBB จำนวน 7,529,242,385 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 99.87% และอนุมัติขายหน่วยลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF จำนวน 1,520,000,000 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 19% ให้กับทาง ADVANC ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวม 32,420 ล้านบาท


สำหรับแนวโน้มธุรกิจ และมุมมองของ ADVANC-JAS และ JASIF จะเป็นอย่างไร Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบโดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ล่าสุดได้ใส่ประเด็นการเข้าซื้อกิจการ TTTBB และ JASIF เข้าไปในประมาณการแล้ว


ทั้งนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิหลักในปี 66-67 เพิ่มขึ้น 3% โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากการจ่ายค่าเช่ารายปีที่ลดลง 31% ตามที่ ADVANC เสนอ (ค่าเช่าของ TTTBB ให้กับ JASIF ลดลงจาก 1.06 หมื่นล้านบาทเป็น 7.3 พันล้านบาทในปี 66) ในกรณีนี้ผลกระทบเชิงบวก 980 ล้านบาทต่อกำไรสุทธิหลักของ ADVANC ซึ่งปี 66 หนุนโดยกำไรสุทธิหลักของ TTTBB ที่ 1.9 พันล้านบาท หลังการแก้ไขสัญญาเช่า และ 908 ล้านบาทดอกเบี้ยจ่ายหลักหักภาษี


ดังนั้นทางบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 250 บาท จากเดิมอยู่ที่ 244 บาท หลังจากใส่ปัจจัยการเข้าซื้อกิจการ TTTBB และ JASIF เข้าไปในประมาณการ ว่าการเข้าซื้อกิจการ TTTBB และ JASIF ของ ADVANC จะมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value: NPV)  6.0 บาท/หุ้น


ประกอบด้วย NPV ที่เป็นบวก 6.7 บาท/หุ้น จากการซื้อ TTTBB (มูลค่ายุติธรรม 3.95 หมื่นล้านบาท เทียบกับราคาซื้อ 1.95 หมื่นล้านบาท) และ NPV ติดลบ 0.7 บาท/หุ้น จากการซื้อ JASIF (มูลค่ายุติธรรม 1.08 หมื่นล้านบาท เทียบกับราคาซื้อ 1.29 หมื่นล้านบาท


ขณะที่อนาคตของ JAS นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ในการประชุมผู้ถือหุ้น ผู้บริหารนำเสนอว่าธุรกิจที่มีอยู่ นอกเหนือจากอินเตอร์เน็ตบ้านและโทรคมนาคมสำหรับกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ยังประกอบด้วย 1) ธุรกิจเนื้อหา 2) บริการlease line สำหรับองค์กร์ และ 3) ธุรกิจให้เช่าสำนักงาน 


JAS ยังคงถือหุ้น 50.9% ใน JTS ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจการขุด BTC, ICO, DeFi และ Fintech ผู้บริหารกล่าวว่าธุรกิจในอนาคตของ JAS ได้แก่ โซลาร์ฟาร์ม ที่จัดเก็บพลังงานแบบกริดลิเธียม สมาร์ทกริด การซื้อขายพลังงานแบบ P2P และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ ผู้บริหารของ JTS บอกว่ากำลังการผลิตไฟฟ้า 1 MW ของโซลาร์ฟาร์มจะต้องใช้เงินลงทุน 100 ล้านบาท และครอบคลุมพื้นที่ 5.5 ไร่


ทั้งนี้อิงจากแนวทางของผู้บริหารของ JTS กลุ่มบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้สำหรับการลงทุนโซลาร์ฟาร์มเฟสแรก ซึ่งจะสร้างกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ 4MW เพื่อรองรับความต้องการพลังงานขุด BTC ของ JTS ที่ 13MW ภายใต้การลงทุน 400-600 ล้านบาท


มุมมองของเรา มติของที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นสอดคล้องกับความคาดหวัง ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ถือหุ้นของ JAS ขั้นตอนต่อไปจะเป็นรายงาน IFA ของ JASIF ซึ่งจะต้องออกก่อนวันที่ 4 ต.ค. และมติที่ประชุมวิสามัญของ JASIF ในวันที่ 18 ต.ค. เราคงมุมมองเดิมที่ว่าผู้ถือหุ้นของ JASIF น่าจะลงคะแนนเสียงในวาระ 2.1 (การโอนกรรมสิทธิ์) และ 2.3 (เรื่องอื่นๆ)


เราคาดว่ามีโอกาสมากขึ้นที่ผู้ถือหุ้นของ JASIF จะลงคะแนนเสียงในวาระที่ 2.2 (การยุติการประกันรายได้ เนื่องจาก ADVANC เสนอการลด DPU สำหรับปี 2566-2568 ให้ลดลงจาก31 -41% เป็น 10-14% เรายังคงเชื่อว่าข้อตกลงนี้น่าจะยังให้ NPV ที่เป็นบวกสำหรับADVANC แม่ไม่มีส่วนลดค่าเช่าก็ตาม


ดังนั้นคงประมาณการกำไรปกติปี 2565-2567 และคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ JAS ด้วยราคาเป้าหมายอิงวิธีรวมส่วนธุรกิจ (SOTP) สิ้นปี 66 ที่สูงขึ้นเป็น 3 บาท แม้เรามีมุมมองเชิงลบต่อสถานการณ์การแข่งขันของบริษัทฯ ในธุรกิจอินเตอร์เน็ตบ้านและแนวโน้มไม่แน่นอนของธุรกิจการขุด BTC


แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าความสำเร็จของข้อตกลงจะส่งผลให้มีการปรับเพิ่มตัวคูณมูลค่าหุ้น เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 2566 ขึ้น 6.5% จาก 2.82 บาทเป็น 3 บาทเนื่องจากเราปรับราคาเป้าหมาย JASIF สิ้นปี 2566 ขึ้นจาก 7.2 บาทเป็น 8.4 บาท คาดการณ์ของเรายังไม่ได้รวมข้อตกลงที่เกิดขึ้น


ปิดท้ายที่ JASIF บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) ชี้ว่าราคา JASIF น่าดึงดูด หาก ADVANC เข้ามาถือหุ้นสำเร็จ คาดราคา JASIF ควรยืนได้ที่ 9.50 – 10 บาท คิดเป็น Yield ราว 8% โดยคิดจากเงื่อนไขแรกคาดเงินปันผล JASIF จะอยู่ราวๆ 0.55 บาทต่อหน่วยในปี 2566-2568


ขณะเดียวกันเงินปันผลสามารถเพิ่มขึ้นได้จากสองส่วน คือ 1) การได้รับค่าเช่าล่วงหน้าเพิ่มราว 1 พันล้านบาทในช่วง 3ปีแรก โดยคาดว่าจะส่งผลดีต่อเงินปันผล 0.125 บาทต่อหน่วย และ 2) เงื่อนไขการคืนเงินกู้ที่ดีขึ้น ทำให้มีเงินสดเหลือมาจ่ายผู้ถือหน่วยเพิ่มเติมอย่างน้อยในช่วง 3ปีแรก คาดว่าราว ๆ 0.125 บาทต่อหน่วย เมื่อรวมเข้าด้วยกันคิดเป็น Yield ราว 10.2%


Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
SAPPE บวก 3.68% รับกำไรจ่อกลับมาโต Q3/69 โบรกฯ แนะ “ซื้อ” ชูเป้า 44 บาท ชี้ผ่านจุดต่ำสุด-เข้าสู่รอบขากลับมาโต
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
SYNNEX ส่งซิก H2/69 สดใส ผนึก AWS ยกระดับสู่ AI Hub ดันรายได้ปี 69 แตะ 5.3 หมื่นล้านบาท เตือนต้นทุนฮาร์ดแวร์พุ่งยาวถึงปี 2570
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fund Move
PROSPECT REIT ปักหมุดเปิดจองซื้อ 9-17 ก.ย.นี้ สำหรับนักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โชว์ศักยภาพทรัพย์สินใหม่
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดพิกัด 4 หุ้นเด่น “หยวนต้า” แนะสะสมดักปัจจัยบวก มอง SET แกว่ง Sideway Down เริ่มจำกัด ชี้จังหวะย่อตัวเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
BANPU กางแผน 5 ปี อัป EBITDA โต 1.5 เท่า ทุ่ม 3 พันล้านเหรียญฯ ลุยธุรกิจพลังงาน ลุ้นผลงานปี 69 ฟื้นรับดีมานด์ถ่านหินพุ่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us