Official Update :

วิเคราะห์! 3 หุ้นกลุ่มสื่อสาร โบรกฯมอง ADVANC เด่นสุดในกลุ่ม ส่วน TRUE -DTAC ถ้าดีลไม่จบ กำไรจะยังไม่เกิด

หุ้นกลุ่มสื่อสารหรือไอซีที ถือเป็นกลุ่มที่นักลงทุนให้ความสนใจกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยฉพาะในช่วงนี้ที่มีประเด็นการควบรวมหรือการเข้าซื้อกิจการของ 2 รายยักษ์ออกมาติดๆกัน อย่างบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ที่จะเข้าซื้อ 3BB


และอีกหนึ่งดีลก็คือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ที่กำลังหาข้อสรุปในการเข้าควบรวมกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC จึงเป็นกระตุ้นความสนใจให้แก่นักลงทุนที่ต้องการจะแสวงหาการสร้างผลตอบแทน


แต่หุ้นทั้ง 3 ตัวก็อาจทำให้นักลงทุนตั้งคำถามขึ้นมาว่าตัวไหนกันที่จะเป็นดาวเด่นหรือที่สนใจพอจะให้เข้าลงทุนได้ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จึงขอใช้โอกาสนี้ในการการหยิบยกมุมมองการลงทุนและคำแนะนำมาเสนอให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้


โดยบทวิเคราะห์ของบล.กรุงศรี ให้มุมมองว่า กำไรสุทธิรวมของกลุ่มสื่อสารในไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 4.3 พันล้านบท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 35% และลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 13% โดยกำไรที่ลดลงอย่างมากจากช่วงเดียวกันปีก่อนเป็นเพราะกำไรของผู้ประกอบการหลักทั้งสามรายลดลงอย่างมาก


ขณะที่กำไรของ ADVANC ลดลง 7% ในขณะที่ของ DTAC ลดลงถึง 40% ส่วน TRUE ก็ขาดทุนหนักขึ้นเป็น 2.4 พันล้านบาท จาก 821 ล้านบาทในไตรมาส 3/64 ส่วนกำไรที่ลดลงจากไตรมาสก่อนเป็นเพราะกำไรของ ADVANC และ DTAC ลดลงเป็นหลักในขณะที่ TRUE ยังคงรักษาระดับการขาดทุนเอาไว้เท่าเดิม


ทั้งนี้ ARPU ที่ลดลงอย่างมากคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการแย่ลงทั้งจากช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสหน้าเพราะผู้ประกอบการทุกรายใช้การแข่งขันด้านราคาเป็นกลยุทธ์หลักมาตั้งแต่ไตรมาส 4/64 เมื่อ DTAC และ TRUE ประกาศแผนควบรวม


อย่างไรก็ดีจะเริ่มเห็นสัญญาณบวกบ้างแล้วจากการถอนกลยุทธ์ทางด้านราคา โดย ADVANC ประกาศออกมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ว่าจะค่อย ๆ ถอนแพ็คเกจค่าบริการราคาถูกที่ใช้ได้ไม่อั้นออกจากตลาดและเนื่องจาก ADVANC เป็นผู้นำตลาด จึงเชื่อว่า DTAC และ TRUE น่าจะขยับตามด้วยเช่นกัน


นอกจากนี้ DTAC และ TRUE ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับดีลการควบรวมอยู่ ดังนั้น การประหยัดต้นทุนจากการควบรวมซึ่งจะช่วยหนุนกำไรจึงจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นวิธีที่จะดึงกำไรของทั้งสองบริษัทกลับขึ้นมาคือต้องยกเลิกแพ็คเกจราคาต่ำตาม ADVANC ไป จึงคาดว่าทั้ง ARPU และผลประกอบการน่าจะดีขึ้นทั้งคู่ตั้งแต่ไตรมาส 4/65 เป็นต้นไป


ทั้งนี้เราเลือก ADVANC เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มนี้ เนื่องจากเป็นหุ้น laggard play ที่ตามหลังหุ้นอื่นในกลุ่มอยู่โดยราคาหุ้นของตกลงมาอย่างหนักหลังจากที่ตลาดมองว่า ADVANC เจรจาขอลดต้นทุนค่าเช่ากับ JASIF ไม่สำเร็จซึ่งจะทำให้ดีลล่มแต่ประเด็นค้างคาเรื่องนี้จบไปแล้ว


ด้วยการที่ ADVANC ออกมาประกาศแผนควบรวมซึ่งมีคาดการณ์ว่า synergy กับ 3BB ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วจะเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นราคาหุ้น นอกจากนี้คาดว่าผลประกอบการของบริษัทจะค่อย ๆ ดีขึ้นในไตรมาส 4/65 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/65

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม