เปิดรายชื่อบริษัทที่จะได้ประโยชน์ จากการเลือกตั้งของประเทศไทย
ประเทศไทยเข้าสู่โหมดของการเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้นคอลัมน์ “โพยหุ้น”ประจำวันจันทร์ จึงได้รวบรวมหุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลบวกจากการเลือกตั้งมาฝากนักลงทุน ผ่านการประเมินของนักวิเคราะห์ชั้นนำของไทย ซึ่งจะมีหุ้นตัวไหนบ้าง บทความนี้มีคำตอบแล้ว
หากถอดคำทำนายของนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ประเมินกลุ่มหุ้น Domestic Play มักให้ผลตอบแทนดีก่อนเลือกตั้ง โดยการลงพื้นที่ของนักการเมืองตั้งแต้ต้นปีที่ผ่านมา รวมถึงภารกิจส่วนใหญ่ของรัฐบาลหลังจากเข้ามาบริหารเศรษฐกิจ มักจะเนันการสร้างกำลังซื้อ เพิ่มรายได้เกษตรกร เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ และการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาฯ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มหุ้นที่มีรายได้อิงกับการบริโภคในประเทศ หรือ Domestic Play
โดยสถิติการเลือกตั้ง ตั้งแต่ปี 48 จะเห็นว่า กลุ่มหุ้น Domestic Play มี Average Reward to Risk Ratio หรือ “อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อความผันผวนของผลตอบแทน” สูงที่สุดสำหรับการลงทุน 1 เดือน ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งถ้าเรียงลำดับจากลุ่มหุ้นที่มี Reward to Risk ดีที่สุดได้แก่
กลุ่มสื่อโฆษณา (BEC ONEE) กลุ่มรับเหมาฯ (CK STEC) ค้าปลีก (CPALL CRC MAKRO) กลุ่มท่องเที่ยว (ERW MINT) กลุ่มการเงิน (SAWAD MTC) กลุ่มขนส่ง (AOT BEM) และกลุ่มอสังหาฯ (AP SPALI)
ดังนั้นแนะนํา “ซื้อ” กลุ่มหุ้นที่ได้ผลบวกทางนโยบายเศรษฐกิจพรรคใหญ่อย่างพลังประชารัฐฯ เพื่อไทย และภูมิใจไทย และมีปัจจัย “บวก” ทางสถติในอดีต ได้แก่ กลุ่มสื่อโฆษณา: BEC คาดว่ารายการข่าวจะได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้ง และรายได้จากการขาย Content ของ BEC จะค่อยๆ ดีขึ้น
กลุ่มอิงกับการบริโกค-ท่องเที่ยว CPALL, CRC, MAKRO, MINT และ ADVANC เป็นกลุ่มหุ้นที่ได้ผลบวกจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น กลุ่มการเงิน MTC, SAK มีฐานรายได้จากเกษตรกร หรือกลุ่มลูกค้าฐานรากสูง กลุ่มรับเหมาฯ: Sentiment บวกจากการเร่งเสนอโครงการฯ เข้า ครม. อนุมัติก่อนยุบสภาฯ หรือรัฐบาลหมดวาระ ชอบ STEC และ CK และกลุ่มอสังหาฯ ความต้องการบ้านแข็งแรง ประกอบกับมักถูกใช้เป็นอุตสาหกรรมหนุนเศรษฐกิจ มี Valuation "ไม่แพง" ชอบ AP และ SPALI
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ประเมินSET Index มีผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 5.4% ในช่วง 3 เดือนก่อนเลือกตั้งกลุ่มที่ได้ประโยชน์หลักคือกลุ่มการเงิน ICT สื่อ และพาณิชย์ ซึ่งหุ้นเด่นของเราคือ AEONTS, ADVANC, STEC, OSP และ CPALL อิงจากได้ ประโยชน์จากการเลือกตั้ง มีโมเมนตัมกำไรที่แข็งแกร่งในปี 2566 และUpside ต่อ ราคาเป้าหมาย (มากกว่า 5%)
สุดท้ายนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าจะเป็น Catalyst บวกระยะสั้นสำหรับกลุ่ม Domestic Play จากเม็ดเงินที่จะสะพัดในช่วงหาเสียงช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย มองกลุ่มที่ได้ประโยชน์ คือ ค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่มไฟแนนซ์อย่างเช่น CPALL, MAKRO, BJC, OSP, CBG, SAWAD, MTC เป็นต้น รวมถึง TKS ที่ได้ Sentiment บวกจากโอกาสได้งานพิมพ์

