Official Update :

หุ้น “ธนาคาร” ไทยเสี่ยงแค่ไหน? หลังมูดี้ส์ ลดอันดับความน่าเชื่อถือแบงก์สหรัฐ โบรกฯ เผยโครงสร้างส่วนใหญ่ยังแข็งแกร่ง

จากประเด็นมูดี้ส์ ลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารในสหรัฐ 10 แห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นธนาคารขนาดกลาง เล็ก ซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนการระดมทุนที่สูงขึ้น และมีฐานะเงินทุนที่อ่อนแอ โดยนักวิเคราะห์มองว่า เป็นจิตวิทยาลบต่อกลุ่มธนาคารไทย แต่เชิงกลยุทธ์มองเน้นตั้งรับทยอยสะสม โดยธนาคารไทยมีจุดบวก โครงสร้างธนาคารส่วนใหญ่แข็งแกร่ง


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ในฝั่งสหรัฐฯ ทาง Moody ได้มีการประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารสหรัฐขนาดกลางและขนาดเล็ก 10 แห่ง จากความกังวลว่าปัญหาในภาคธนาคารเมื่อช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา จะทำให้ความเชื่อมั่นลดลงจนกระทบต่อกำไรของบริษัทในไตรมาส 2/66 และอาจทำให้การระดมทุนยากขึ้น


นอกจากนี้ในฝั่งยุโรป ทางอิตาลีอนุมัติเก็บภาษีลาภลอยส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin) ของธนาคารกว่า 40% ประเด็นดังกล่าวอาจเป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้นกลุ่ม ธนาคารไทยในช่วงนี้


ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเด็นในสหรัฐ โดย Moody ได้ปรับลด Credit Rating ธนาคารดังกล่าวนั้น หลังเงินฝากลดลง และอัตราการทำกำไรอ่อนแอ กดดันกลุ่มธนาคารสหรัฐ -1.1% ส่วนอิตาลี รัฐบาลประกาศเก็บภาษีลาภลอย(Windfall Tax) 40% จากกำไรพิเศษของธนาคารพาณิชย์ นำไปสนับสนุนด้านการเงินต่อภาคอสังหาฯ กดดันกลุ่ม ธนาคารยุโรปลดลง -3% ( BNP PARIBAS -3%, ING -2%)


ทั้งนี้ระยะสั้นประเมินเป็นจิตวิทยาลบต่อกลุ่มธนาคารไทย แต่เชิงกลยุทธ์มองเน้นตั้งรับทยอยสะสม กลุ่มธนาคารไทยมีจุดบวกคือ ได้ประโยชน์จากเม็ดเงินจากเกณฑ์ใหม่ SET50/SET100 Free Float adjusted (มีผลปี 66) รวมทั้ง โครงสร้างธนาคารส่วนใหญ่แข็งแกร่งทั้ง CAR Ratio (อัตราส่วนความเพียงพอเงินกองทุน) และ LCR (อัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่อง) ยังสูงกว่าเกณฑ์ BOT เลือก BBL, SCB, TTB