SUPER ลั่นรายได้ปีนี้ทะยานเกิน 1 หมื่นล้าน หลังมีโรงไฟฟ้าจ่ายไฟเข้าระบบ 1,652 MW เล็งขายสินทรัพย์เข้ากองรีทปีละ 100 เมกะวัตต์
นาย จอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER เปิดเผยว่า คาดการณ์รายได้ปี 2566 จะอยู่ที่ 1.03 หมื่นล้านบาท จากการรับรู้รายได้ของโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างดำเนินงานเชิงพาณิชย์(COD)
ขณะเดียวกันบริษัทจะมีการรับรู้รายได้โครงการพลังงานความร้อนจากขยะจังหวัดหนองคาย และ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งร่วมกับแบตเตอร์รี่ จังหวัดสระแก้ว เข้ามาเต็มปี รวมไปถึงจะมีการดำเนินงานเชิงพาณิชย์(COD) โครงไฟฟ้าพลังงานลม Soc Trang ในเวียดนามเข้ามาช่วงปลายปี 66 ส่งผลให้มีกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าที่ดำเนินงานเชิงพาณิชย์(COD) รวม 1,652 เมกะวัตต์
พร้อมกันนี้บริษัทมีแผนที่จะนำโครงการโรงไฟฟ้าดำเนินงานเชิงพาณิชย์(COD) อย่างต่อเนื่องไปถึงปี 2569 โดยคาดการณ์ในปี 2567 จะมีกำลังการผลิตของโครงการที่ดำเนินงานเชิงพาณิชย์ 1,851 เมกะวัตต์ และมีรายได้อยู่ที่ 1.20 หมื่นล้านบาท ,ปี 2568 มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2,028 เมกะวัตต์ และมีรายได้อยู่ที่ 1.30 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตดำเนินงานเชิงพาณิชย์(COD)ในปี 2569 รวม 2,328 เมกะวัตต์
โดยในปัจจุบันบริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าอยู่ในระหว่างประมูลเป็นโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ติดตั้งร่วมกับแบตเตอร์รี่อยู่ที่ 19 เมกะวัตต์ ซึ่งมีการประกาศผู้ชนะในช่วงปลายเดือนมีนาคมไปจนถึงต้นเดือนเมษายน ซึ่งบริษัทมีความมั่นใจว่าจะได้ค่อนข้างสูง
ขณะเดียวกันเป็นโครงโรงไฟฟ้าพลังงานลมจำนวน 1 โครงการ ขนาดกำลังการผลิต 15 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันได้ผ่านขั้นตอนแรกแล้ว พร้อมกันนี้ยังมีโครงการพลังงานความร้อนจากขยะได้อยู่ระหว่างประมูล 3 โครงการ ขนาดกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์
สำหรับโครงสร้างรายได้ในอนาคตบริษัทจะมีรายได้ประจำจากการขายไฟฟ้าราว 1 หมื่นล้านบาทต่อปีที่มีความมั่นคง แต่บริษัทจะยังคงเพิ่มโครงการใหม่ๆอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของการหาพันธมิตร และการขายสินทรัพย์เข้ากองรีทSUPEREIFหรือจัดตั้งกองใหม่ โดยมีแผนจะขายเข้ากองปีละ 100 เมกะวัตต์ เพื่อให้บริษัทมีรายและกำไรพิเศษเข้ามา
ทั้งนี้การขายสินทรัพย์เข้ากองรีท นอกจากจะช่วยให้บริษัทมีรายได้และกำไรพิเศษแล้ว บริษัทจะนำมาชำระหนี้เพื่อการบริหารจัดการต้นทุนดอกเบี้ยให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น โดยในปัจจุบันบริษัทมีหนี้สินต่อทุน(D/E) อยู่ที่ 2.9 เท่า ซึ่งจะพยายามลดระดับดังกล่าวลงมา
