Official Update :

คัดมาให้แล้ว! หุ้นที่รับประโยชน์ !! หลังจีนผ่อนคลายนโยบาย Zero Covid

การดำเนินนโยบาย Covid-19 เป็นศูนย์ของจีน ที่ต่อเนื่องและกินเวลายาวนานหลายเดือน ประชาชนบางพื้นที่ถูกตัดขาดและต้องอยู่ในอาคาร กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนต้องหยุดชะงัก ทำให้เกิดความไม่พอใจและมีประชาชนออกมาประท้วงมากขึ้น ทั้งในกรุงปักกิ่ง เมืองซีอาน นานกิง อู่ฮั่น เฉิงตู และนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งการประท้วงครั้งนี้ถือเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในจีนแผ่นดินใหญ่ อย่างน้อยก็ในช่วง 10 ปีที่ ผ่านมา โดยผู้ประท้วงจะมีการชูกะดาษขาวแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ พร้อมตะโกน เรียกร้องให้ยกเลิกการล็อกดาวน์ทั้งในอุรุมชี ซินเจียง และทั้งประเทศจีน รวมถึงเรียกร้องให้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ลาออก


จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รัฐบาลจีนเริ่มเตรียมผ่อนคลายมาตรการ Covid-19 มากขึ้น ด้วยแผนการเร่งฉีดวัคซีน Covid-19 สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ และยกเลิกการกักบริเวณผู้ติดเชื้อภายในอาคารบางพื้นที่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวและกลุ่มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับจีน


โดยบล.ดา โอ (ประเทศไทย) ระบุว่า มองเป็นผลบวกต่อสถานการณ์ในจีนที่เริ่มเร่งฉีดวัคซีนมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงนโยบายที่จะรับมือกับ Covid-19 ได้ดีมากขึ้นในอนาคต ส่วนการประท้วงถือว่าเป็นการกดดันให้รัฐบาลจีนผ่อนคลายความเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะเป็น sentiment เชิงบวกต่อการท่องเที่ยวและกลุ่มอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับจีน เพราะจะทำให้คนจีนเดินทางออกท่องเที่ยวต่างประเทศได้


แต่อย่างไรก็ดี จากจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในระดับสูงทำให้ฝ่ายวิจัยคาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาอีกซักพักจนกว่าจะมีการเปิดประเทศ โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเข้าไทยได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 โดยนักท่องเที่ยวจีนเป็นประเทศที่มีสัดส่วน รายได้เข้าไทยสูงที่สุด ซึ่งปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยมากสุดราว 11 ล้านคน คิดเป็น 25% ของนักท่องเที่ยวโดยรวม


สำหรับหุ้นกลุ่มหลักที่จะได้ประโยชน์หากจีนมีการผ่อนคลายการเปิดประเทศมากขึ้น ได้แก่ กลุ่ม Aviation ซึ่งหุ้นที่จะได้ประโยชน์มากสุด ได้แก่ AAV แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 3.30 บาท, AOT แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 82 บาท และ BA โดยสถานการณ์ปกติสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวอยู่ที่ AAV 25%, AOT 15% และ BA 5%


กลุ่ม Tourism หุ้นที่จะได้ประโยชน์มากสุดได้แก่ ERW แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 5.20 บาท เพราะมีสัดส่วนรายได้ จากนักท่องเที่ยวจีนสูงสุดในกลุ่มที่ 12%, CENTEL  แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 55 บาท และ SPA ราคาเป้าหมาย consensus 11.53 บาท


กลุ่ม ICT distributor จะได้รับผลประโยชน์จากโอกาสที่จีนจะลดการล็อกดาวน์ ทำให้โรงงานกลับมาผลิตได้สู่ระดับปกติ และหนุนให้สินค้า IT กลับมาสู่ระดับปกติเร็วขึ้น บวกต่อหุ้นกลุ่ม IT seller อย่างไรก็ตามในระยะสั้นฝ่ายวิจัยคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่ม “ต่ำกว่าตลาด” และไม่มี Top-pick จากสถานการณ์สินค้าที่จะยังขาดตลาด โดยเฉพาะกลุ่มสมาร์ทโฟนในไตรมาส 4/65 จากการล็อกดาวน์ในจีน


กลุ่ม shipping & logistics จะได้ประโยชน์จากการที่จีนเปิดประเทศ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมา ทำให้การขนส่งสินค้าปรับตัวดีขึ้น สำหรับหุ้นที่ได้ประโยชน์ คือ WICE แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 12 บาท มีสัดส่วนรายได้ในจีนราว 20%


กลุ่ม Energy จะได้ประโยชน์จากอุปสงค์น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปที่ดีขึ้น ช่วยหนุนให้ราคาน้ำมันและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและราคาน้ำมันดิบ (crack spread) สูงขึ้น โดยฝ่ายวิจัยมองหุ้นได้ประโยชน์ คือ TOP แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 64 บาท, SPRC แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 13.30 บาท, และ PTTEP แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 190 บาท


กลุ่ม Petrochemical ได้ประโยชน์จากแนวโน้มอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ฟื้นตัว ช่วยหนุนราคาและส่วนต่างราคาให้ดีขึ้น โดยมองหุ้นได้ประโยชน์ คือ IVL แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 56 บาท และ PTTGC แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 44 บาท


กลุ่ม Ground Transport ได้แก่ BEM แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 10.80 บาท และ BTS แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 9.30 บาท มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนราว 1-3%


และกลุ่มอื่นๆ ได้แก่ BAFS แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 35 บาท มีสัดส่วนรายได้จากเที่ยวบินจีนราว 10%, EKH แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 10 บาท จากการเข้ารับศูนย์บริการ IVF โดยเดิมมีสัดส่วนรายได้ของจีนราว 10%, SPA มีสัดส่วนรายได้จากจีน 50-55% และ TKN มีสัดส่วนรายได้จากจีน 21% (รวมส่งออกไปจีน)


ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้