Official Update :

ส่องแนวโน้มกำไร 4 หุ้นอสังหาฯ รายใหญ่ ผลประกอบการปี 65 ยังเติบโตยกแผง

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนมาตรการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) สิ้นสุด ผู้ประกอบการบางส่วนประเมินว่าอาจเห็นผู้บริโภคเร่งซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อให้ได้รับผลของมาตรการผ่อนคลาย LTV และล็อกอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่ปรับขึ้น ซึ่งอาจจะช่วยสนับสนุนผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4/65 ให้เติบโต วันนี้ Wealthy Thai จึงมีแนวโน้มกำไรสุทธิของ 4 หุ้นอสังหาฯ รายใหญ่ ได้แก่ SPALI, LH, AP และ ORI มาฝาก มาดูกันว่าไตรมาส 4/65 และภาพรวมปี 2565 บริษัทจะทำผลงานเป็นอย่างไร


มาเริ่มที่หุ้นตัวแรก SPALI หรือ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัทพัฒนาอสังหาที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดี โดยบล.บัวหลวง ระบุว่า ไตรมาส 4/65 กำไรหลักของ SPALI จะลดลงอย่างมากจากกำไรที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 4/64 และลดลงจากฐานที่สูงในไตรมาส 3/65 เนื่องจากรายได้โครงการที่อยู่อาศัยจะลดลงจากฐานที่สูง รวมถึงจะไม่มีการเริ่มโอนโครงการคอนโด ประมาณการกำไรปี 2565 ของ SPALI ที่ 7,288 ล้านบาท เติบโต 3% จากปีก่อน โดยฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2566 ที่ 25 บาท ดังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง


ถัดมา LH หรือ บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 4/65 คาดโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า และเป็นไตรมาสที่สูงสุดของปีนี้ด้วย เพราะแบ็กล็อกรอโอนมาก รวมถึงแผนการขายสินทรัพย์ที่ USA ถึงแม้จะชะลอไปจากไตรมาส 4/65 เพราะราคาขายต่ำกว่าที่บริษัทตั้งเป้าไว้ แต่ไม่มีผลต่อประมาณการปี 2565 ของฝ่ายวิจัยที่คาดว่า LH จะมีกำไรสุทธิที่ 8,280 ล้านบาท โต 19% จากปีก่อน ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยและตลาดยังไม่ได้รวมแผนธุรกิจปี 2566 เบื้องต้นน่าจะ aggressive กว่าปีนี้ โดยเฉพาะแผนเปิดโครงการใหม่ ทำให้แนวโน้ม presale, transfer และกำไรสุทธิคาดยังโตได้จากปีก่อน


คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 10.80 บาท โดยจุดเด่นของ LH ยังมาจาก residentialกลุ่มกลาง-บน ที่กาลังซื้อยังแข็งแกร่งกว่ากลุ่มฯ รวมถึง dividend yield ที่คาดสูง 6.3%-6.8% ใน 2565-2566 อีกทั้งปีหน้าอาจมี extra gain จากขายสินทรัพย์ที่ไทยและ USA. อีกด้วย


AP หรือ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) บล.บัวหลวง ระบุว่า คาดกำไรไตรมาส 4/65 จะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หดจัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยยอดขายที่อยู่อาศัยจะทรงตัวจากไตรมาส 4/64 แต่ลดลงอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายโครงการที่อยู่อาศัยจะอยู่ที่ 32-32.5% เทียบกับ 32.1% ในไตรมาส 4/64 ส่วนแบ่งรายได้จะปรับตัวขึ้นจาก 277 ล้านบาทในไตรมาส 4/64 และ 324 ล้านบาท ในไตรมาส 3/65 ยูนิตส่วนใหญ่จากโครงการคอนโดร่วมทุน 2 โครงการ จะเริ่มโอนใน
ไตรมาส 4/65 ซึ่งได้แก่ โครงการคอนโด LIFE สาทร เซียร์รา มูลค่าโครงการ 6.3 พันล้านบาท จองแล้ว 60% โอนแล้ว 23% และ โครงการคอนโด RHYTHM เอกมัย เอสเตท มูลค่าโครงการ 3.4 พันล้านบาท จองแล้ว 31% โอนแล้ว 3%


โดยประมาณการกำไรหลักปี 2565 ของ AP ที่ 5,671 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อน ซึ่งฝ่ายวิจัยคาดว่าจะหนุนส่วนต่อแบ่งรายได้ ดังนั้นคาดไตรมาส 4/65 จะเป็นไตรมาสที่ AP จะรายงานกำไรอ่อนแอที่สุดของปี 2565 ฝ่ายวิจัยชอบ AP เนื่องจากมีศักยภาพที่จะเติบโตมากกว่าประมาณการของบล.บัวหลวงและตลาดคาดในปี 2656 และมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ ซึ่งซื้อขายที่ระดับไม่แพง ที่ PER ปี 2565 ที่ 5.5 เท่า ดังนั้นคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 13 บาท


สุดท้าย ORI หรือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ที่ทยอยนำบริษัทในเครือเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างต่อเนื่อง โดยบล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 4/65 ของ ORI จะเติบโตทั้งจากไตรมาส 4/64 และไตรมาส 3/65 เพราะมีแบ็กล็อกคอนโดรอโอน 5 โครงการ ใหม่มูลค่ารวม 11.5 พันล้านบาท รวมถึงกลุ่ม low-rise คาดโอน new high ต่อ ทำให้กำไรสุทธิไตรมาส 4/65 มีโอกาสจะเป็นไตรมาสที่กำไรสูงสุดของปีนี้


พร้อมคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2565 ที่ 3,705 ล้านบาท เติบโต 16% จากปีก่อน ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์และมีโอกาส upside โดยจุดเด่นมาจากการแย่ง market share ที่ทำได้ต่อเนื่อง และมีแบ็กล็อกคอนโดรอโอนในปี 2565-2566 ที่มากกว่าบริษัทอื่น ในขณะที่ปีนี้น่าจะเริ่มเห็นผลบวกจากการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ เพื่อต่อยอด new S-Curve ในอนาคต โดยคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 13.50 บาท


ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้