สรุป! จุดแข็งและความได้เปรียบทางการแข่งขัน กับโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนของ “EDL-Gen”
“ไฟฟ้า” ถือเป็นตัวแปรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงอุตสาหกรรมที่ทันสมัย และการกระจายรายได้ให้กับกลุ่มประชากรในประเทศ อีกทั้งเป็นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในด้านการผลิต และการขายสินค้า ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ
สำหรับอีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่าง สปป.ลาว ก็ให้ความสำคัญในด้านพลังงานไม่แพ้ชาติใดๆในโลก ด้วยการได้รับ สมญานามว่า “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย โดยจากรายงานประจำปี 2564 ของธนาคารแห่ง สปป.ลาว ระบุว่าไฟฟ้าถือเป็นการส่งออกสำคัญอันดับ 1 ของ ประเทศลาว โดยมีรายได้จากการส่งออกปี 2564 คิดเป็นสัดส่วน 28.2% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดกว่า 7.69 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ EDL-Gen เป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศลาว ซึ่งในปี 2565 EDL-Gen มีสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าโครงการที่ EDL-Gen เป็นเจ้าของและพัฒนาโครงการเอง 100% (HPP) และโครงการร่วมภาคเอกชน (IPP) ได้รวม 3,968 Gwh หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของการขายไฟฟ้าทั้งหมดภายในประเทศลาว
สำหรับ ณ สิ้นปี 2565 โครงการที่ EDL-Gen เป็นเจ้าของ และถือหุ้นมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 1,949 MW ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้ว 28 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,790 MW แบ่งเป็น โครงการHPP จำนวน 10โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 699 MW ขณะที่โครงการประเภท IPP มีจำนวน 18 โครงการกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งตามสัดส่วนถือหุ้น 1,091 MW
ขณะเดียวกัน EDL-Gen มีนโยบายเปิดกว้างให้ IPP ร่วมลงทุนพัฒนาโครงการเพื่อดึงเม็ดเงินการลงทุนจากต่างประเทศจากเดิมที่ EDL-Gen เป็นแค่ผู้รับโอน และลงทุนพัฒนาโครงการแทน EDL โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2573 ทาง EDL-Gen คาดการณ์ว่าจะมีโครงการไฟฟ้ารวม 42 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งรวม 2,452 MW
แบ่งเป็น โครงการที่ EDL-Gen ลงทุนและพัฒนา โครงการเอง รวม 17 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งอยู่ที่ 974 MW และโครงการร่วมทุนกับ IPP จำนวน 25 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนถือหุ้นรวม 1,478 MW โดยจะมีส่วนช่วยในการผลักดัน ผลการดำเนินงานของ EDL-Gen ให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว และสนับสนุนประเทศลาวให้เป็นผู้นำการผลิตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืนและมั่นคงในภูมิภาค
นอกจากนี้ในอนาคตประเทศลาวมีศักยภาพในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำรายใหญ่ในภูมิภาคนี้ ซึ่งประเมินว่าภายในปี 2573 ประเทศลาวจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวมมากกว่า 20,000 MW จากศักยภาพการผลิตทั้งหมดของทั้งประเทศที่คาดว่าจะมีความสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่า 30,000 MW ในระยะยาว
ทั้งนี้หากย้อนดูรายงานของทาง ธนาคารแห่ง สปป.ลาว ที่ระบุเอาไว้ว่า ประเทศลาวมีการส่งออกไฟฟ้ามากที่สุดเป็นเบอร์ 1 ของประเทศ ซึ่งเป็นผลจากความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้านที่สูงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลของสปป. ลาวมีการเร่งเจรจากับต่างประเทศเพื่อทำสัญญาขายไฟฟ้า เช่น ลงนาม MOU กับประเทศไทย กัมพูชา เวียดนาม เมียนมาร์ มาเลเซีย และ สิงค์โปร์
โดยทาง สปป.ลาวตั้งเป้าภายในปี 2573 จะพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแห่งใหม่อีกหลายโครงการ ทำให้มีกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้นจาก 11,000 MW ในปัจจุบัน รวมเป็นกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดมากกว่า 20,000 MW เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าภายในประเทศและการส่งออกให้แก่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ตามกรอบความร่วมมือ (MOU)
การที่ EDL-Gen เป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจจึงทำให้ EDL-Gen ยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ด้วยนโยบายที่เป็นประโยชน์กับบริษัทฯและฐานลูกค้าที่ใหญ่และมั่นคง อีกทั้งยังได้รับแรงสนับสนุน จากนโยบายภาครัฐที่ต้องการให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจของรัฐมากขึ้น ตอกย้ำจากการที่ Phongsupthavy Group ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนเข้ามาถือหุ้น 24% และกลุ่ม RATCH Group 10.1%
ขณะเดียวกันทำให้เกิดการดำเนินงานในบริษัทมีความโปร่งใสมากขึ้นจากการที่เอกชนเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อนักลงทุนรายย่อยที่จะให้ความเชื่อถือต่อบริษัทได้มากขึ้นเช่นกัน ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มช่องทางในการส่งออกไฟฟ้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจาก Phongsupthavy Group มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับทั้งทางรัฐบาลลาว และ การ ไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) ตัวอย่างความสำเร็จของ EDL-Gen ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นผลประกอบการที่เติบโตอย่างเห็นได้ชัด คือในช่วง 9 เดือนของปี 2565 ที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,345 ล้านบาท หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จะพบว่าเป็นการเติบโตกว่า 684.2% ขณะที่ส่วนของ EBITDA ในงวด 9 เดือนปี 2565 ทำได้กว่า 7,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 167.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงจาก Bloomberg เมื่อวันที่ 30 กันยา 2565 ที่ 438 กีบต่อบาท) ซึ่งมีสาเหตุมาจากส่วนแบ่งกำไรของโครงการโรงไฟฟ้าที่ร่วมทุนกับภาคเอกชน (IPP) เพิ่มขึ้น จากโครงการใหม่ที่เพิ่งเปิดดำเนินการผลิต อย่างโครงการ Nam Thuen 1 ที่มีผลประกอบการคิดเป็นสัดส่วนถึง 14% ของส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ IPP ทั้งหมด และกำไรจากรายได้อื่นๆที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญจากการที่บริษัทได้รับการลดหนี้จาก EDL นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถคงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นได้อยู่ในระดับที่ต่ำ
ขณะที่ แนวโน้มการเติบโตในปี 2566 ถูกหมายมั่นว่าจะเติบโตได้อย่างโดดเด่น ด้วยเหตุผล เช่น มีการคาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำจะยังดีต่อเนื่องเหมือนในช่วงปี 2565 เนื่องจากยังถือว่าเป็นปีน้ำหลาก จากปรากฏการณ์ La Nina ประกอบกับ EDL-Gen เริ่มทยอยรับรู้รายได้จากโดรงการ Nam Theun 1 เข้ามามากขึ้น รวมถึงโครงการ Selabam (ส่วนขยาย) และโครงการ Xeset 2 (ส่วนขยาย) ที่คาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการผลิตในปี 2566 เป็นต้นไป
จากจุดแข็งและความได้เปรียบทางการแข่งขัน “EDL-Gen” พอจะช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพ แนวโน้มลักษณะธุรกิจ และแนวทางการดำเนินงานของ “EDL-Gen” ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มกับโอกาสการเติบโตที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

