เป็นโอกาสเก็บ 5 หุ้นใหญ่ มูลค่าไม่แพง รอรับผลตอบแทนช่วงตลาดฟื้น
แม้ตลาดหุ้นจะผันผวนอย่างหนัก แต่ผลตอบแทนจากการลงทุนยังคงเป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่หา ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่นักวิเคราะห์แนะนำ คือ การเฟ้นหาหุ้นที่อยู่ในภาวะขายมากเกินไป (Oversold) แต่ยังมีปัจจัยพื้นฐานดี และ Valuation ไม่แพง ทยอยสะสมในช่วงที่ตลาดย่อตัว เพื่อรับการฟื้นตัวของราคาในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยรีบาวน์
โดย นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า SET ปรับลงแรง ถูกกดดันจากการอ่อนตัวของราคาน้ำมันและภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ไม่สดใส
ล่าสุด World Bank ปรับลดคาดการณ์ GDP growth ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมทั้งไทย) ซึ่งกดดันบรรยากาศการลงทุน ทำให้ SET Index ทำจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2564 ดังนั้นจึงแนะนำ Selective Buy ในธีมหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัว
ทั้งนี้หนึ่งในธีมหุ้นที่ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำ คือ หุ้นเก็งกำไร โดยมองเป็นโอกาสซื้อสะสมหุ้นที่ราคา Oversold และยังมีปัจจัยพื้นฐานดี อีกทั้ง Valuation ไม่แพง (PER และ PBV ปี 2566 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) ได้แก่ CPALL, TOP, CPN, BDMS และ MINT เนื่องจากคาดว่าราคาหุ้นจะรีบาวด์ได้ดีหาก SET ฟื้นตัว
สำหรับ CPALL ราคาหุ้นวัน 3 ต.ค. 2566 อยู่ที่ 60 บาท ยังปรับตัวลดลง 12.09% จากต้นปี โดยแนวโน้มการเติบโต นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า แนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 จะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและครึ่งปีแรก จากทิศทางยอดขายต่อสาขา (SSSG) ในเดือนก.ค.-ส.ค. ที่ยังบวก 2-4%
และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ยังเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงต้นทุนค่าไฟและดอกเบี้ยที่ลดลง อีกทั้งไตรมาส 4/66 จะเข้าสู่ช่วงพีคของการท่องเที่ยวไทย จึงคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 76 บาท พร้อมเลือกเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มฯ
ส่วน TOP ราคาหุ้นวัน 3 ต.ค. 2566 อยู่ที่ 48 บาท ยังปรับตัวลดลง 14.67% จากต้นปี โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ให้มุมมองว่า แนวโน้มค่าการกลั่น (GRM) ยังทรงตัวในระดับสูงจากอุปทานน้ำมันในตลาดโลกที่ตึงตัว
ขณะที่อุปสงค์น้ำมันสำเร็จรูปฟื้นตัวจากการเดินทางเพิ่มขึ้นและการหยุดซ่อมของโรงกลั่นขนาดใหญ่ หนุนให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ฟื้นตัว แต่ปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงานคือค่าใช้จ่ายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่ว
ด้าน Valuation ล่าสุด ซื้อขายบน P/BV ปี 2566 เพียง 0.66 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 21.2% จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 60 บาท จากแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/66 ที่คาดจะขยายตัวได้โดดเด่นสุดในกลุ่มพลังงาน
ถัดมา CPN ราคาหุ้นวัน 3 ต.ค. 2566 อยู่ที่ 62.75 บาท ยังปรับตัวลดลง 11.62% จากต้นปี โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน จากการให้ส่วนลดค่าเช่าลดลงจนกลับมาเท่าช่วงก่อนโควิดแล้ว และ Traffic ที่เพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 3/66 คาดว่าจะยังเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว แต่จะหดตัวจากไตรมาสก่อนหน้า เพราะเป็นช่วงหน้าฝน ทำให้ Traffic ลดลง อย่างไรก็ตามยังคงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 80 บาท โดยแบ่งเป็นธุรกิจหลัก 79 บาท และธุรกิจ Residential 1 บาท
ต่อกันที่ BDMS ราคาหุ้นวัน 3 ต.ค. 2566 อยู่ที่ 26.75 บาท ยังปรับตัวลดลง 7.76% จากต้นปี โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า คงมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการปี 2566 ที่คาดเติบโตดีต่อเนื่อง รับผลบวกเต็มปีจากการเปิดประเทศ
ขณะที่ 3 ปีข้างหน้า (2567-2569) ประมาณการรายได้เติบโตเฉลี่ย 7% โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตจากธุรกิจหลัก กลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าใหม่ อาทิ กลุ่มประกันสุขภาพ และกลุ่ม Wellness & Residence สอดคล้องกับการที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ และแผนขยายโรงพยาบาลทั้งสร้างใหม่ต่อเนื่อง
รวมถึงแผน M&A ขณะที่ราคาหุ้น BDMS ปรับลดลง 8% ในช่วง 2 เดือนสวนทางผลประกอบการที่ฟื้นตัว จึงมองเป็นจังหวะในการสะสม คงมูลค่าพื้นฐานสิ้นปีนี้ที่ 37.40 บาท
สุดท้าย MINT ราคาหุ้นวัน 3 ต.ค. 2566 อยู่ที่ 31 บาท ยังปรับตัวลดลง 3.88% จากต้นปี โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า คาดกำไรปกติในไตรมาส 3/66 จะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้เจอฐานสูง แต่ตัวเลขการดำเนินงานในเดือนก.ค.- ส.ค. ยังแข็งแกร่งทั้งในธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร แต่กำไรปกติคาดชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้า ตามปัจจัยด้านฤดูกาล
ทั้งนี้ คงประมาณการปี 2566 คาดกาไรปกติที่ 6.4 พันล้านบาท โต 219% จากปีก่อน พร้อมคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมที่ 44 บาท โดยยังเลือก MINT เป็นหุ้นเด่นกลุ่มท่องเที่ยว จากValuation ที่ไม่แพงราคาหุ้น Laggard กลุ่มอย่างชัดเจน แต่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนเช่นกัน

