Official Update :

BCP เคาะราคาซื้อ ESSO หุ้นละ 9.18 บาท มูลค่ากว่า 2.09 หมื่นลบ. ย้ำยังไม่ใช่ราคาเสนอซื้อสุดท้าย

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทได้เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2566และ 13 มีนาคม 2566 ถึงการเข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้นระหว่างบริษัทและ ExxonMobil Asia Holdings Pte. Ltd. (ผู้ขาย) เกี่ยวกับการเข้าซื้อหุ้นสามัญโดยตรงจำนวน 2,283,750,000 หุ้น ในบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO คิดเป็นประมาณร้อยละ 65.99 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของเอสโซ่ ณ วันที่ 30 กันยายน 2565) จากผู้ขาย (ธุรกรรมการซื้อขายหุ้น)


อีกทั้งการทำคำเสนอซื้อหุ้นสามัญที่เหลือทั้งหมดใน ESSO เป็นจำนวนไม่เกิน 1,177,108,000 หุ้น (คิดเป็นประมาณร้อยละ 34.01 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของเอสโซ่ ณวันที่ 30 กันยายน 2565) ภายหลังจากที่ธุรกรรมการซื้อขายหุ้นเสร็จสิ้น ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 12/2554 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ (ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม) เพื่อได้มาซึ่งหุ้นที่เหลือทั้งหมดใน ESSO ในราคาเดียวกันกับราคาซื้อหุ้น ESSO ในธุรกรรมการซื้อขายหุ้น ที่ได้แจ้งให้ทราบก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตามสืบเนื่องจาก ESSO ได้มีการเปิดเผยงบการเงินประจำปี 2565 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 รวมทั้งมีการประกาศจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมสำหรับผลการดำเนินงานในรอบปี 2565 เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมาตามข้อมูลที่เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


ทั้งนี้บริษัทจึงได้จัดทำประมาณการราคาซื้อขายหุ้นโดยอ้างอิงจากข้อมูลที่เปิดเผยเป็นการทั่วไปของ ESSO  และประมาณการ 1.ข้อมูลสินค้าคงเหลือไฮโดรคาร์บอน และ 2.สินค้าคงเหลือของกิจการนำเข้าผลิตภัณฑ์หล่อลื่นและสารละลายเคมีภัณฑ์ซึ่งเป็นกิจการที่ไม่เป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ตามกลไกการปรับราคาที่ได้เปิดเผยไว้ในสารสนเทศเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสินทรัพย์ เรื่อง การได้มาซึ่งหุ้นของ ESSO ทั้งนี้ ข้อมูลของสินค้าคงเหลือดังกล่าวของเอสโซ่ที่เกิดขึ้นจริงอาจจะมีความแตกต่างจากประมาณการที่บริษัทฯ จัดทำขึ้น


ดังนั้นภายใต้สมมติฐานที่ได้อธิบายข้างต้นพิจารณาร่วมกับการอ้างอิงข้อมูลจากงบการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 และการประกาศจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมสำหรับผลการดำเนินงานในรอบปี 2565 เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 มูลค่ารวมของหุ้นที่จะซื้อขายที่คำนวณได้ตามกลไกการปรับราคาจะเท่ากับ 20,956 ล้านบาท หรือ 9.18 บาทต่อหุ้น


อย่างไรก็ตามทั้งนี้ มูลค่ารวมของหุ้นที่ซื้อขายตามที่แสดงไว้ข้างต้นที่มูลค่า 20,956 ล้านบาท หรือ 9.18 บาทต่อหุ้น เป็นเพียงข้อมูลเพื่อใช้ในการประกอบคำอธิบายเท่านั้นและไม่ใช่ราคาสุดท้ายสำหรับธุรกรรมการซื้อขายหุ้น โดยมูลค่ารวมของหุ้นที่ซื้อขายณ วันที่การเข้าทำธุรกรรมการซื้อขายหุ้นแล้วเสร็จอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงซึ่งจะเป็นไปตามหลักการที่ได้อธิบายไว้

ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator