Official Update :

GPSC ทุ่ม 3.9 พันล้านลุยโรงไฟฟ้าโกลว์ SPP2 คาดเดินเครื่องได้ไตรมาส 2 ปี 67 บล.หยวนต้า มอง หุ้นลงแรงเป็นจังหวะเข้าสะสม

GPSC ประกาศ  พร้อมเดินหน้าโรงไฟฟ้าโกลว์ SPP2 หลัง BOI อนุมัติการส่งเสริมการลงทุน  โชว์กำลังการผลิตไฟฟ้า 114  เมกะวัตต์ และผลิตไอน้ำ 230 ตันต่อชั่วโมง คาดเดินเครื่องไตรมาส  2. ปี2567 ด้านบล.หยวนต้า (ประเทศไทย)​ มองราคาหุ้นร่วงจากต้นปี 33% คาดเริ่มเห็นการฟื้นตัวในไตรมาส 4 มองเป็นจังหวะเข้าสะสม


นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม  ปตท. เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าและไอน้ำระบบโคเจเนอเรชั่น  (Cogeneration) ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง  ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้า 114  เมกะวัตต์ และผลิตไอน้ำ 230 ตันต่อชั่วโมง ของ บริษัท โกลว์ เอสพีพี 2 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มที่ GPSC ถือหุ้น 100% มูลค่าการลงทุนรวม 3,986 ล้านบาท


โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ปี 2567 นับเป็นหน่วยผลิตที่จะตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และการขยายการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)


“แผนการลงทุนในโครงการ โกลว์ เอสพีพี 2 ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำป้อนผู้ประกอบการอุตสาหกรรม  โดยเป็นโรงไฟฟ้าใหม่ที่เข้ามาทดแทนโรงไฟฟ้าเก่า (SPP Replacement Project) ในพื้นที่เดิม ซึ่งจะครบอายุสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (Small Power Producer: SPP) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในเดือนมีนาคมและเมษายน 2567 ตามลำดับ โดยใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้เชื้อเพลิงสำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้า” นายวรวัฒน์กล่าว


สำหรับโรงไฟฟ้าใหม่แห่งนี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เป็นโครงการตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Rev.1) ในการจัดหาพลังงานไฟฟ้าของประเทศให้เพียงพอกับความต้องการ เพื่อมุ่งสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ


ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้ายังถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทฯ ซึ่งการพัฒนาโรงไฟฟ้าบนพื้นที่เดิม นับเป็นการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านคุณภาพของกระแสไฟฟ้า ไอน้ำ ที่จัดส่งให้ลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ และเป็นไปตามสัญญาการส่งมอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการด้านพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดของกลุ่ม GPSC


บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่า ราคาหุ้นปรับตัวลง - 33% จากต้นปีถึงปัจจุบัน เนื่องจากโรงไฟฟ้า SPP ได้รับผลกระทบอย่างมากในครึ่งปีแรกจากผลกระทบของราคา Natural Gas ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การปรับขึ้น ค่าไฟยังทำไม่ได้ เนื่องจากต้องเป็นไปตามสัญญาขายไฟ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มดีขึ้น จากการปรับขึ้น ค่า Ft ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของอัตรากำไรตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 เป็นต้นไป


ขณะที่ราคา Natural Gas ในยุโรป ปรับตัวลงแล้ว -65% จากจุดสูงสุดในช่วงปลายเดือน ส.ค. ที่ 339 ยูโร เหลือ 114 ยูโร สะท้อนถึงแนวโน้มต้นทุนที่ดีขึ้น ในปี 2566 ดังนั้น แม้ผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ไม่เด่น แต่เราแนะนาให้เริ่มทยอยสะสมเพื่อรอรอบใหม่ของราคาหน้า

Most Viewed
News Highlight
กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมฯ ชี้ “E20 คือทางรอดระยะยาว” ร่วมเดินหน้าต่อยอดมาตรการภาครัฐ พร้อมผนึกกำลังรัฐ-เอกชน-ประชาชน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ชื่นใจนักลงทุน! SET วันนี้ปิดพุ่ง 35 จุด รับข่าว พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนลบ. ผ่านฉลุย ฟาก DELTA นำทีมชิ้นส่วนพุ่งรับจิตวิทยาบวก
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Insurance
พรูเด็นเชียล ประเทศไทย คว้ารางวัล CEO of the Year พร้อมอีก 2 รางวัลเกียรติยศจากเวที Insurance Asia Awards 2026
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (1)… “Algorithmic Trading” (Robot Trade) !!!
เมื่อ อีก 1 วัน
Stock of the Day
ส่อง 2 บิ๊กเทค “Nvidia-Microsoft” ราคาต่ำกว่าพื้นฐาน น่าสะสมระยะยาว
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us