Official Update :

GULF- BGRIM นำทัพ! จ่อรับกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มเกือบ 10,000 MW หลังเวียดนามอนุมัติแผน PDP ฉบับใหม่

จากประเด็นรัฐบาลเวียดนามอนุมัติแผนพัฒนาพลังงานฉบับที่ 8 (PDP 8) แล้ว โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ให้กับภูมิภาคอาเซียน และ มุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2573 นั้น


ล่าสุดนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีความเห็นว่า แผน PDP 8 จะมีการเพิ่มกาลังผลิตไฟฟ้าในประเทศเวียดนามให้ไม่น้อยกว่า 150GW ภายในปี 2573 (จาก 69GW ภายในปี 2563)


โดยกำลังผลิตไฟฟ้าหลักในปี 2573 จะแบ่งออกเป็น 1.กำลังผลิตไฟฟ้าจากโครงการลม (ทั้ง Onshore และ Offshore) 18.5% 2. กำลังผลิตไฟฟ้าจากโครงการแสงอาทิตย์ 8.5% 3. กำลังผลิตไฟฟ้าจากโครงการชีวมวล 1.5% 4. กาลังผลิตไฟฟ้าจาก


โครงการน้ำ 21.1% 5. กำลังผลิตไฟฟ้าจากโครงการถ่านหิน 20.0% 6. กำลังผลิตไฟฟ้าจากโครงการก๊าซธรรมชาติและ LNG 24.8% และ 7.กำลังผลิตไฟฟ้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ 3.3%


ทั้งนี้หากอิงเป้าหมายกำลังผลิตในปี 2573 ที่ 150GW กำลังผลิตไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นอย่างนัยสำคัญจากปี2563 ได้แก่กำลังผลิตไฟฟ้าจากโครงการลมและโครงการก๊าซธรรมชาติและ LNG ที่จะเพิ่มขึ้น 27.2GW และ 28.2GW ตามลำดับ เทียบกับกำลังผลิตจากโครงการแสงอาทิตย์ที่จะลดลง 3.7GW (ผลจากการที่รัฐบาลเวียดนามหันไปสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop ในภาคเอกชนและภาคครัวเรือนมากขึ้น)


สำหรับการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของกำลังผลิตไฟฟ้าจากโครงการลมและก๊าซธรรมชาติเป็นเพราะ 1.ทางการเวียดนามต้องการกระจายแหล่งที่มาของพลังงานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า (ลดการเกิด Curtailment และลดโอกาสในการเกิดภาวะขาดแคลนไฟฟ้า) และ 2.ลดการพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนโดยรวมของประเทศ


ดังนั้นเบื้องต้นคาดกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะใช้เวลาอีกราว 2-3 เดือนเพื่อพิจารณารายละเอียดในการรับซื้อ ไฟฟ้าและผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแผน PDP 8 (เช่น การอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในทะเลเพื่อสร้างโครงการลมแบบ Offshore) ก่อนการประกาศรับซื้อไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ โดยคาดเกิดขึ้นในช่วงกลางครึ่งหลังปี 66 – ช่วงต้นครึ่งแรกปี 67 (ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับโครงการที่จะได้รับการบรรจุเข้าไปในแผน PDP8) โดยคาดกำหนดการ COD ของโรงไฟฟ้าที่ได้รับการบรรจุในรอบดังกล่าวจะเรมิ่ ขึ้นในปี 2568 เป็นต้นไป


ขณะที่ประเด็นดังกล่าวจะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนการขยาย Portfolio การลงทุนในต่างประเทศของกลุ่มโรงไฟฟ้า คาดผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงจากประเด็นดังกล่าวคือกลุ่มโรงไฟฟ้าที่เคยพัฒนาโครงการในเวียดนามมาก่อน (โดยเฉพาะกลุ่มที่เน้นการลงทุนในโครงการลมและก๊าซธรรมชาติ) และมี Track Record ที่ดี เช่น BPP, BGRIM, GULF, GUNKUL, SSP และ SUPER เป็นต้น


โดยให้ SSP เป็น Top Pick สำหรับการลงทุนในประเด็นดังกล่าวเนื่องจาก 1.เป็นหนึ่งในบริษัทที่สามารถพัฒนาและ COD โครงการลมได้ทันตามกาหนดการของ PDP ฉบับเดิม (Track Record ดี) และ 2. Portfolio ปัจจุบันของบริษัทฯ มีกำลังผลิตเพียง 232MWe (ไม่รวมกำลังผลิตที่ได้รับจากการรับซื้อของ กกพ. อีก 170.5 MW) น้อยกว่ากลุ่มฯ ทำให้ได้รับประโยชน์จากกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นชัดเจนกว่าผู้ประกอบการรายอื่น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ GULF ได้ลงนามความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อพัฒนาโครงการ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 6,000 MW ในเวียดนาม ขณะที่ BGRIM เคยระบุในรายงานข่าวว่ามีโอกาสจะเข้าลงทุน และได้รับโควต้ากำลังผลิตไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ กว่า 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งทั้ง 2 โครงการดังกล่าว ก่อนหน้านี้ อยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากแผน PDP ฉบับใหม่ของประเทศเวียดนาม

ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator