SGC หุ้นไอพีโอธุรกิจสินเชื่อชั้นนำ ดันลูกหนี้พอร์ตสินเชื่อสู่ 50,000 ล้านบาทในปี 69
คอลัมน์ NEXT IPO วันนี้จะพานักลงทุนมาทำความรู้จักกับบริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC ผู้ให้บริการธุรกิจสินเชื่อชั้นนำ และในฐานะบริษัทย่อยของบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นก่อน IPO 100% และภายหลัง IPO จะมีสัดส่วนการถือหุ้น 74.92%
สำหรับ SGC คือผู้ให้บริการธุรกิจสินเชื่อชั้นนำในกลุ่ม SINGER ประกอบด้วย 1.สินเชื่อเช่าซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้ในครัวเรือน (Home Appliances) เครื่องใช้ไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ (Commercial Appliances) และ เครื่องจักร (Captive Finance)
2.สินเชื่อประเภทให้เช่าซื้อรถยนต์แบบโอนกรรมสิทธิ์เล่มทะเบียน และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน (รถบรรทุก รถยนต์นั่ง ส่วนบุคคล รถยนต์เพื่อการพาณิชย์) ภายใต้แบรนด์ “รถทำเงิน” 3. สินเชื่อสวัสดิการพนักงาน (Debt Consolidation) และ4.สินเชื่อผ่อนทอง (Click2Gold)
ขณะที่โครงสร้างรายได้รวมสิ้นงวด 9 เดือนปี 2565 มีสัดส่วนรายได้หลักมาจากรายได้ดอกเบี้ย ประกอบด้วย รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อรถทำเงิน 46% และรายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องจักร สัดส่วน 51% -ส่วนที่เหลือเป็นรายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อสวัสดิการพนักงาน และดอกเบี้ยสินเชื่อผ่อนทองและสินเชื่ออื่นๆ
SGC ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 3.90 บาทต่อหุ้น มูลค่าการเสนอขายรวม 3,198 ล้านบาท กำหนดเปิดจองซื้อให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ SINGER ที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรตามสัดส่วนการถือหุ้น (Pre-Emptive Rights) ในอัตราส่วน 1.4326 หุ้นสามัญของบริษัทต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SGC ระหว่างวันที่ 21 - 25 พ.ย.65
ส่วนประชาชนทั่วไป และบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ สามารถจองซื้อหุ้น IPO ได้ในวันที่ 29 – 30 พ.ย. และวันที่ 1 – 2 ธ.ค.65 โดย SGC จะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 820 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.08% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนในครั้งนี้ คาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 13 ธันวาคมนี้
อย่างไรก็ตามการกำหนดราคา IPO ดังกล่าว คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) เท่ากับ 16.4 เท่า ซึ่งคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลการดำเนินงานในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565) ทั้งนี้ พิจารณานำ P/E เฉลี่ยของบริษัทเทียบเคียงในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง มาเป็นข้อมูลประกอบการเปรียบเทียบ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยของ P/E เท่ากับ 24.9 เท่า
SGC จะนำเงินจากการระดมทุนไปใช้ขยายธุรกิจการให้บริการสินเชื่อเพื่อรองรับลูกค้ารายใหม่ และนำเงินทุนบางส่วนไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัท จำนวนเงินประมาณ 1,500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์และเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจ และข้อจำกัดด้านต้นทุนทางการเงินที่คาดว่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้ง ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วนจากผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ (SINGER) จำนวนเงินประมาณ 1,600 ล้านบาท คาดว่าจะชำระคืนภายในไตรมาส 3/2566
SGC วางเป้าหมายการเติบโตของมูลค่าลูกหนี้พอร์ตสินเชื่อทะยานสู่ 50,000 ล้านบาท ภายในปี 2569 จาก ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 มีมูลค่าลูกหนี้ 15,102 ล้านบาท โดยบริษัทให้บริการผ่านพนักงานขาย ซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้นจำนวน 308 คน และผ่านเครือข่ายสาขาและสาขาแฟรนไชส์ของบริษัทในเครือที่มีอยู่กว่า 4,154 สาขา ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 โดยกระจายอยู่ทุกพื้นที่ครอบคลุมทุกภูมิภาคในประเทศไทย
ในด้านผลการดำเนินงานรายได้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2562 อยู่ที่ 891.52 ล้านบาท ส่วนปี 2563 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,362.96 ล้านบาท และปี 2564 เพิ่มขึ้นมาที่ 1,781.82 ล้านบาท ล่าสุด งวด 9 เดือนแรกของปี 2565 SGC รายได้รวมอยู่ที่ 1,665 ล้านบาท เติบโต 27% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
ส่วนกำไรสุทธิมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยปี 2562 อยู่ที่ 119.36 ล้านบาท ขณะที่ปี 2563 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 416.58 ล้านบาท และปี 2564 เพิ่มขึ้นมาที่ 593.84 ล้านบาท แต่ล่าสุดงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 467 ล้านบาท ลดลง 1.89% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

