Official Update :

MEB เจ้าของ meb และ readAwrite กำลังจะเข้าตลาดหุ้น ภายในไตรมาส 1/66 ครองมาร์เก็ตแชร์เบอร์ 1 ในตลาดอีบุ๊ค

MEB เตรียมขายหุ้นไอพีโอ 75.5 ล้านหุ้น หลังกลต. นับหนึ่งไฟลิ่ง คาดเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในไตรมาส 1/66 พร้อมนำเงินขยายธุรกิจใหม่-พัฒนาแพลตฟอร์ม ต่อยอดการเติบโต ทั้งขยายธุรกิจที่อยู่ในแพลตฟอร์มปัจจุบัน ประกอบด้วย meb, readAwrite และ Hytexts กลางโอกาสมูลค่าตลาดอีบุ๊ค 2,000 ล้านบาท ชูจุดแข็งครองมาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 หรือประมาณ 60% ของตลาดอีบุ๊ค


นายรวิวร มะหะสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MEB เปิดเผยว่า บริษัทมีความพร้อมในการเดินหน้าระดมทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 75.5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (Par) 0.5 บาทต่อหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 25.17% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้


โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เริ่มนับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนของ MEB เป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ได้ภายในไตรมาส 1/66


สำหรับวัตถุประสงค์ในการระดมทุน บริษัทจะนำเงินที่ได้รับไปใช้สำหรับการขยายธุรกิจที่อยู่ในแพลตฟอร์มปัจจุบัน ประกอบด้วย meb, readAwrite และ Hytexts โดยการเพิ่มเนื้อหาวรรณกรรมออนไลน์ ทั้งจากการซื้อลิขสิทธิ์วรรณกรรมประเภทนิยาย และประเภทอื่นที่ไม่ใช่นิยาย และใช้สำหรับการขยายธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจปัจจุบัน รวมถึงใช้ในการปรับปรุงพัฒนาแพลตฟอร์มปัจจุบันให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ เพื่อมุ่งสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคงต่อไป


มูลค่าตลาดหนังสือไทยปีนี้อยู่ที่ราว 15,000 ล้านบาท ซึ่งอีบุ๊คมีสัดส่วนในตลาดรวมประมาณ 15-20% หรือคิดเป็นมูลค่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สวนทางกับตลาดหนังสือที่ปรับตัวลดลง โดยเรายังมีโอกาสเติบโตตามการขยายตัวของตลาดอีบุ๊คอีกมาก เนื่องจากจำนวนประชาชนกรไทยที่เข้าถึงอีบุ๊คยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 10% เมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศที่อยู่ในระดับ 2 หลัก โดยปัจจุบันตลาดอีบุ๊คมีผู้เล่นประมาณ 15 ราย ซึ่งบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 หรือราว 60% ขณะที่อันดับ 2 มีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 20%”


ในด้านของธุรกิจ บริษัทดำเนินธุรกิจจำหน่ายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (อีบุ๊ค) ผ่านเว็บไซต์ www.mebmarket.com และ www.readAwrite.com และแอปพลิเคชัน meb และ readAwrite บนระบบปฏิบัติการต่างๆ ซึ่งทั้ง 2 แพลตฟอร์มมีวรรณกรรมออนไลน์ที่จัดจำหน่ายที่แตกต่างกัน โดยปัจจุบัน meb และ readAwrite มีจำนวนผู้ใช้งานรวมกว่า 8 ล้านบัญชี


นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอื่นๆ ได้แก่ การจัดจำหน่ายอุปกรณ์อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Reader) และ ธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มระบบห้องสมุดดิจิทัลสำหรับองค์กร (Hibrary) โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน และโรงพยาบาล เป็นต้น ซึ่งดำเนินงานผ่านบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท ไฮเท็คซ์ อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด (Hytexts)


ส่วนผลประกอบการย้อนหลัง บริษัทมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องในปี 2562 – 2564 และงวด 9 เดือนของปี 2565 โดยมีรายได้รวมเท่ากับ 618.72 ล้านบาท 1,004.68 ล้านบาท 1,456.38 ล้านบาท และ 1,263.54 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 82.09 ล้านบาท 164.74 ล้านบาท  275.34 ล้านบาท และ 241.85 ล้านบาท ตามลำดับ


ขณะเดียวกันยังมีอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2562 – 2564 และงวด 9 เดือนของปี 2565 อยู่ที่ 26.56%, 27.28%, 28.34% และ 29.89% ตามลำดับ อีกทั้งบริษัทยังไม่มีหนี้สินทางการเงิน ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ในระดับต่ำมาก โดยอยู่ที่ 0.43 เท่า 0.54 เท่า 0.45 เท่า และ 0.91 เท่า ตามลำดับ


เราไม่ได้มองการเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai เป็นเพียงการเข้าระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจ แต่มองไปถึงการสร้างมาตรฐานและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า เพื่อให้บรัทสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน นายรวิวร กล่าวทิ้งท้าย

ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้