Official Update :

SCM ธุรกิจเครือข่ายขายตรงพันล้าน! กำลังจะก้าวขึ้นสู่ “Top of Mind” ในใจผู้บริโภค

หนึ่งในบริษัทธุรกิจเครือข่ายขายตรงที่ประสบความสำเร็จ และถือเป็นอีกหนึ่งเจ้าใหญ่ในวงการธุรกิจขายตรง ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากการเอ่ยเพียงแค่นี้ก็พอจะทำให้รู้ได้ว่าเรากำลังพูดถึง บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM


โดยในครั้งนี้เราจะไปหาคำตอบกันว่า SCM มีสูตรสำเร็จของการเติบโตอย่างไร และอะไรเป็นแรงผลักดันให้ SCM มีรายได้เกินระดับ 1,000 ล้านบาท มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการหมายมั่นว่าจะเป็น Top of Mind ในใจผู้บริโภค


SCM ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งได้แก่ นายแพทย์สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ กรรมการบริหาร และนายนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทั้งนี้ SCM ประกอบธุรกิจเพื่อดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคและบริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ


ในลักษณะรูปแบบเครือข่ายขายตรง (Multi-level Marketing หรือ “MLM”) ซึ่งมีเครือข่ายสมาชิกมากกว่า 250,000 คน จาก 7 ประเทศในแถบภูมิภาคอาเซียน โดย SCM ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2562 มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท และมีบริษัทย่อยทั้งหมด 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด (SMI) บริษัท ซัคเซส สปิริต จำกัด (SPT) บริษัท SCM Spirit (Myanmar) Co., Ltd. (SPM) และบริษัท จัดให้ ลิสซิ่ง จำกัด


โดย SCM มีเป้าหมายธุรกิจหลักคือมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจ หล่อหลอมจิตวิญญาณ พัฒนาและเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนอย่างเต็มความสามารถภายใต้ปรัชญา Inspiration for your Being “แรงบันดาลใจที่เปลี่ยนชีวิตคุณ” โดยเสนอโอกาสพร้อมด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ผ่านการคัดสรรจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ


รวมไปถึงระบบพัฒนาศักยภาพมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณเข้าถึงศักยภาพสูงสุดของตนเอง เพราะเราเชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงจะนำไปสู่ความสำเร็จทั้งการยกระดับฐานะการเงิน ความสุข และบรรลุจุดมุ่งหมายแห่งชีวิต เพื่อแบ่งปันชีวิตที่มีคุณค่าสู่สังคมอย่างยั่งยืน


โดดเด่นด้วยการชูไม้ต่อในตลาด MLM  คือ ซัคเซสมอร์เป็นธุรกิจเครือข่ายขายตรง (Multi-level Marketing หรือ “MLM”) เจ้าแรกที่เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีผลิตภัณฑ์ครบทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งอุปโภคบริโภค มากกว่า 70 รายการ และด้วยแบรนด์ที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือของ SUCCESSMORE ทำให้สามารถดำเนินธุรกิจยาวนานครบ 10 ปี ซึ่งมีสินค้ายอดนิยมคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ นิวทรินัล (Nutrinal ) ที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 มาโดยตลอด


ไม่เพียงความสำเร็จในประเทศไทยแต่ SCM ยังมียอดขายในต่างประเทศ อาทิ เมียนมา ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ และกำลังดำเนินการในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาการเป็นที่รู้จักของ SCM ส่งผลให้มีผู้นิยมสินค้าเป็นจำนวนมากและมีตัวแทนจำหน่ายประจำอยู่ในแต่ละประเทศนั้นๆ


นอกจากนี้ SCM ได้เปิดเผยเคล็ดลับกลยุทธ์ที่สร้างการเติบโต คือ การที่มีสินค้าที่เป็นเรือธง ประเภทผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ นิวทรินัล (Nutrinal ) คือ S.O.D MORE โดยล่าสุดได้เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ คุณมาริโอ้ เมาเร่อ ไปเมื่อปลายปี 2565  และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร แบรนด์ GROWING MORE ซึ่งเป็นธาตุอาหารสำหรับพืช มีชื่อเรียกว่า ทรานส์ฟอร์ม (Transform)  ซึ่งมีการเปิดตัว ปุ๋ยธาตุอาหารหลัก ทรานส์ฟอร์ม เอ็น พี เค (Transform N-P-K) ไปเมื่อต้นปี 2566 นั่นเอง


ไม่เพียงแต่จะมีกลยุทธ์ที่สร้างการเติบโตให้กับยอดขายแต่ SCM ยังมีระบบสร้างและพัฒนา Growth Mindset เพื่อบริหารภาวะผู้นำ ทักษะและ Skillsets เพื่อบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมสินค้าที่ตอบโจทย์และคุ้มค่า พร้อมบริการคำปรึกษาในการดำเนินธุรกิจเครือข่าย ในส่วนของระบบสมาชิกยังเอื้อให้นักธุรกิจซัคเซสมอร์ได้รับการอบรมหลักสูตรของบริษัทฯ ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาไปทั้งองค์กร ระบบการสร้างและพัฒนาบุคลากรตนเองนี้ช่วยให้เกิดการเติบโตยั่งยืน



[การเติบโตในช่วงที่ผ่านมา และเป้าหมายอนาคต]

สำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2565 มีรายได้รวม 1,180 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้จากการขายสินค้าผ่านนักธุรกิจในประเทศ 1,058 ล้านบาท รายได้จากการขายส่งออกไปยังตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ 60 ล้านบาท รายได้จากการบริการ 5 ล้านบาท และรายได้อื่น เช่น รายได้จากการใช้ตราสารสินค้า และรายได้จากการสมัครสมาชิก รวม 57 ล้านบาท


แต่อย่างไรก็ตาม SCM ไม่หยุดการเติบโตไว้เพียงแค่นี้ โดยตั้งเป้าหมายว่าในปี 2566 จะเร่งเครื่องเดินหน้าตอกย้ำยุทธศาสตร์การเป็นผู้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายขายตรง (Multi-level Marketing หรือ “MLM”) และประกาศเป้าหมายยอดขายในปี 2566 ไว้ที่ระดับ 1,300 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายผ่านนักธุรกิจในประเทศ 1,200 ล้านบาท และรายได้จากการขายส่งออกไปยังตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ 100 ล้านบาท พร้อมรุกขยายตลาดดิจิทัลแบบเต็มกำลัง



[กลยุทธ์เป็น “Top of Mind” ในใจผู้บริโภค]

ผู้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายขายตรงจะรู้ดีว่า หัวใจสำคัญที่จะสร้างโอกาสการเติบโตให้กับธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน คือการเป็น “Top of Mind” ในใจของผู้บริโภค ผ่านการขับเคลื่อนด้วย 4 กลยุทธ์หลัก คือ 1.ขยายฐานสมาชิก โดยบริษัทวางเป้าขยายฐานสมาชิกในประเทศไทย แตะระดับ 180,000 ราย จากปัจจุบัน 130,000 ราย ซึ่งหากรวมสมาชิกที่อยู่ในต่างประเทศที่ตั้งเป้าว่าจะขยายไปสู่ 70,000 ราย จากปัจจุบัน 54,000 ราย  จะทำให้ฐานสมาชิกรวมขยายไปแตะระดับ 250,000 ราย


2.สร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับ ยกระดับพลังแบรนด์องค์กรและสินค้าให้สามารถขยายกลุ่มเป้าหมายและสร้างแบรนด์เลิฟเวอร์ โดยสร้าง Hero Brand


3.ยกระดับมาตรฐานระบบงานและคน สร้างต้นแบบนักธุรกิจซัคเซสมอร์ที่ประสบความสำเร็จ และพัฒนาทีมประจำภูมิภาคให้ได้ 10-15 ทีม เพื่อการสร้างการรับรู้แบรนด์และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ไปยังผู้บริโภคให้มากขึ้น และสุดท้าย และ 4.สร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า การบริหารจัดการประสบการณ์ที่ดีต่อแบรนด์ของลูกค้า